ตอนที่ 1029
บทที่ 1460 : งานเลี้ยงขอบคุณ
October 22, 2026
บทที่ 1460 : งานเลี้ยงขอบคุณ เมื่อตี้เสี่ยวอู๋ได้ยินคำตอบของหลิงหยุนเขาถึงกับเอ่ยถามออกมาด้วยเพื่อย้ำให้มั่นใจ “พี่หยุน.. พี่.. มั่นใจหรือไม่” หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับตอบยิ้มๆ“แม้ข้าจะมิมั่นใจเต็มร้อย แต่คงจะไม่ผิดไปจากนี้มากนัก เว้นเสียแต่ว่าจะมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้น..” “เจ้านักพรตน้อยโม่วู๋เตาผู้นี้ถูกสวรรค์ลงโทษทำให้วิญญาณของเขาต้องหลุดออกจากร่าง หากมิกลับมาได้ภายในเจ็ดวัน เช่นนั้นก็คงต้องเป็นสี่สิบเก้าวัน!” “แม้เรื่องนี้อาจดูลึกลับซับซ้อนแต่สรุปง่ายๆก็คือเขากำลังรับโทษจากสวรรค์ และระยะขอบเขตของการลงโทษก็ไม่น่าจะเกินกว่านี้!” หลิงหยุนอธิบายให้ตี้เสี่ยวอู๋ฟังอย่างละเอียดเพื่อให้เขาสามารถสงบจิตสงบใจ และคลายความกังวลลงได้.. ตี้เสี่ยวอู๋ยังคงถามต่อ“พี่หยุน.. ถ้าเช่นนั้นจากนี้พวกเราควรทำเช่นใด จะต้องอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสี่สิบเก้าวันงั้นรึ?” หลิงหยุนชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันไปจ้องหน้าตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับตอบไปว่า “ถูกต้องแล้ว.. จะต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสี่สิบกว่าวัน แต่ผู้ที่จะอยู่คือเจ้าต่างหาก หาใช่ข้าไม่..” “ข้ารึ!” ตี้เสี่ยวอู๋ตอบกลับด้วยสีหน้างุนงง แม้ตี้เสี่ยวอู๋จะเป็นห่วงและกลัวว่าโม่วู๋เตาจะไม่ฟื้นขึ้นมาแต่หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากหลิงหยุนแล้วว่า จะไม่มีปัญหาใหญ่โตเกิดกับโม่วู๋เตาเป็นแน่ แต่หลิงหยุนกลับให้เขาอยู่เฝ้าโม่วู๋เตาที่นี่นานนับเดือน แล้วเขาจะทนได้อย่างไรกันเล่า หลิงหยุนจ้องมองตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับยิ้มล้อเลียนก่อนจะถามต่อว่า “หรือเจ้ามิอยากอยู่เฝ้านักพรตน้อยงั้นรึ” ตี้เสี่ยวอู๋ทำสีหน้ากระวนกระวายใจ“พี่หยุน.. ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น หาไม่แล้วข้าคงไม่ยอมทิ้งการฝึกฝนเพื่อมาเฝ้าเขาเช่นนี้แน่ เพียงแต่.. ข้าอยากติดตามพี่ไปตามที่ต่างๆ” หลิงหยุนหัวเราะเสียงดังพร้อมกับตอบไปว่า“ไม่จำเป็นที่เจ้าจะต้องติดตามข้า ข้อแรก.. ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบ ตราดใดที่พวกเรามิได้ไปรุกรานข่มเหงผู้อื่น ย่อมมิมีผู้ใดกล้าสร้างปัญหาให้กับพวกเราก่อนเป็นแน่..” “งานใหญ่ต่อจากนี้คือการไปช่วยท่านแม่ของข้าที่พรรคมารก่อนจะถึงวันนั้น เจ้าเพียงแค่หมั่นฝึนวิชาของตนก็พอ..” “การที่ข้าให้เจ้าอยู่เฝ้าโม่วู๋เตานั้นไม่จำเป็นที่เจ้าจะต้องหมกตัวอยู่แต่ในห้องนี้ เจ้าสามารถออกไปฝึกฝนวิชาของตนเองได้ตามปกติ และเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ให้รีบรายงานข้ารู้ทันที..” หลิงหยุนยกมือขึ้นตบบ่าตี้เสี่ยวอู๋จากนั้นจึงยกมือขึ้นชี้ไปทางทิศใต้พร้อมกับเอ่ยว่า “ด้านใต้คือเทือกเขาชิงหลิงซึ่งนับเป็นเส้นเลือดมังกรที่สำคัญยิ่ง เวลานี้เจ้ากำลังฝึกวิชามังกรทองคะนอง สถานที่ซึ่งอุดมด้วยปราณมังกรเช่นนั้น ย่อมเหมาะอย่างยิ่งต่อการฝึกวิชาของเจ้า” จากนั้นหลิงหยุนก็หันหน้าไปทางทิศเหนือพร้อมกับเอ่ยต่อ “จากตรงนี้ไปจนจรดทิศเหนือ ตรงกลางคือที่ราบสูงดินเหลือง ที่นั่นเป็นที่ซึ่งมีพลังชีวิตธาตุดินสมบูรณ์กว่าที่ใดๆ ฉะนั้น จึงเหมาะอย่างยิ่งที่เจ้าจะใช้ฝึกวิชาใต้ปฐพี”ตี้เสี่ยวอู๋ได้ฟังเช่นนั้นถึงกับตาโตเป็นประกายขึ้นมาทันที..หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยต่อว่า“ในเมื่อที่นี่เป็นสถานที่ฝึกวิชาชั้นเยี่ยม คงน่าเสียดายยิ่งหากเจ้าจะทิ้งไปเช่นนี้ แต่ไม่เป็นไร.. หากเจ้าต้องการติดตามข้า ข้าก็จะให้แวมไพร์ทั้งห้าอยู่เฝ้าโม่วู๋เตาที่ตระกูลฉินแทนเจ้าเอง..”ตี้เสี่ยวอู๋เกรงว่าหลิงหยุนจะเปลี่ยนใจจริงๆจึงรีบเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว “พี่หยุน.. ข้าจะเชื่อฟังพี่อยู่คุ้มครองโม่วู๋เตาที่นี่เอง!”หลิงหยุนแสร้งทำเป็นถามต่อ“นี่เจ้าจะไม่ตามข้าไปจริงๆงั้นรึ”ตี้เสี่ยวอู๋ยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับส่ายหัวไปมา“ไม่ดีกว่า..”หลิงหยุนฉีกยิ้มและเอ่ยตอบว่า“เสี่ยวอู๋.. การที่ข้าให้เจ้าอยู่ที่นี่ หาใช้เพียงแค่ต้องการให้เจ้าคอยคุ้มครองโม่วู๋เตาเท่านั้น แต่ยังต้องการให้เจ้าคอยปกป้องดูแลตระกูลฉินแทนข้าด้วย หากมีผู้ใดเลอะเลือนกล้าทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลฉิน เจ้ารู้ดีว่าควรต้องทำเช่นใดใช่หรือไม่”มิมีผู้ใดรู้จักตี้เสี่ยวอู๋ดีไปกว่าหลิงหยุนเวลานี้เขาผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์มาแล้ว ร่างกายจึงนับว่าได้ผ่านการปรับสภาพครั้งใหญ่ กายเนื้อจึงแข็งแกร่งยิ่งไม่แพ้หลิงหยุน และสามารถรับมือกับยอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) ที่ปราศจากอาวุธได้ อีกทั้งวิชามังกรทองคะนอง วิชาใต้ปฐพี และขวานยักษ์ซึ่งเป็นอาวุธระดับวิญญาณขั้นสูงด้วยสามสิ่งนี้ หลิงหยุนเชื่อว่าตี้เสี่ยวอู๋จะสามารถปกป้องตระกูลฉินมิให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกครั้งได้เป็นแน่ผ่านไปเพียงแค่ครึ่งปี..นับว่าตี้เสี่ยวอู๋สามารถเติบโตแข็งแกร่ง จนสามารถเป็นกำลังสำคัญให้กับหลิงหยุนได้“พี่หยุนได้โปรดวางใจ!”ดวงตาของตี้เสี่ยวอู๋เป็นประกายบ่งบอกถึงความมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่ง..“ดีมาก!”หลิงหยุนกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม“เจ้ามิต้องกังวลใจไป หากจำเป็นต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้น ข้าต้องเรียกเจ้าแน่!”สีหน้าของตี้เสี่ยวอู๋แสดงออกว่ามีความสุขยิ่งนัก..จากนั้นหลิงหยุนก็ได้เรียกแหวนจักรวาลออกมายื่นให้กับตี้เสี่ยวอู๋ “นี่สำหรับเจ้า.. จัดการหยดเลือดลงไปบนแหวนจักรวาลวงนี้ แล้วส่งแหวนพื้นที่วงเดิมคืนมาให้ข้า..” ตี้เสี่ยวอู๋เปรียบเสมือนมือขวาของเขาฉะนั้นแล้วหลิงหยุนจึงต้องมอบแหวนจักรวาลซึ่งมีพื้นที่ใหญ่กว่าเดิมให้ เพื่อที่เขาจะได้รับความสะดวกมากขึ้นในวันข้างหน้าหลังจากที่หยดเลือดลงไปแล้วตี้เสี่ยวอู๋จึงได้สวมแหวนจักรวาลลงบนนิ้วของตนเอง แต่แล้วเขาก็ถึงกับตกตะลึง และร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น..“นี่..นี่..”“นี่..มัวแต่ติดอ่างอยู่นั่นล่ะ! ไปๆๆ ไปกินข้าวกับข้าได้แล้ว!”