ตอนที่ 1040
บทที่ 1471 : เรื่องสำคัญของตระกูลฉิน
October 22, 2026
บทที่ 1471 : เรื่องสำคัญของตระกูลฉิน ในเมื่อหลิงหยุนวางแผนที่จะเดินทางกลับแล้วเขาจึงต้องไปหาฉินฉางชิงที่บ้านบรรพชนตระกูลฉินเพื่อกล่าวคำอำลาเสียก่อน.. “เอาล่ะมีเรื่องอะไรไว้ค่อยพูดกัน..ตอนนี้เจ้ามากินข้าวเช้ากับข้าก่อน!” ทันทีที่เห็นหลิงหยุนปรากฏตัวฉินฉางชิงก็รีบร้องเรียกให้เขาเข้ามารับประทานอาหารเช้าด้วยกันทันที หลิงหยุนฝึกฝนนานติดต่อกันถึงสามวันสามคืนโดยมิได้หลับได้นอน และมิมีอาหารตกถึงท้องเลย เวลานี้เขาจึงรู้สึกหิวโหยยิ่งนัก และเมื่อฉินฉางชิงเอ่ยเชิญชวนเช่นนั้น หลิงหยุนจึงพุ่งเข้าไปสวาปามอาหารบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว “หลิงหยุน..เกิดอะไรขึ้นกับเจ้างั้นรึ สองสามวันมานี้เจ้าไปเดินอยู่หน้าประตูสุสานทำไมกัน?” ฉินฉางชิงอดสงสัยไม่ได้จึงต้องเอ่ยถามหลิงหยุนออกไปตามตรง.. “ท่านตา..ข้ามิได้เป็นอะไร เพียงแต่ข้ากำลังฝึกวรยุทธบ่มเพาะอยู่ต่างหากเล่า..” หลิงหยุนมิมีสิ่งใดต้องปกปิดฉินฉางชิงจึงได้บอกกับเขาไปตามความจริง.. “ฝึกวรยุทธบ่มเพาะงั้นรึ” ฉินฉางชิงถึงกับนั่งนิ่งอ้าปากค้างอยู่ครู่ใหญ่ในที่สุดก็เอ่ยออกไปว่า “เจ้าเดินไปเดินมาเช่นนั้น เรียกว่าฝึกงั้นรึ ฝึกอย่างไรกัน?” หลิงหยุนยิ้มให้กับฉินฉางชิงพร้อมกับอธิบายให้เขาฟังว่า“ในการฝึกวรยุทธบ่มเพาะของข้านั้น ไม่ว่าจะนั่งหรือจะเดินก็ย่อมสามารถฝึกฝนได้ทั้งหมด และที่ข้าเดินไปเดินมาอยู่หน้าประตูทางเข้าสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีนั้น ก็เพื่ออาศัยพลังหยินที่พวยพุ่งออกมาในการฝึกเท่านั้น” “ใช้พลังหยินช่วยในการฝึกงั้นรึ” ดูเหมือนฉินฉางชิงจะยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเขาเอ่ยถามด้วยความอัศจรรย์ใจ “แต่พลังหยินเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นภูติผีวิญญาณที่ชั่วร้าย มีเพียงผู้บ่มเพาะพลังภูติเท่านั้นที่ต้องการ แม้แต่เจ้าก็สามารถใช้มันได้ด้วยรึ” หลิงหยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยเขารู้ดีว่าฉินฉางชิงเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้ดี หาไม่แล้วคงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะได้เป็นผู้พิทักษ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีมาหลายชั่วอายุคนเช่นนี้ “ท่านตา..ความจริงแล้วมีเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้!” หลิงหยุนกล่าวต่อด้วยสีหน้าท่าทางมั่นอกมั่นใจ“ในเมื่อเต๋าก่อเกิดหยินและหยาง ทุกสรรพสิ่งในสวรรค์และโลกล้วนกอปรด้วยหยินและหยาง หยินและหยางจึงนับว่าสร้างสรรทุกสรรพสิ่ง พลังทั้งหมดในสวรรค์และโลกจึงล้วนแล้วแต่เป็นเพียงแค่พลังงานอย่างหนึ่งเท่านั้น!” “ในเมื่อหยางก็คือพลังอย่างหนึ่งหยินเองก็เช่นกัน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าผู้บ่มเพาะจะสามารถดูดซับ และแปลงมันไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรต่างหากเล่า หาใช่เพียงแค่ผู้บ่มเพาะพลังภูติเท่านั้นที่จะดูดซับหยินได้!” ฉินฉางชิงฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าแววตาของเขาเป็นประกายด้วยความตกตะลึง “หากสามารถปรับเปลี่ยนหยินเป็นหยาง หยางเป็นหยินได้เช่นนี้ หลิงหยุน.. นี่ย่อมหมายความว่าวรยุทธบ่มเพาะของเจ้าต้องล้ำเลิศยิ่งนักเป็นแน่!” “ขอบคุณท่านตา..