ตอนที่ 1047
บทที่ 1478 : เหาะไป
October 22, 2026
บทที่ 1478 : เหาะไป หลังจากแยกตัวออกมาแล้วหลิงหยุนก็ไปปรากฏตัวที่สวนภายในบ้านของท่านหมอเสี่ยว ท่านหมอเสี่ยวรู้ว่าหลิงหยุนกลับมาแล้วเขาจึงตั้งใจรออยู่ที่บ้านมิได้ออกไปที่ใด และกำลังช่วยเหมี่ยวเสี่ยวเหมาดูแลสมุนไพรพลังชีวิตที่อยู่ในสวน “ท่านปู่เสี่ยว..” ทันทีที่หลิงหยุนปรากฏตัวเขาก็เอ่ยทักทายท่านหมอเสี่ยว แต่กลับเห็นร่างสูงใหญ่ของท่านหมอเสี่ยวนั้นมีอาการสะดุ้งตกใจเล็กน้อย! “อ้าวหลิงหยุน..คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมาเร็วถึงเพียงนี้” เสี่ยวเจิ้งจี๋มีสีหน้าหม่นหมองเล็กน้อยคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันในระหว่างที่เอ่ยถาม คล้ายจะตำหนิหลิงหยุนที่มาเช้าเกินไป หลิงหยุนเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของเสี่ยวเจิ้งจี๋จึงได้แต่กระซิบเสียงเบาว่า “ท่านปู่เสี่ยว ได้เวลาที่จะต้องไปสะสางปัญหาของท่านแล้ว เพราะหนอนกู่กลืนใจที่อยู่ภายในร่างของท่านนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็มิเป็นผลดีต่อทั้งตัวท่านเองและท่านย่าเหมี่ยวเป็นแน่ มิมีเหตุผลใดที่ต้องรั้งรออีก” เสี่ยวเจิ้งจี๋ตอบกลับยิ้มๆ“หลิงหยุน.. เหตุผลที่เจ้าเอ่ยมานั้น ข้าเองก็พอเข้าใจ แต่เมื่อคิดว่าต้องกลับไปเผชิญหน้ากับนาง ข้าก็.. ก็..” เสี่ยวเจิ้งจี๋รู้สึกผิดจึงมิกล้าที่จะไปพบหน้าเหมี่ยวเฟิงหวง และเมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ เขากลับยิ่งมีความกังวลใจมากขึ้นเรื่อยๆ “ท่านปู่เสี่ยวท่านอย่าด่วนกังวลใจและคิดไปไกลมากนัก การเดินทางไปพบท่านย่าเหมี่ยวครั้งนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ท่านแค่ร่วมเดินทางไปด้วยก็พอ เรื่องทุกอย่างปล่อยให้ข้าเป็นผู้จัดการเอง” เป็นเพราะมิมีผู้อื่นอยู่ด้วยหลิงหยุนจึงกล้าเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา.. ใบหน้าของท่านหมอเสี่ยวยังคงแดงก่ำในระหว่างที่กำลังครุ่นคิดสีหน้าของเขาลังเล และมือข้างหนึ่งก็ดึงสมุนไพรพลังชีวิตหลุดติดออกมาโดยไม่รู้ตัว ท่าทีเช่นนี้บ่งบอกถึงความขัดแย้งภายในใจของเขา.. หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มแต่มิได้กล่าวอันใดอีกและกำลังรอให้ท่านหมอเสี่ยวตัดสินใจ.. หากเสี่ยวเจิ้งจี๋มิกล้าไปเผชิญหน้ากับเหมี่ยวเฟิงหวงต่อให้หลิงหยุนใช้กำลังบีบบังคับให้เขาไป ปัญหาต่างๆก็คงจะยังมิได้ถูกสะสางแต่อย่างใด ปัญหาทางกายภาพอาจสะสางได้แต่ปัญหาเรื่องภายในจิตใจของคนทั้งคู่ ก็จะยังคงค้างคาอยู่เช่นเดิม เพราะปัญหาทั้งหมดล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความจริงใจของทั้งสองฝ่าย! “เฮ้อ..” ท้ายที่สุดท่านหมอเสี่ยวก็ถอนหายใจยาวดวงตาทั้งคู่จ้องมองหลิงหยุนแน่วแน่ ก่อนจะถามย้ำว่า “จะไปจริงๆรึ!” หลิงหยุนตอบกลับเพียงแค่สั้นๆเป็นการตอกย้ำ “ต้องไป!” “ตกลง!” ท่านหมอเสี่ยวรับคำพร้อมกับถอนหายใจอีกครา“เฮ้อ.. แม้เรื่องระหว่างข้ากับเหมี่ยวเฟิงหวง จะมิอาจบอกได้ว่าผู้ใดถูกและผู้ใดผิด แต่หลังจากที่ข้าได้พบเสี่ยวเหมา ข้ากลับยิ่งรู้สึกผิดต่อนางมากขึ้น..” ท่านหมอเสี่ยวกล่าวต่อด้วยแววตาแน่วแน่และดวงตาที่แดงก่ำ “แม้นางจะเคยพบท่านย่าของหนิงน้อย แต่เฟิงหวงกลับมิเคยทำร้ายนาง กลับตั้งใจปล่อยให้พวกเราสองคนอยู่ครองคู่จนแก่เฒ่า.. เหตุผลเพียงแค่นี้ก็ทำให้ข้าต้องไปพบนางแล้ว!” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับใจสั่นสะท้านและตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ท่านปู่เสี่ยว ตลอดหลายปีที่ท่านย่าเหมี่ยวมิยอมถอนหนอนกู่ของนางกลับคืนไปนั้น ความจริงหาใช่เพราะความโกรธเกลียดในตัวท่านไม่ นางเพียงแค่มิต้องการทำลายสายใยสุดท้าย และเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยังเชื่อมต่อกับท่านได้เท่านั้น” คำพูดประโยคนี้ของหลิงหยุนมีค่ามากกว่าคำพูดอีกหลายหมื่นพันประโยคเลยทีเดียว!ท่านหมอเสี่ยวได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับน้ำตารินไหลออกมาทันที“หลิงหยุน ความจริงข้าเองก็ครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่หลายวัน และได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้อยู่แล้ว เอาล่ะ.. พวกเราจะออกเดินทางเมื่อใด”หลิงหยุนที่เฝ้ารอคำพูดประโยคนี้ของเสี่ยวเจิ้งจี๋อยู่แล้วเขาจึงมิรีรอและรีบตอบกลับไปทันที“ท่านปู่เสี่ยวข้าสะสางเรื่องสำคัญภายในจิงฉูเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว จึงได้มาพบท่านที่บ้าน หากท่านปู่พร้อมเมื่อใด พวกเราก็เริ่มออกเดินทางกันได้เลย!”หลิงหยุนได้จัดการสะสางปมปัญหาทางด้านอารมณ์ความรู้สึกของท่านหมอเสี่ยวแล้วอีกทั้งยังได้หลอมโอสถเยาว์วัยเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เขาจึงพร้อมที่จะออกเดินทางได้ทุกเมื่อ“นี่เจ้าจัดการทุกอย่างพร้อมแล้วจริงๆรึ!”ท่านหมอเสี่ยวนึกสรรหาคำพูดที่จะมากล่าวชมหลิงหยุนแต่กลับพบว่ามิสามารถหาคำใดมาแทนความรู้สึกของตนเองในเวลานี้ได้ จึงเปลี่ยนเป็นส่ายหน้าพร้อมกับถามขึ้นว่า“แล้วครั้งนี้พวกเราจะพาผู้ใดไปด้วยบ้าง”สำหรับเรื่องนี้หลิงหยุนได้มีการเตรียมการมาก่อนล่วงหน้าแล้ว“เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจำเป็นต้องไปกับพวกเราด้วย เพราะนางคือกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ ส่วนหนิงน้อยยังมิจำเป็นต้องพานางไปด้วย ส่วนคนอื่นๆ ท่านปู่มิต้องกังวลใจ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง..” “ได้..