ตอนที่ 1026
บทที่ 1457 : ร่ำลา
October 22, 2026
บทที่ 1457 : ร่ำลา เพิ่งจะผ่านไปเพียงแค่หกวันเท่านั้น! หลิงหยุนยังจำได้อย่างแม่นยำว่าครั้งก่อนที่เขามาที่นี่ดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไฟเข้าไปนั้น เป็นวันที่ 28 กันยายน แต่วันนี้เป็นเช้าวันที่ 4 ตุลาคม ซึ่งผ่านไปเพียงแค่หกวันเท่านั้น แต่พลังชีวิตกลับเพิ่มพูนขึ้นเกือบจะใกล้เคียงกับครั้งก่อน นี่ย่อมหมายความว่า..หากหลิงหยุนดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไฟเข้าไปจนหมดอีกครั้ง ภายในเจ็ดวันถัดมา พลังชีวิตธาตุไฟที่นี่จะกลับมาเต็มเปี่ยมมันเช่นเคย เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลิงหยุนจึงได้แต่ยิ้มออกมา และเริ่มทำการดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไฟรอบตัวเข้าไปทันที ในเมื่อพลังชีวิตธาตุไฟที่นี่สามารถเพิ่มพูนขึ้นเองได้เขายังจะต้องกังวลสิ่งใดอีกเล่า จากนั้นหลิงหยุนจึงเรียกศิลากลั่นวิญญาณออกมา ก่อนจะใช้กระบี่กังฉีตัดออกมาสองก้อน ก้อนหนึ่งขนาดเท่าไข่ห่าน ส่วนอีกก้อนขนาดเท่าลูกปิงปอง “เซียนเอ๋อ..รับไว้!” หลิงหยุนโยนศิลากลั่นวิญญาณก้อนเท่าไข่ห่านให้กับไป๋เซียนเอ๋อส่วนก้อนเท่าลูกปิงปองนั้น เขากลืนลงไปในท้องตนเอง ภายใต้พลังจิตของหลิงหยุนเขาควบคุมเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางให้ห่อหุ้มศิลากลั่นวิญญาณไว้ และเริ่มทำการหลอมมัน หลิงหยุนต้องการหลอมแหวนพื้นที่วงใหม่ให้กับไป๋เซียนเอ๋อ.. ครั้งก่อนนั้นหลิงหยุนเพิ่งจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเอ้อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-2) และสามารถกลั่นเสินหยวนได้เพียงแค่สองร้อยหยดเท่านั้น เขาจึงสามารถหลอมแหวนจักรวาลได้เพียงแค่สามวง วงหนึ่งของเขาเอง ส่วนอีกสองวงได้มอบให้กับหนิงหลิงยู่และเย่ซิงเฉินคนละวง แต่หลังจากผ่านไปราวห้าสิบวัน..เวลานี้หลิงหยุนได้เข้าสู่ระดับกลางขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) แล้ว และเวลานี้เสินหยวนภายในจุดซือไห่ก็มีอยู่มากมาย อีกทั้งภายในร่างกายก็ยังมีเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยาง การหลอมแหวนจักรวาลจึงมิจำเป็นต้องใช้โรงหลอมกลั่นเลยแม้แต่น้อย “เซียนเอ๋อ..เจ้าฝึกฝนวิชาไปก่อน เดี๋ยวข้ามา!” หลิงหยุนเอ่ยบอกเพียงเท่านั้นแล้วร่างของเขาก็ได้หายวับไป และไปโผล่อีกครั้งบนยอดเขาแห่งหนึ่ง หลิงหยุนทำการเปิดเนตรหยิน–หยาง และเริ่มสำรวจไปบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด จากนั้นหลิงหยุนจึงเรียกหินมณีไฟจำนวนสามร้อยหกสิบก้อนออกมาจากแหวนจักรวาลของตนและเวลานี้หินมณีไฟทั้งหมดก็กำลังลอยอยู่กลางอากาศ ปะทะกับแสงอาทิตย์เจิดจ้า จนเกิดเป็นประกายสีแดงระยิบระยับ “จัดเรียงตำแหน่งค่ายกล..” ภายใต้การควบคุมด้วยพลังจิตของหลิงหยุนหินมณีไฟทั้งสามร้อยหกสิบก้อนต่างก็ลอยห่างออกไป และจัดเรียงไปตามตำแหน่งค่ายกล ราวกับดวงดาวสีแดงที่ลอยอยู่กลางท้องนภา ดูช่างลึกลับยิ่งนัก “ร่วงลง..” ภายในการควบคุมของหลิงหยุนหินมณีไฟทั้งหมดได้เหาะเข้าไปรวมกัน และค่อยๆร่วงหล่นลงบนพื้นทีละก้อนประหนึ่งดาวตกสีแดง และร่วงหล่นหายลงไปกับพื้นดิน“สร้างค่ายกลสำเร็จแล้ว!”