ตอนที่ 1037
บทที่ 1468 : เร่งพัฒนาขั้นบ่มเพาะ
October 22, 2026
บทที่ 1468 : เร่งพัฒนาขั้นบ่มเพาะ แม้ต่อหน้าฉินจิวยื่อหลิงหยุนจะเฝ้าพร่ำบอกว่าเรื่องปัญหาของหนิงหลิงยู่นั้นเป็นเรื่องที่จัดการได้ไม่ยาก แต่ความจริงแล้วเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่า มันเป็นเรื่องยากมหันต์ที่จะสะสางปมปัญหาของหนิงหลิงยู่.. นั่นเพราะปัญหาของนางนั้นเกิดขึ้นเพราะทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วเมื่อหนึ่งเดือนก่อน! การจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ย่อมหมายถึงกับเผชิญหน้ากับกฏสวรรค์! หลิงหยุนยังจดจำได้อย่างแม่นยำว่าครั้งนั้นทั้งพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดิต่างก็ช่วยเขาฉกฉวยของขวัญจากสรวงสวรรค์มา และช่วยเขารับมือกับสายฟ้าเทวะที่น่าสะพรึงกลัว และสายฟ้าในพายุหมุนลูกใหญ่! ภาพในคืนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจของเขาอย่างยากที่จะลืมเลือนได้.. หลิงหยุนรู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าหากเขามิสามารถสังหารเจ้าของสายฟ้านั่นได้ หรือสะกดอีกฝ่ายไว้ได้ เขาก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องของหนิงหลิงยู่ได้เลย.. แต่ต้องฝึกวรยุทธบ่มเพาะถึงขั้นใดกันเขาจึงจะสามารถทำเช่นนั้นได้ แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นสังหารเจ้าของอสุนีบาตแม้หลิงหยุนจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับหนิงหลิงยู่อย่างถาวรได้ แต่อย่างน้อยก็สามารถสะกดไว้ได้ชั่วคราวได้ และสิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือ.. สืบหาให้ได้ว่าปัญหาที่แท้จริงของหนิงหลิงยู่คืออะไรกันแน่ แต่เพียงแค่เรื่องนี้ก็นับว่ายากยิ่งนักเพราะการที่เขาจะทำเช่นนั้นได้ ย่อมต้องมีขั้นพลังบ่มเพาะที่เหนือกว่าหนิงหลิงยู่ถึงสามขั้น หาไม่แล้ว.. เขาคงหลงเหลือเพียงแค่หนทางเดียวคือ ต้องขอความร่วมมือจากหนิงหลิงยู่ และให้นางบอกเล่าปัญหาออกมาเอง ซึ่งไม่มีทางที่นางจะยินยอม.. เวลานี้ทั้งตัวเขาเองฉินจิวยื่อ และเย่ซิงเฉิน ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าหนิงหลิงยู่นั้นมีปัญหาจริงๆ เพียงแต่นางแสร้งทำตัวเป็นปกติเหมือนมิมีสิ่งใดเกิดขึ้น และหากนางยังทำเหมือนมิมีอะไรเช่นนี้ ผู้อื่นจะช่วยนางได้อย่างไรกัน.. เวลานี้ทั้งตัวเขาและหนิงหลิงยู่ต่างก็อยู่ในระดับกลางขั้นลิ่วเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-6) แต่หากเทียบกันจริงๆแล้ว ความแข็งแกร่งของหลิงหยุนนั้นย่อมเหนือกว่าหนิงหลิงยู่อย่างแน่นอน พูดกันตามความจริง..หากหลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่เกิดต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายขึ้นมาจริงๆ หลิงหยุนย่อมสามารถสังหารหนิงหลิงยู่ได้เป็นแน่ แต่ปัญหาคือหนิงหลิงยู่หาใช่ศัตรูของหลิงหยุนไม่และหลิงหยุนเองก็มิเคยมีความคิดที่จะสังหารนางแม้แต่น้อย ตรงข้าม.. เขาต้องการช่วยเหลือนาง ช่วยแก้ปัญหาให้กับนาง! ในเมื่อไม่สามารถเจรจาตรงๆได้จะสู้กันก็ไม่ได้เช่นกัน และยิ่งมิสามารถลงมือสังหารได้.. ฉะนั้นแล้วจึงเหลือเพียงแค่หนทางเดียวเท่านั้นคือหลิงหยุนจำต้องฝึกปรือ และพัฒนาขั้นพลังของตนเองให้สูงขึ้น และเหนือกว่าขั้นพลังของหนิงหลิงยู่ เพื่อที่ว่าเขาจะได้สามารถสังเกตจุดซือไห่ของนางได้ ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่ หนิงหลิงยู่มีกายอัปสรอีกทั้งยังได้รับรางวัลจากสรวงสวรรค์เวลานี้ร่างกายของนางมีทั้งพลังอมตะสีทอง และพลังอมตะสีม่วงอยู่ภายใน เรียกได้ว่าสามารถฝึกฝนเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานได้อย่างสบายไร้อุปสรรคเลยทีเดียว แม้หลิงหยุนเองจะมีร่างกายที่น่าอัศจรรย์และท้าทายสวรรค์ยิ่ง แต่ร่างกายของหนิงหลิงยู่ก็มิได้ด้อยไปกว่าเขาเลย ฉะนั้นการจะฝึกฝนให้มีขั้นพลังบ่มเพาะเหนือกว่านางนั้น ย่อมมิใช่เรื่องที่จะสามารถทำได้โดยง่าย แต่นับว่าโชคดีที่นี่คือการกลับมาเกิดอีกครั้งของหลิงหยุนและจิตวิญญาณที่นำมาเขามาจุติในร่างใหม่นี้ ก็นับเป็นจิตวิญญาณในขั้นอมตะที่ทรงพลังยิ่ง นี่จึงนับเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้เขาสามารถฝึกวรยุทธบ่มเพาะก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่ง.. หลิงหยุนได้ตัดสินใจแล้วว่านับจากนี้ไปเขาจะไม่ถ่ายทอดวรยุทธบ่มเพาะใดๆ ให้กับหนิงหลิงยู่อีก จนกว่าเขาจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับนางได้เสียก่อนฉะนั้นแล้วสิ่งเดียวที่หลิงหยุนต้องทำในเวลานี้ก็คือ การเร่งฝึกฝนวรุยทธบ่มเพาะ และทำให้ตนเองก้าวหน้าโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้!“การฝึกบ่มเพาะแข่งกับผู้ที่มีกายอัปสรเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่กดดันยิ่งนัก..”บนยอดเขาไท่ไป่ซึ่งนับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาฉินหลิงและมีความสูงมากกว่าสามพันเจ็ดร้อยเมตร หลิงหยุนยืนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ ก่อนที่จะเริ่มฝึกวิชาดาราคุ้มกายอย่างเอาเป็นเอาตาย.. หลิงหยุนรู้อยู่แก่ใจดีว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเร่งฝึกวรยุทธบ่มเพาะ ให้เหนือกว่าหนิงหลิงยู่สามขั้นก่อนที่นางจะเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานได้..ก่อนอื่นเขาจะต้องเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานนำหนิงหลิงยู่ไปให้ได้ก่อน แล้วจึงค่อยเร่งฝึกฝนต่อไปให้เข้าสู่ขั้นเบิกเนตร ขั้นหลอมรวม ขั้นผสานใจ และขั้นแก่นทองคำการจะแก้ปัญหาเรื่องหนิงหลิงยู่นั้นจุดสำคัญอยู่ที่ขั้นเบิกเนตร และขั้นผสานใจ..หลิงหยุนรู้ดีกว่าผู้ใดว่าในขั้นใดของการฝึกปรือ จะต้องพบเจอกับอุปสรรคเช่นใด และจะได้รับพลังเหนือธรรมชาติแบบใด..