ท่านกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว!” หลิงหยุนเอ่ยออกมาอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว ฉินฉางชิงมิรู้ว่าควรต้องพูดอะไรอีกจึงได้แต่หัวเราะออกมาเท่านั้น..“ท่านตา..ความจริงที่ข้ามาหาท่านก็เพื่อมาร่ำลา ข้าเตรียมที่จะกลับจิงฉูวันนี้แล้ว!”ในเมื่ออธิบายให้ฉินฉางชิงเข้าใจแล้วหลิงหยุนจึงรีบเอ่ยถึงจุดประสงค์ของตนที่มาพบเขาในทันที ฉินฉางชิงรีบเอ่ยตอบกลับไปว่า“หลิงหยุน แม้เจ้าจะมาตระกูลฉินเป็นครั้งที่สองแล้ว และแม้ว่าจะอยู่นานหลายวัน แต่ตลอดเวลาเจ้าก็เอาแต่ฝึกฝนวรยุทธ พวกเราสองคนยังมิเคยได้มีโอกาสนั่งกินข้าวไปด้วยคุยกันไปด้วยนานๆเลยสักครั้ง เจ้าอยู่ต่ออีกสักสองสามวันมิได้รึ”“ท่านตา..ที่ข้าต้องกลับไปจิงฉูเพราะรับปากที่จะทำบางสิ่งบางอย่างให้กับใครบางคน เวลานี้ก็ใกล้ถึงเวลาที่นัดหมายกันไว้แล้ว ข้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปช่วยตามสัญญา..”หลิงหยุนตอบไปตามความจริงพร้อมกับเอ่ยต่อทันที“หากมิใช่เพราะมีภารกิจที่ต้องทำ มีหรือที่ข้าจะมิอยากอยู่ตระกูลฉินต่อ เสร็จภารกิจเมื่อใด ข้าจะมาเยี่ยมเยียนท่านตาอีก..”“งั้นก็แล้วแต่เจ้า!”ฉินฉางชิงรู้ดีว่าหลิงหยุนคงมิอาจอยู่ต่อได้จริงๆจึงไม่คิดที่จะรั้งไว้อีก และรีบตอบตกลงทันทีจากนั้น..หลิงหยุนกับฉินฉางชิงก็สนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง หลิงหยุนได้บอกเล่าถึงจุดประสงค์ที่เขาต้องการให้ตี้เสี่ยวอู๋อยู่ที่นี่ นอกเหนือจากเหตุผลที่ให้ต้องการให้เขาอยู่ดูแลโม่วู๋เตาเวลานี้โม่วู๋เตายังคงนอนหลับไหลอยู่เช่นเดิมแต่เห็นได้ชัดว่าสภาพของเขานั้นดูดีขึ้นมากเรื่อยๆ“ดูเหมือนว่านักพรตน้อยนั่นคงจะนอนหลับถึงสี่สิบเก้าวันอย่างที่เจ้าบอกจริงๆเมื่อฟื้นขึ้นมาเขาคงจะได้รับประโยชน์กลับมามากมายทีเดียว”หลิงหยุนเพียงแค่พยักหน้า..“หลิงหยุนเจ้ามิต้องเป็นห่วงอันใด หากนักพรตน้อยเกิดประสบปัญหาในระหว่างหลับไหล ตระกูลฉินของข้าจะทำทุกหนทางเพื่อช่วยให้เขาปลอดภัย!”“ขอบคุณท่านตายิ่งนัก!” หลังจากไปเยี่ยมดูอาการของโม่วู๋เตาแล้วหลิงหยุนก็ออกจากบ้านบรรพชนตระกูลฉิน และไปร่ำลาฉินชุนเฟิงกับฉินเซี่ยฮัวที่บ้านต่อทันทีท้ายที่สุด..หลิงหยุนก็ตรงไปท้ายหมู่บ้านตระกูลฉิน เพื่อร่ำลานางฉินจิวยื่อผู้เป็นมารดาหลิงหยุนได้บอกเล่าการฝึกฝนที่สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีให้กับฉินจิวยื่อฟังโดยมิได้ปิดบังพร้อมกับบอกขั้นพลังบ่มเพาะของตนเองเวลานี้ให้นางรู้ และหากเปรียบเทียบหลิงหยุนกับฉินจิวยื่อและฉินตงเฉวี่ยในเวลานี้ หลิงหยุนนับว่าก้าวหน้าไปไกลกว่ามาก..แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็อดที่จะดีใจไม่ได้เมื่อได้ยินว่า หลิงหยุนสามารถก้าวหน้าไปได้อีกหนึ่งระดับ..“ท่านแม่..หลิงยู่ส่งข่าวมาบ้างหรือไม่”แม้หลิงหยุนจะมุ่งมั่นอยู่กับการฝึกฝนมากเพียงใดแต่ก็ยังคงนึกเป็นห่วงหนิงหลิงยู่อยู่เสมอ ฉินจิวยื่อตอบหลิงหยุนกลับไป“นางยังคงอยู่ที่เขาคุนหลุน เห็นว่าช่วงนี้เป็นวันหยุดหลายวัน ตระกูลหนิงจึงขอให้นางอยู่ต่ออีกสักหน่อย พวกเขายังมิยอมให้นางกลับ!“อ่อ..”หลิงหยุนครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วจึงถามต่อว่า“ท่านแม่.. หลิงยู่ได้บอกหรือไม่ว่าจะกลับเมื่อใด กลับจากตระกูลหนิงแล้วจะมาที่นี่ก่อน หรือว่าตรงไปปักกิ่งเลย?”