ตอนที่ 1030
บทที่ 1461 : คืนกระบี่มังกรเทวะ
October 22, 2026
บทที่ 1461 : คืนกระบี่มังกรเทวะ ฉินตงเฉวี่ยเดินนำหลิงหยุนไปตามถนนเงียบสงัดที่มุ่งสู่ทางด้านใต้ของหมู่บ้านตลอดสองข้างทางมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น แต่ละต้นล้วนมีลำต้นที่ใหญ่โต และสูงใหญ่กิ่งใบดกหนา ปกปิดท้องนภาเบื้องบนเหนือศรีษะของคนทั้งคู่ไว้มิดชิด จากที่นี่ไปอีกสามสิบเมตรมีแม่น้ำที่กว้างกว่าสิบเมตรไหลจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก และน้ำในแม่น้ำก็ใสกระจ่างยิ่ง เมื่อออกจากบ้านของฉินชุงเฟิงมาแรกๆทั้งสองคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งผ่านไปได้สักระยะ ฉินตงเฉวี่ยจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดทำลายความเงียบขึ้น นางชะลอฝีเท้าลงพร้อมกับหันมองไปทางต้นไม้ใหญ่ตลอดสองข้างทางก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกิ่งใบที่ดกหนาอยู่เหนือศรีษะ พร้อมกับเอ่ยออกไปว่า “ต้นไม้เหล่านี้มีชื่อว่ากั๋วหวยเป็นไม้ที่พบดาษดื่นทางใต้ของส่านซี และเป็นไม้ประจำเมืองซีอานด้วย” “แต่ทั่วทั้งส่านซีไม้ทั้งสองข้างทางนี้นับว่าเก่าแก่ที่สุด ต้นที่อายุน้อยที่สุดยังยืนยาวไม่น้อยกว่าสามร้อยปี หลังจากต้นเก่าตายบรรพชนตระกูลฉินก็ได้ปลูกมันขึ้นมาใหม่” มิรู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจที่ฉินตงเฉวี่ยเล่าประวัติเก่าแก่ของหมู่บ้านตระกูลฉินให้กับหลิงหยุนฟัง.. หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าแต่มิรู้สึกประหลายใดอันใด นั่นเพราะหมู่บ้านตระกูลฉินมีประวัติมายาวนานมากกว่าสองพันปี เมื่อเห็นหลิงหยุนยังคงนิ่งเงียบมิกล่าวอันใดออกมาฉินตงเฉวี่ยก็ได้แต่ถอนหายใจ นางหยุดนิ่งก่อนจะพูดต่อว่า “หลิงหยุนเจ้าปฏิบัติต่อตระกูลฉินของ แตกต่างจากตระกูลหลิงของเจ้า” “…” หลิงหยุนได้แต่นิ่งอึ้งไปเพราะไม่เข้าใจคำพูดของฉินตงเฉวี่ยแต่ในใจก็แอบคิดว่าจะให้เหมือนกันได้อย่างไรเล่า หลิงหยุนแซ่หลิง..อีกทั้งเมื่อกลับเข้าตระกูลหลิง ทั้งท่านปู่และท่านพ่อต่างก็มีสายเลือดเดียวกันกับเขา ในวันที่หลิงหยุนเข้าไปกราบไหว้บรรพชน หลิงลี่ก็ได้มอบมรดกประจำตระกูลหลิงให้กับเขา อีกทั้งยังมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลให้กับเขาด้วย เรื่องราวภายในตระกูลหลิงทั้งหมดจึงล้วนแล้วแต่อยู่ในการตัดสินใจของหลิงหยุนทั้งสิ้น แต่สำหรับตระกูลฉินแล้ว..เป็นไปมิได้เลยที่จะเป็นเช่นนั้น! “ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว!”หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่เพียงครู่เดียวจึงเอ่ยขึ้น.. “นั่นสินะ!สำหรับเจ้า.. ตระกูลฉินคงต้อนรับเจ้าได้ในฐานะแขกคนหนึ่งเท่านั้น!”ฉินตงเฉวี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย..หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น..”ฉินตงเฉวี่ยขมวดคิ้วพร้อมตอบกลับไปว่า“แต่ข้าเห็นท่าทางเกรงอกเกรงใจของเจ้าบนโต๊ะอาหาร..”“ฮ่าๆๆๆ”หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะออกมาแล้วจึงตอบกลับไปว่า “เจ้าจะให้ข้าทำเช่นใด จะให้ข้าทำตัวเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่จิงฉู หรือทำตัวเหมือนที่ข้าอยู่ตระกูลหลิงงั้นรึ? เป็นไปไม่ได้!”และหลิงหยุนก็อธิบายใหักับนางฟังว่า“ตงเฉวี่ย มันมิได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดเลย ข้าไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องผิดแปลกอันใด ในเมื่อข้ากับคนในตระกูลของเจ้าเพิ่งจะพบหน้ากันเป็นครั้งแรก จึงยังไม่สนิทสนมคุ้นเคย ของขวัญก็ยังมิได้นำมามอบให้พวกเขาด้วยซ้ำไป..”“แต่หากได้ใช้เวลาอีกสักพักก็จะคุ้นเคยสนิทสนมกันไปเอง เหตุการณ์ทุกอย่างก็จะค่อยๆดีขึ้นกว่านี้..”ร่างของหลิงหยุนมาหยุดยืนอยู่หน้าฉินตงเฉวี่ยพร้อมกับจ้องมองนางในขณะที่เอ่ยออกไป “สิ่งที่เจ้าเป็นอยู่เวลานี้ ทำให้ข้านึกถึงสำนวนหนึ่งขึ้นมา..”“สำนวนใดรึ”หลิงหยุนกล่าวออกไปช้าๆ“โจร.. สันหลังหวะ อย่างไรเล่า”“เด็กแสบ..นี่เจ้ากล้าว่าข้าเชียวรึ!”ใบหน้างดงามของฉินตงเฉวี่ยเปลี่ยนเป็นเดือดดาลขึ้นมาทันทีพร้อมกับยกเท้าขึ้นหันไปทางหลิงหยุน!“นี่..อย่าหนีนะ!”หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมกับกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว..“ซิงเฉินกับเซียนเอ๋อเล่าเหตุใดจึงไม่มาพร้อมกับเจ้าด้วย?” ฉินตงเฉวี่ยนึกขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามหลิงหยุน “ท่านแม่ของข้าสั่งให้นางกลับไปที่พรรคมารโดยเร็วที่สุดส่วนเซียนเอ๋อเวลานี้เก็บตัวฝึกฝนวิชาอยู่ที่ภูเขาเพลิง..”