นี่นับเป็นค่ายกลหลุมพลังในระดับที่ทรงพลังยิ่งนักเพราะสร้างขึ้นจากหินมณีไฟเลยทีเดียว..ฉะนั้นแล้วค่ายกลหลุมพลังนี้จะมิเพียงแค่ดูดเอาพลังชีวิตธาตุไฟจากภายนอกเข้ามาเก็บไว้ภายใน แต่ยังจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการก่อตัวของพลังชีวิตธาตุไฟใต้ผืนดินในค่ายกลด้วย เพื่อป้องกันมิให้พลังชีวิตธาตุไฟที่ดูดซับเข้ามานั้นต้องระเหยออกไปทางใดทางหนึ่งหลังจากสร้างค่ายกลหลุมพลังเสร็จแล้วหลิงหยุนจึงได้ทำการเปิดเนตรหยิน–หยางออกสำรวจดู และพบว่าภายในค่ายกลนั้นราวกับมีกระแสนวนสีแดงเข้มอยู่ภายใน ซึ่งเกิดจากพลังชีวิตธาตุไฟที่ถูกดูดเข้ามาจากเปลวไฟที่กำลังพวยพุ่งรอบทิศ พลังชีวิตธาตุไฟที่ถูกดูดเข้ามาก็ก่อตัวอยู่ใต้ผืนดิน และเวลานี้ภายในค่ายกลก็ราวกับเตาหลอมขนาดใหญ่!“เอาล่ะ..หากเซียนเอ๋อได้ฝึกฝนอยู่ที่นี่ ภายในสามเดือนหางที่ห้าย่อมต้องงอกออกมาแน่!”จากนั้นหลิงหยุนจึงเริ่มเดินวิชาหงส์เล่นไฟ และปลดปล่อยหงส์ไฟออกมาดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไฟเข้าไป เพื่อหล่อเลี้ยงให้เติบใหญ่ในระหว่างที่หลิงหยุนเก็บตัวหลอมอาวุธอยู่ห้าวันห้าคืนนั้นเขาได้ดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไฟเข้าไปมากมายกว่าไป๋เซียนเอ๋อ ทำให้มิต้องดึงอสุนีบาตธาตุไฟที่เก็บไว้ในสระอสุนีบาตภายในจุดตันเถียนมาช่วยในการหลอมส่วนหงส์ไฟตนนี้นั้นเกิดจากการใช้วิชาหงส์เล่นไฟหลอมกลั่นขึ้นฉะนั้นแล้วตราบใดที่มีพลังชีวิตธาตุไฟเพียงพอ มันก็จะมิอันตธานหายไปครั้งแรกที่หงส์ไฟปรากฏขึ้นนั้นร่างของมันลางเลือนและโปร่งใสจนแทบมองไม่เห็น และมีขนาดเท่ากับไก่เท่านั้น แต่หลังจากที่ดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไฟเข้าไปอย่างดุเดือด ร่างกายจึงค่อยๆปรากฏชัดเจนขึ้น และค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นหลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองดวงตะวันที่กำลังทอแสงเจิดจ้าอยู่บนท้องนภาพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างพอใจตราบใดที่โลกใบนี้ยังมีแสงอาทิตย์สาดส่องพลังชีวิตธาตุไฟย่อมไม่ขาดแคลน และมีมากกว่าพลังชีวิตที่เหลืออีกสี่ธาตุ ซึ่งก็คือดินน้ำ ลม และทองแม้วิชาหงส์เล่นไฟจะเป็นวรยุทธบ่มเพาะที่ล้ำเลิศมากวิชาหนึ่งแต่หลิงหยุนก็รู้ว่ายังมิอาจเทียบเท่าวิชาหยางพิสุทธิ์ได้แต่ประโยชน์ของวิชาหงส์เล่นไฟก็คือสามารถกลั่นพลังชีวิตธาตุไฟนี้ได้โดยตรง โดยมิต้องแปลงพลังที่ดูดซับเข้าไปให้เป็นพลังหยางก่อน จึงนับว่าสะดวกกว่าวิชาหยางพิสุทธิ์มากนักหงส์ไฟขยายใหญ่อย่างรวดเร็วจนเวลานี้มีความยายมากกว่าเก้าเมตรแล้ว มันกระพือปีกทั้งสองข้างขึ้นลง และรีบบินตรงไปยังดวงตาค่ายกล และเริ่มดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไฟเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม“เซียนเอ๋อ..”หลิงหยุนเข้าไปหาไป๋เซียนเอ๋อที่กำลังฝึกวิชาอยู่พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “เวลานี้พี่วู๋เตายังคงหมดสติอยู่ ข้าจะต้องรีบกลับตระกูลฉินเย็นนี้ เพื่อไปดูอาการของเขาว่าเป็นเช่นใดบ้าง..” เวลานั้นไป๋เซียนเอ๋อเองก็กำลังสนใจค่ายกลที่ทรงพลังของหลิงหยุนอยู่มีหรือที่จะสามารถจดจ่ออยู่กับการฝึกวิชาได้อีก นางได้แต่พยักหน้าหงึกๆ