สำหรับผู้ฝึกบ่มเพาะพลังที่สามารถเข้าสู่ขั้นเบิกเนตรได้นั้นดวงตาของคนผู้นั้นจะเปลี่ยนเป็นเนตรเทวะส่วนในขั้นผสานใจนั้นเป็นการฝึกจิตวิญญาณหยิน สำหรับผู้ฝึกวรยุทธบ่มเพาะนั้น จิตใจคือทุกสิ่งทุกอย่าง โลกภายนอกมีสิ่งยั่วยวนมากมาย เมื่อผ่านขั้นผสานใจไปได้แล้ว ผู้ฝึกวรยุทธบ่มเพาะจึงจะสามารถหลอมรวมแก่นทองคำซึ่งเป็นบาทฐานของแก่นเต๋าทองคำได้และแทบไม่ต้องสงสัยว่าในขั้นนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่หลิงหยุนจะสามารถแก้ปัญหาให้กับหนิงหลิงยู่ได้ฉะนั้นเขาจำเป็นต้องรีบเร่งฝึกฝนให้เข้าสู่สองขั้นนี้ให้ได้โดยเร็ว หาไม่แล้วหากปล่อยให้หนิงหลิงยู่หลอมแก่นทองคำได้ก่อน ทุกอย่างก็เป็นอันจบ..สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดในเวลานี้..หลิงหยุนต้องมั่นใจว่าตนเองจะสามารถก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่าหนิงหลิงยู่!เช่นนี้แล้วเขาจะไม่ฝึกฝนอย่างเอาเป็นเอาตายได้อย่างไรกันเล่าแต่ถึงอย่างไรการฝึกฝนที่พลาดพลั้งย่อมเป็นอันตรายถึงชีวิตได้แม้จะต้องเร่งรีบฝึกฝนมากเพียงใด แต่หลิงหยุนก็ต้องไปอย่างมั่นคงด้วย เพื่อมิให้ปัจจัยภายนอกสามารถส่งผลต่อจิตแห่งเต๋าของตน.. แต่จิตวิญญาณในขั้นอมตะนั้นก็ใช่ว่าจะสามารถถูกสิ่งเล็กๆน้อยๆภายนอกกระทบได้..สองชั่วโมงผ่านไปจนกระทั่งเข้าสู่เวลาเจ็ดโมงเช้าดวงอาทิตย์ก็ได้ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสมบูรณ์ หลิงหยุนจึงหยุดฝึกวิชาดาราคุ้มกาย เขาเปลี่ยนมาดูดซับปราณมังกรเข้าไป และเริ่มฝีกวิชามังกรทองคะนองต่อส่วนวิชาพลังลับหยิน–หยางนั้นหลิงหยุนมิจำเป็นต้องจงใจฝึก หรือจงใจเดินพลังอีก เพราะจุดตันเถียนมหัศจรรย์ของเขานั้นได้หมุนอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา และนั่นเท่ากับเป็นการฝึกฝนวิชานี้แล้วหลิงหยุนนั่งขัดสมาธิและพ่นเปลวเพลิงห้าธาตุหยิน–หยางออกมาเปลวไฟทั้งเจ็ดได้ครอบคลุมกายเขาไว้ทั่วทั้งร่าง และกำลังบ่มเพาะกายเนื้อ จุดซือไห่ และจุดตันเถียนของเขาอย่างต่อเนื่องภายใต้การฝึกวิชามังกรทองคะนองนั้นปราณมังกรจากเส้นเลือดมังกรทั่วทั้งขุนเขา และหุบเขาในบริเวณนั้น ต่างก็พุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของหลิงหยุนอย่างมากมายและต่อเนื่อง เหมือนกับเมื่อครั้งที่ปราณมังกรในพระราชวังต้องห้าม ได้เคยพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของเขาไม่หยุดหย่อนเวลาล่วงเลยไปโดยมิรู้ตัวหลิงหยุนก็ได้ฝึกปรือวรยุทธบ่มเพาะไปร่วมสี่ชั่วโมง..จนกระทั่งเข้าสู่เวลากลางวันหลิงหยุนรู้สึกว่าปราณมังกรรอบๆกายเขานั้น ได้ถูกเขาดูดซับเข้าไปอย่างมากมายแล้ว เขาจึงได้หยุดการฝึกไว้เพียงเท่านั้น และลุกขึ้นยืน“เส้นเลือดมังกรในเทือกเขาฉินหลิงนี้นับเป็นสถานที่ที่มีปราณมังกรหนาแน่นเหมาะแก่การฝึกวิชามังกรทองคะนองยิ่งนัก..”