เช่นนั้นก็พาเสี่ยวเหมากลับไปพร้อมกันด้วย!”ท่านหมอเสี่ยวเองก็รู้สึกว่าคงมิใช่เรื่องเหมาะสมนักที่จะให้เหมี่ยวเฟิงหวงกับหนิงน้อยพบกันในเวลานี้ เขาจึงรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที“แต่หนิงน้อย..เด็กนั่น..”“ท่านปู่เสี่ยวเรื่องของหนิงน้อย ข้าจะเป็นผู้จัดการเอง”“แล้วพวกเราล่ะ”“ออกเดินทางในคืนนี้คาดว่าคงจะถึงเผ่าเหมี่ยวเจียงในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า!”……ความจริงแล้วสิ่งที่หลิงหยุนเป็นกังวลที่สุดก็คือการที่เสี่ยวเจิ้งจี๋จะมิกล้าตัดสินใจต่างหาก แต่เขาเองก็ได้วางแผนไว้แล้วหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ และเขาคงต้องดึงเหมี่ยวเสี่ยวเหมากับเสี่ยวเม่ยหนิงให้มาช่วยเกลี้ยกล่อม จึงได้บอกกับเหออวี้ฉงว่าจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ แต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้วจากนั้นหลิงหยุนก็นั่งคุยในรายละเอียดกับเสี่ยวเจิ้งจี๋ต่ออีกร่วมสองชั่วโมงหลังจากที่อธิบายเรื่องปัญหาด้านจิตใจระหว่างท่านหมอเสี่ยวกับเหมี่ยวเฟิงหวงจนเข้าใจดีแล้ว หลิงหยุนก็ลุกขึ้นและขอตัวกลับหลิงหยุนยังมีเรื่องต้องไปจัดการอีกมากจึงไม่มีเวลาที่จะนั่งสนทนา หรือรับประทานอาหารกับท่านหมอเสี่ยวต่อ อีกอย่าง ก่อนที่จะออกเดินทาง ต่างฝ่ายต่างก็ต้องเตรียมตัวเก็บข้าวของด้วยจนกระทั่งเที่ยงตรงหลิงหยุนจึงได้กลับไปยังบ้านเลขที่-1และร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับจินเหยียว เขาได้บอกเล่าแผนการเดินทางครั้งนี้ให้กับนางทราบ พร้อมกับถามความสมัครใจของนางว่าต้องการเดินทางไปยังเผ่าเหมี่ยวเจียงด้วยกันหรือไม่“หลิงหยุน..หากข้าต้องการกลับไปเผ่าเหมี่ยวเจียงนั้น ย่อมสามารถกลับไปเมื่อใดก็ได้ แต่ครั้งนี้ เจ้าไปที่นั่นเพื่อแก้ปัญหาให้กับปู่ของเสี่ยวเหมา เรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้ คนยิ่งน้อยมากเท่าไหร่ก็น่าจะยิ่งเป็นผลดี ข้าจึงตัดสินใจที่จะไม่ไปด้วย”หลิงหยุนใคร่ครวญตามและเห็นด้วยกับจินเหยียวปัญหาครั้งนี้ก็คล้ายกับปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งของคู่ชีวิตทั่วไป อีกอย่างทุกคนต่างก็ห่วงเรื่องหน้าตาของตนเองกันทั้งนั้น คงมิมีผู้ใดต้องการให้ผู้อื่นล่วงรู้ปัญหาของตนเองเป็นแน่ และเมื่อมิมีผู้ใดยื่นมือเข้ามาข้องเกี่ยว ทั้งสองคนก็จะค่อยๆสงบลง และหันหน้ากลับมาคุยกันและคืนดีกันได้เองฉะนั้นหลิงหยุนจึงมิได้คะยั้นคะยอจินเหยียวและตัดสินใจที่จะพาเหมี่ยวเสี่ยวเหมาไปด้วยเพียงผู้เดียวเท่านั้น