ตอนที่ 1027
บทที่ 1458 : กลับตระกูลฉิน
October 22, 2026
บทที่ 1458 : กลับตระกูลฉิน “มองจากท้องฟ้าลงไปเช่นนี้ภูเขาเพลิงช่างดูราวกับมังกรพ่นไฟยิ่งนัก..” ระหว่างทางที่เหาะไปนั้นหลิงหยุนยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องเทือกเขาที่มีเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมา “กว้างกว่าสิบกิโลเมตรและยาวนับร้อยกิโลเมตร ช่างเป็นเส้นเลือดมังกรที่ทั้งยาวแล้วก็ใหญ่ยิ่งนัก.. ” แม้หลิงหยุนจะมาที่นี่กับไป๋เซียนเอ๋อถึงสองครั้งสองคราแต่เพราะมีภารกิจรัดตัว เขาจึงไม่ได้มีเวลาสำรวจอย่างละเอียดนัก แต่นับว่ายังโชคดีที่ภูเขาเพลิงแห่งนี้มิได้หนีหายไปไหนตราบใดที่หลิงหยุนมีเวลามากพอ เขาก็สามารถกลับมาสำรวจได้ตลอดเวลา แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็มั่นใจได้ว่า ยังมีแหล่งพลังชีวิตธาตุไฟที่ยิ่งใหญ่อยู่ในภูเขาเพลิงแห่งนี้! “ผืนดินใต้ภูเขาเพลิงแห่งนี้จะต้องมีหินพลังชีวิตธาตุไฟอยู่อย่างมากมายเป็นแน่!” ระหว่างที่เหาะไปด้วยความเร็วนั้นหลิงหยุนได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อคิดว่า ‘และหากที่มีคือซากศพของมังกรไฟจริง ย่อมต้องมีลูกแก้วไฟอยู่เป็นแน่..’ หลิงหยุนได้แต่หัวเราะร่วน“เห็นทีข้าคงต้องเร่งฝึกฝนวิชาใต้ปฐพี เพื่อที่จะได้สามารถลงไปเก็บหินพลังชีวิตธาตุไฟที่อยู่ใต้ภูเขาเพลิงแห่งนี้ได้!” “กลับไปครานี้ข้าคงต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับภูเขาเพลิงนี้ให้มากขึ้น!” จากนั้น..หลิงหยุนจึงได้หยิบเครื่องมือสื่อสารของตนออกมาเปิดสัญญาณนำทาง และเหาะไปตามเส้นทางที่ระบุนั้น ในการเหาะไปด้วยความเร็วขนาดนี้หลิงหยุนต้องใช้เสินหยวนไปอย่างสิ้นเปลือง แต่เขาหาได้รู้เสียดายไม่ เพราะเวลานี้เขาเข้าสู่ระดับกลางขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) แล้ว ในหนึ่งวันจึงสามารถกลั่นเสินหยวนได้ถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นหยด และเวลานี้จุดซือไห่กลางหว่างคิ้วของเขาก็มีเสินหยวนอยู่นับล้านหยด เขาจึงมิได้รู้สึกกังวลที่จะใช้หยดเสินหยวนไปกับการเหาะเช่นนี้ ด้วยความเร็วขนาดนี้เพียงแค่ยี่สิบนาที หลิงหยุนก็สามารถเหาะไปถึงเมืองซีอานได้แล้ว.. แต่เมื่อเขาเหาะไปได้เพียงแค่เก้าร้อยกิโลเมตรจากภูเขาเพลิงหลิงหยุนก็ต้องชะลอความเร็วลง และหยุดอยู่กลางอากาศเช่นนั้น.. นั่นเพราะเขาเห็นภูเขาไฟลูกใหญ่ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากตนไปราวสิบกว่ากิโลเมตรนั้น กำลังเกิดระเบิดขึ้น! “สวรรค์!!” ภาพที่หลิงหยุนเห็นอยู่เวลานี้ทำให้เขาถึงกับต้องร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจนั่นเพราะดวงไฟลูกใหญ่กำลังปะทุออกมา และความทรงจำที่หลอมรวมหลังจากฝันอันยาวนานในครั้งนั้น ก็ได้ทำให้หลิงหยุนพอจะคาดเดาได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร มันคือการปล่อยจรวด! “ที่นั่นคือที่ใดกัน..