ตอนที่ 1042
บทที่ 1473 : ประสบการณ์ใหม่
October 22, 2026
บทที่ 1473 : ประสบการณ์ใหม่ เวลาหกโมงเย็น..เครื่องบินส่วนตัวของหลิงหยุนก็ได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติจิงฉู “พี่หยุน!!” ถังเมิ่งได้ไปรอเขาถึงด้านในที่เครื่องบินลงจอดเมื่อหลิงหยุนเดินลงจากเครื่องก็พบถังเมิ่งที่วิ่งเข้ามาทักทาย และโผเข้ากอดเขาทันที สองพี่น้องต่างก็ไม่ได้พบเห็นหน้ากันนานนับสิบวันแล้ว.. “นี่..ดูท่านายจะว่างมากสินะ ถึงได้มีเวลามารับฉันที่สนามบินแบบนี้!” หลิงหยุนจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและชุ่มไปด้วยเหงื่อของถังเมิ่งในขณะที่เอ่ยถามออกไปและอดที่จะนึกขันไม่ได้ ถังเมิ่งได้ฟังหลิงหยุนพูดแล้วก็ถึงกับยิ้มกว้างจนตาตี่เขาหันไปตอบหลิงหยุนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “พี่หยุน.. เดี๋ยวนี้เวลามีเรื่องอะไรยากๆ ฉันก็จะพูดเพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น.. ไปให้ท่านประธานเป็นคนตัดสินใจ!! แค่นี้ก็จบแล้ว..” หลิงหยุนถึงกับยิ้มออกมาพร้อมกับตอบไปว่า“มิน่าล่ะ.. วันนี้เม่ยเฟิงถึงไม่มีเวลาว่างมารับฉันที่สนามบิน!” ถังเมิ่งถึงกับต้องแก้เก้อด้วยการกระแอมเบาๆแต่ถังเมิ่งก็ยังคงเป็นถังเมิ่งที่ลื่นไหลเช่นเคย เขารีบอธิบายให้หลิงหยุนฟังทันที “ใครบอกล่ะพี่หยุน..มันไม่ได้เป็นอย่างที่พี่คิดเลย เป็นเพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มทำงานหลังจากวันหยุดต่างหากล่ะ พี่เม่ยเฟิงก็เลยมีประชุมมากมายจนปลีกตัวมาไม่ได้ ส่วนฉันไม่ต้องเข้าประชุม ก็เท่านั้นเอง!” “หึ..นายยังคงหาข้อแก้ตัวได้เก่งเหมือนเดิมสินะ!” หลิงหยุนโบกไม้โบกมือไล่ให้ถังเมิ่งออกเดิน“เอาล่ะๆ รีบไปขึ้นรถกันได้แล้ว” ถังเมิ่งนำรถมาทั้งหมดสามคันพวกเขาทั้งสองขึ้นไปนั่งบนรถคันสีดำ ส่วนคนอื่นๆต่างก็แยกย้ายไปนั่งรถคันอื่น เว้นเพียงเจสเตอร์ที่หลิงหยุนสั่งให้มาทำหน้าที่ขับรถให้กับเขาและถังเมิ่ง.. ส่วนหวังชงเซียวนั้นก็มิได้รู้สึกกังวลใดๆเพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าถังเมิ่งจะต้องเตรียมการทุกอย่างให้พร้อมแล้ว.. เมืองจิงฉูแห่งนี้นับเป็นฐานทัพที่แข็งแกร่งของหลิงหยุนยิ่งนัก! ภายในรถ..หลิงหยุนกับถังเมิ่งนั่งคู่กันที่เบาะหลัง และคุยกันไปอย่างสบายอกสบายใจ “พี่หยุน..กลับเข้าเมืองช่วงนี้ต้องเจอรถติดแน่ๆ” “นายไม่ต้องห่วง..รถติดอาจจะเป็นปัญหาสำหรับคนอื่น แต่ไม่ใช่ฉัน.. พวกเราขับไปเรื่อยๆก่อนแล้วค่อยหาที่จอดข้างทาง” หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยเขาวางแผนไว้ในใจว่าวันนี้จะต้องพาถังเมิ่งเหาะไปบนท้องนภา เพื่อให้เขาได้เปิดหูเปิดตา และเป็นการฝึกความกล้าหาญให้กับถังเมิ่งด้วย ถังเมิ่งรู้ว่าหลิงหยุนนั้นมีภารกิจรัดตัวอีกทั้งยังต้องฝึกฝนวิชาด้วย เรียกได้ว่าต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลา จึงมิได้มีเวลาเหลือให้กับเขามากมายนัก เวลานี้..ถังเมิ่งดำรงตำแหน่ง Chief Executive Officer ของบริษัท หลิงหยุน คอร์ปอเรชั่น แม้ว่าจะไม่ได้ทำหน้าที่ตัดสินใจในเรื่องต่างๆของบริษัทแล้ว แต่เรื่องใหญ่โตในบริษัทย่อมจำเป็นที่เขาจะต้องรับรู้ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ถังเมิ่งจึงมิได้มีเวลาว่างที่จะเที่ยวเล่นไปเรื่อยดังเช่นเมื่อก่อน แต่บริษัทหลิงหยุน คอร์ปอเรชั่นนั้น เจ้าของที่แท้จริงยังคงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นซึ่งก็คือหลิงหยุนนั่นเอง! “พี่หยุน..ตอนนี้บริษัทหลิงหยุนคอร์ปอเรชั่นของเราได้ลงทุนในท่าอากาศยานนานาชาติจิงฉูด้วยนะ มีสัดส่วนการถือหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ ใช้เงินลงทุนเบื้องต้นไปห้าพันล้านหยวน ลงนามข้อตกลงร่วมมือเชิงกลยุทธ์สำหรับสิบปีข้างหน้า..”