ตอนที่ 1028
บทที่ 1459 : วิญญาณออกจากร่าง
October 22, 2026
บทที่ 1459 : วิญญาณออกจากร่าง ปกติแล้วโม่วู๋เตากับตี้เสี่ยวอู๋มักจะต่อล้อต่อเถียงและหักหน้ากันเสมอเมื่อมีโอกาส แต่ในยามที่โม่วู๋เตาบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ตี้เสี่ยวอู๋กลับยอมละทิ้งการฝึกฝนวรยุทธของตนเพื่อมาดูแลเขาไม่ห่างเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามิตรภาพระหว่างพวกเขาทั้งคู่ได้หยั่งรากลึกลงไปมาก มิตรภาพของพวกเขาทั้งคู่หาได้อยู่ที่วาจาแต่อยู่ที่จิตใจ นี่ต่างหากจึงเรียกว่าพี่ชายที่ดี! เมื่อเดินไปถึงประตูหน้าบ้านบรรพชนตระกูลฉินฉินฉางชิงซึ่งได้ยินทายาทรุ่นเล็กสองสามคนที่อยู่ด้านหลัง ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นนั้น จึงได้หันหลังกลับไปดุด้วยใบหน้าบึ้งตึง “ฉินหลี่ฉินเชียง พวกเจ้าสองคนลืมที่ข้าสั่งแล้วรึ หยุดส่งเสียงดังกันได้แล้ว!” ฉินหลี่ฉินเชียงและคนอื่นๆต่างก็พากันหุบปากและภายในบริเวณนั้นก็เปลี่ยนเป็นเงียบสงบขึ้นมาทันที จากคำบอกเล่าของฉินฉางชิงนั้นเห็นได้ชัดว่าตลอดระยะเวลาแปดวันมานี้ ตระกูลฉินได้ดูแลเอาใจใส่โม่วู๋เตาเป็นอย่างดี หลิงหยุนรู้สึกพึงพอใจยิ่งนักจึงได้แต่ยิ้มและเอ่ยออกไปว่า “ท่านตา มิเป็นไร เสียงของพวกเขามิได้รบกวนโม่วู๋เตาเลยแม้แต่น้อย” เมื่อหลิงหยุนมาถึงหน้าประตูบ้านบรรพชนตระกูลฉินเขาก็ได้ทำการเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจไปยังห้องนอนด้านหลังก่อนแล้ว เพื่อสังเกตอาการในตอนนี้ของโม่วู๋เตา โม่วู๋เตายังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ไหวติงสภาพภายนอกไม่ต่างจากก่อนที่หลิงหยุนจะออกเดินทางมากนัก ศิลากลั่นวิญญาณก้อนใหญ่ยังคงวางอยู่บนศรีษะของเขา ในขณะที่ฝ่ามือทั้งสองข้างมีศิลากลั่นวิญาณก้อนเล็กสองก้อนวางอยู่ แต่กลับมีสีแดงระเรื่อ มิได้ซีดเซียวเหมือนก่อน อีกทั้งยังดูอ้วนขึ้นเล็กน้อยด้วย ส่วนข้างเตียงก็มีอุปกรณ์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันสำหรับช่วยในการป้อนอาหารเหลวเข้าไปในร่างของเขา นอกเหนือจากนั้นที่หน้าประตูห้องของโม่วู๋เตาทั้งซ้ายและขวา ยังมีชายชุดดำรูปร่างสูงใหญ่สองคนยืนอยู่ ทั้งคู่อยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-3 และสายตาของพวกเขายังดูระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ตี้เสี่ยวอู๋นั่งนิ่งเงียบอยู่บนโซฟาภายในห้องสายตาทั้งคู่จับจ้องอยู่ที่ร่างของโม่วู๋เตา คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันบ่งบอกถึงความเป็นห่วงเป็นใย หลังจากที่สำรวจเหตุการณ์ทั้งหมดภายในห้องแล้วในที่สุดหลิงหยุนก็จ้องลึกลงไปในดวงตาของโม่วู๋เตา สำหรับผู้ที่นอนนิ่งเป็นผักเช่นนี้สิ่งเดียวที่พอจะสังเกตได้ก็คือดวงตาทั้งสองข้าง.. “อืมม..ลูกนัยน์ตามิได้กรอกไปมาดังเช่นก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถปรับตัวเข้ากับเหตุการณ์ที่เผชิญได้แล้ว ไม่เลวทีเดียว!” หลิงหยุนพยักหน้าด้วยความโล่งอกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยจากนั้นจึงหันไปพูดกับฉินฉางชิงว่า “ท่านตา..