จิ่วเฉวียนใช่หรือไม่” หลิงหยุนเหลือบมองระบบนำทางบนหน้าจอในเครื่องมือสื่อสารของตนจึงยิ่งมั่นใจว่าที่นั่นก็คือศูนย์ส่งดาวเทียมจิ่วเฉวียนนั่นเอง“จรวดมีความรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ…!’หลิงหยุนที่เหาะอยู่เหนือพื้นดินกว่าหนึ่งเมตรและกำลังจ้องมองลูกไฟที่พุ่งขึ้นท้องฟ้าด้วยความรวดเร็วนั้น พบว่าเพียงแค่ไม่ถึงสองวินาที จรวดนั่นก็พุ่งผ่านความสูงที่เขาเหาะอยู่ไปอย่างรวดเร็ว..“แปดพันเมตรต่อวินาที..เร็วกว่าความเร็วของข้าในเวลานี้ถึงสี่เท่า นี่.. เทียบเท่ากับความเร็วของผู้บ่มเพาะในขั้นแก่นปราณทองคำ..”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่าแม้เขาจะเข้าสู่ระดับกลางขั้นลิ่วเฉิงชี่แล้ว แต่ก็ยังนับว่าห่างไกลเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของโลกมนุษย์มากนัก..“นี่คงจะเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงของโลกใบนี้..ไม่แปลกใจที่หลิงยู่เลือกเรียนด้านธรณีฟิสิกส์..”จู่ๆหลิงหยุนก็นึกถึงหนิงหลิงยู่ขึ้นมาแต่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะสะบัดหน้าไปมา..สองนาทีต่อมา..กลุ่มไฟที่โชติช่วงนั่นก็ค่อยๆเหาะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เหลือเพียงควันสีขาวเป็นเส้นให้เห็นอยู่บนท้องฟ้าเท่านั้น ก่อนจะจางหายไปในที่สุด“ด้วยความเร็วในการฝึกวรยุทธบ่มเพาะของข้าเวลานี้คงอีกสองปีกว่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นแก่นปราณทองคำได้..”“ข้าคงต้องเพียรฝึกฝนให้มากกว่านี้แล้ว!”หลิงหยุนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าและแววตามุ่งมั่นเขาเหาะไปยังเส้นทางที่มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป ……สิบนาทีผ่านไปหลิงหยุนก็เหาะไปถึงเทือกเขาชิงหลิงในเวลาหนึ่งทุ่มตรง ก่อนจะร่อนลงบนเขาแห่งหนึ่ง และออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านตระกูลฉินต่อไปในบริเวณนี้จิตหยั่งรู้ของเขาจะถูกสะกัดกั้นไว้และในขั้นพลังบ่มเพาะปัจจุบัน จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนจะมีรัศมีเพียงแค่หกร้อยเมตรเท่านั้น“พี่หลิงหยุนกลับมาแล้ว!”เมื่อหลิงหยุนปรากฏตัวขึ้นที่หน้าหมู่บ้านตระกูลฉินเขาก็พบว่าฉินเหว่ย ฉินลี่ ฉินเชียง และคนอื่นๆ ต่างก็มารอเขาอยู่ที่หน้าทางเข้าแล้ว และทุกคนต่างก็พากันโห่ร้องเรียกชื่อเขากันอย่างดีอกดีใจ“ฉินเหว่ย..”ในบรรดาทายาทรุ่นเล็กของตระกูลฉินนั้นฉินเหว่ยนับว่าอายุมากที่สุด และอยู่ในขั้นที่สูงที่สุดซึ่งก็คือขั้นเซียงเทียน-2 ฉะนั้นเขาจึงนับเป็นหัวโจกของเหล่าทายาทรุ่นเดียวกัน“กลับมาแล้วเหรอหลิงหยุน..พวกเรามารอเจ้าตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว!” ฉินเหว่ยวิ่งเข้าไปทักทายหลิงหยุนด้วยความตื่นเต้นดีใจฉินเหว่ยอายุมากกว่าหลิงหยุนสองปีเขาจึงสามารถเรียกชื่อหลิงหยุนเฉยๆได้..