“เยี่ยมมาก!”หลิงหยุนอดที่จะเอ่ยชื่นชมความสามารถของเฉิงเม่ยเฟิงไม่ได้..ปัจจุบันเมืองจิงฉูมีสนามบินเพียงแค่แห่งเดียวเท่านั้นเนื่องจากท่าอากาศยานและการบินเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ ธุรกิจประเภทนี้จึงถูกควบคุมโดยรัฐ ฉะนั้นการได้รับส่วนแบ่งของหุ้นในอัตราสามสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเวลาสิบปีนั้น จึงนับว่าเป็นอัตราที่สูงมากแล้วส่วนในอนาคตนั้นหลังจากที่ศูนย์วิจัยยาของหลิงหยุนในเขตหลินเจียงเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ที่นั่นจะกลายเป็นสถานที่สำคัญสำหรับวงการแพทย์เลยทีเดียว และเมื่อถึงเวลานั้นท่าอากาศยานนานาชาติจิงฉู จะกลายเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว.. “พี่หยุน..พี่เข้าใจผิดแล้ว!”ถังเมิ่งรีบส่ายหน้าปฏิเสธเพราะรู้ว่าหลิงหยุนกำลังคิดอะไรอยู่พร้อมกับอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ความจริงที่พี่เม่ยเฟิงลงทุนในท่าอากาศยานนานาชาติจิงฉูนั้นเธอเพียงแค่ต้องการให้พี่สามารถเดินทางกลับมาที่นี่ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นเท่านั้นเอง! ไม่ได้คิดถึงเรื่องผลกำไรอะไรเลย..”“เอ่อ…”หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปทันทีและไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีก..เฉิงเม่ยเฟิงใช้เงินมากถึงห้าพันล้านหยวนเพียงเพื่อต้องการให้เขากลับจิงฉูได้สะดวกสบายและง่ายขึ้นเท่านั้นรึหลังจากที่เหลือบมองถังเมิ่งเล็กน้อยหลิงหยุนจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เฮ้อ.. นี่มันขี่ช้างจักตั๊กแตนชัดๆ!!”“ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะของชายหนุ่มทั้งสองดังประสานอยู่ในรถจากนั้นเสียงของเจสเตอร์ก็ดังขึ้น..“เจ้านายทั้งสอง..หยุดหัวเราะก่อนจะได้หรือไม่ ดูสิข้าตกใจจนรถแฉลบออกนอกเลนแล้ว!”เจสเตอร์เห็นทั้งสองคนเอาแต่หัวเราะไม่หยุดจึงรีบยกมือขึ้นทำท่าทำทางร้องบอก..หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นก็แทบอยากยกเท้าถีบเจสเตอร์ให้หัวคะมำเพราะมันกำลังขับรถมาด้วยความเร็วสูง แต่กลับปล่อยมืออกจากพวงมาลัยเช่นนั้น รถจะไม่วิ่งแฉลบออกนอกเลนได้อย่างไรกัน“นี่พี่หยุน..เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ท่านอาจารย์ของฉันได้มาพบพี่เม่ยเฟิงที่จิงฉูด้วยล่ะ! ทั้งคู่คุยกันเรื่องแผนการลงทุนและพัฒนาบริษัทกันอยู่ตั้งนานแน่ะ!”“อาจารย์ของนายหมายถึงลุงสองของฉันเหรอ?!” “ใช่แล้ว!!”ถังเมิ่งตอบกลับด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ“พีหยุน.. ครั้งนี้ฉันได้ยกน้ำชาทำการคาราวะท่านอาจารย์อย่างถูกต้องแล้วด้วยนะ..”“หึ..นายจะได้ประโยชน์มากเลยทีเดียวล่ะ!”หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ“ฉันหวังว่านายจะไม่สร้างความเสื่อมเสียให้กับอาจารย์หรอกนะ..”ถังเมิ่งจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องพูด “พี่หยุน.. ท่านอาจารย์บอกว่าที่ปักกิ่งมีงานยุ่งมาก ก็เลยรีบกลับด้วยเครื่องบินส่วนตัวในคืนนั้นเลย แต่ก็ได้บอกกับพี่เม่ยเฟิงว่า สะสางงานแล้วให้เธอรีบตามเขาไปที่ปักกิ่งโดยเร็ว”“งั้นรึ”หลิงหยุนพยักหน้ารับรู้แต่แล้วจู่ๆก็เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบถามถังเมิ่งไปว่า “นอกจากเม่ยเฟิงแล้ว ลุงสองได้ไปพบใครในจิงฉูอีกมั๊ย”“ก่อนกลับ..ท่านอาจารย์ได้แวะไปเยี่ยมท่านหมอเสี่ยว ไปคลินิกสามัญชน ไปโรงพยาบาลหลิงหยุน ไปบ้านเลขที่-1 แล้วก็ไปบ้านเลขที่-9 ด้วย จากนั้นก็ขอให้ฉันช่วยพาขับรถชมรอบๆเมืองอีกด้วย”