ข้าจะไปดูเขาก่อน!” จากนั้นหลิงหยุนก็ก้าวเท้าเดินผ่านประตูเข้าไปในบ้านทันที.. หลิงหยุนขยับเขยื้อนร่างกายไม่กี่ครั้งก็ไปปรากฏตัวอยู่ที่สวนด้านหลังแล้ว นักรบตระกูลฉินทั้งสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูห้องนั้น รู้สึกคล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อหันหลังกลับเข้าไปในห้อง ก็พบว่ามีคนอยู่ในห้องเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนแล้ว “พี่หยุน!”ตี้เสี่ยวอู๋เห็นหลิงหยุนเข้ามาจึงรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับร้องเรียกทันที“อืมม..”หลิงหยุนเพียงแค่ทำเสียงรับรู้อยู่ในลำคอเท่านั้นเขาเดินเข้าไปที่เตียงพร้อมกับก้มหน้าลงมองโม่วู๋เตาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงถามขึ้นว่า“เสี่ยวอู๋..ดวงตาของโม่วู๋เตากรอกไปมารวดเร็วเพียงใด และนานแค่ไหน”ตี้เสี่ยวอู๋ตอบกลับทันที“พี่หยุน.. ข้ามาถึงที่นี่เวลาบ่ายโมงครึ่ง และจนถึงตอนนี้ ดวงตาของโม่วู๋เตากรอกไปมาเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ดูเหมือนจะเป็นเวลาสี่โมงเย็นพอดี แล้วก็เป็นอยู่เช่นนั้นร่วมสองชั่วโมง”เวลานี้ตี้เสี่ยวอู๋เข้าสู่ระดับกลางขั้นอู่เฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-5) แล้ว ประสาทสัมผัสทั้งห้าย่อมต้องรับรู้ได้ละเอียดและชัดเจนกว่าคนปกติ และเขาก็ได้เฝ้าสังเกตอาการของโม่วู๋เตาอย่างละเอียด“อืมม..”หลิงหยุนพยักหน้าในขณะที่ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่งพร้อมกับพึมพำออกมาว่า “เพียงแค่ครั้งเดียว.. ตั้งแต่สี่โมงเย็น เป็นเช่นนั้นอยู่สองชั่วโมง ก็ถึงหกโมงเย็นพอดี.. ” ตี้เสี่ยวอู๋เห็นท่าทางของหลิงหยุนจึงได้แต่กระซิบถามเสียงเบาด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พี่หยุน.. โม่วู๋เตาจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ แล้วเขาจะกลายเป็นคนที่ต้องนอนเป็นผักงั้นรึ?”หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มและถามตี้เสี่ยวอู๋กลับว่า “แล้วเวลานี้เขาไม่ได้นอนเป็นผักหรืออย่างไร”“สิ่งที่แตกต่างจากคนที่นอนเป็นผักดูเหมือนจะมีเพียงดวงตาคู่นั้นที่สามารถกรอกไปกรอกมาได้ต่างหาก..”ดวงตาของตี้เสี่ยวอู๋ถึงกับเปลี่ยนเป็นแดงก่ำในขณะที่ร้องถามเสียงเครือ“เช่นนี้แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี”หลิงหยุนหันไปยิ้มให้ตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นตบบ่าของเขาเบาๆ“ใยต้องตื่นตระหนกเช่นนั้นด้วยเล่า อย่าได้กังวลใจไป เหตุการณ์มิได้เลวร้ายดังที่เจ้าคิดแน่..”หลิงหยุนอธิบายต่อ“เจ้าเคยได้ยินเรื่องวิญญาณออกจากร่างหรือไม่ เวลานี้สิ่งที่โม่วู๋เตากำลังประสบอยู่ ก็คล้ายๆเช่นนั้น..”ตี้เสี่ยวอู๋ถึงกับนิ่งอึ้งไป“ถอดจิตงั้นรึ!”“หาใช่เช่นนั้นไม่!วิญญาณออกจากร่างเป็นเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกินจะทน วิญญาณจึงแยกออกจากร่างนี้ไป และมิสามารถกลับเข้าร่างได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง.. ”“เมื่อแปดวันก่อนโม่วู๋เตาแอบดูความลับสวรรค์ และถูกสวรรค์ลงโทษอย่างรุนแรง จนวิญญาณของถึงกับแยกเขาออกจากร่าง..”“มนุษย์ที่สมบูรณ์จะต้องมีสามจิตเจ็ดวิญญาณแต่เวลานี้โม่วู๋เตาเหลือเพียงแค่หนึ่งจิตหนึ่งวิญญาณ อีกสองจิตหกวิญญาณนั้นมิรู้ว่าโบยบินไปในที่แห่งหนใด”หลิงหยุนอธิบายสภาพของโม่วู๋เตาในเวลานี้ให้ตี้เสี่ยวอู๋ฟัง..“ห๊ะ!”