ตอนที่ 1049
บทที่ 1480 : การสอนที่หฤโหด
October 22, 2026
บทที่ 1480 : การสอนที่หฤโหด มณฑลกุ้ยโจวหรือเรียกอีกชื่อว่าเฉียน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีความสูงอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันหนึ่งร้อยเมตร พื้นที่ทางด้านตะวันตกเป็นที่สูง และลาดต่ำไปทางทิศตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่คือภูเขา จึงเป็นที่รู้จักกันในนาม ‘แปดขุนเขา หนึ่งสายธาร และหนึ่งท้องทุ่ง’ ลักษณะภูมิประเทศของกุ้ยโจวนั้นประกอบไปด้วยที่ราบ ภูเขา เนินเขา และแอ่ง แต่เก้าสิบสามเปอร์เซ็นต์คือภูเขาและเนินเขา “นอกเมืองล้วนแล้วแต่เป็นภูเขาแต่น่าเสียดายที่ภูเขาเหล่านี้ได้แตกสลาย เกินกว่าจะก่อรูปเป็นเส้นเลือดมังกรขนาดใหญ่ได้..” ระหว่างที่เหาะไปบนท้องนภาหลิงหยุนก็ได้กล่าวถึงภูมิทัศน์เบื้องล่างขึ้นเป็นครั้งคราว “ช่างแตกต่างจากเทือกเขาฉินหลิงยิ่งนัก!” สืบเนื่องจากสภาพธรณีวิทยาของที่นี่ภูเขาส่วนใหญ่จึงถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีการยุบตัวเป็นหลุม เป็นช่อง เป็นถ้ำ และอื่นๆอีกมากมาย แม้มองลงมาจากท้องฟ้าจะเห็นยอดเขาหนาแน่นแต่ก็กระจัดกระจาย ดูกคล้ายกับซาลาเปาลูกใหญ่หลายลูกเสียมากกว่า นี่คือสิ่งที่หลิงหยุนคิด เมืองหลินเฉิงตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำระหว่างแม่น้ำแยงซีเกียงและแม่น้ำเพิร์ลที่นี่มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี และมีแม้น้ำหลากหลายสาย เวลานี้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาค่อยๆฟื้นคืนสติจากความตกใจสุดขีดก่อนหน้าใบหน้างดงามนั้นซีดเผือด และได้แต่พึมพำออกมาว่า.. “รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ..ช่างรวดเร็วเหลือเกิน!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเหลือบมองนาฬิกาและพบว่าเพิ่งจะเป็นเวลาสามทุ่มสิบนาทีเท่านั้น!! เวลาเพียงแค่สิบนาทีนี่!!หากนางเดินทอดน่องไปเรื่อยเปื่อย ก็คงเดินไปไกลได้เพียงแค่จากบ้านเลขที่-1 ของหลิงหยุนไปที่บ้านของท่านหมอเสี่ยวเท่านั้น แต่ภายในระยะเวลาแค่สิบนาทีนี้หลิงหยุนกลับสามารถพานางเหาะจากบ้านเลขที่-1 มาถึงเมืองหลินเฉิงในมณฑลกุ้ยโจวได้.. เวลาเพียงแค่สิบนาทีหลิงหยุนสามารถเหาะไปได้ไกลกว่าหนึ่งพันสี่ร้อยเมตร! ยิ่งเหาะไปได้ไกลมากเพียงใดดูเหมือนความเร็วในการเหาะของหลิงหยุนก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย.. เวลานี้..สิ่งที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาได้ยินนั้น ดูเหมือนจะมีเพียงเสียงพายุลมที่อื้ออึงอยู่เต็มสองหูเท่านั้น แม้ว่าเหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะสามารถสงบจิตสงบใจลงได้แล้วแต่ก็มิอาจที่จะปิดบังความตื่นตระหนกตกใจของตนเองไว้ได้ ‘เวลานี้ข้าเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าเหตุใดหลิงหยุนจึงเอาแต่หมกมุ่น และเอาจริงเอาจังกับการฝึกวรยุทธบ่มเพาะตลอดทั้งวันทั้งคืนเช่นนั้น!’ สามารถเหาะไปด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ได้เหตุใดยังต้องไปด้วยเครื่องบินอีกเล่า! ที่สำคัญ..หลิงหยุนมิได้พานางเหาะมาด้วยปี เขาเพียงแค่จับข้อมือของนาง และพาเหาะขึ้นมาบนท้องนภา หลังจากนั้นเขาก็ปล่อยข้อมือของนาง เวลานี้เท้าทั้งสองของนางที่สัมผัสอยู่บนอากาศนั้น มิแตกต่างจากการยืนอยู่บนผืนดินเลยแม้แต่น้อย “นี่ข้าเหาะช้าแล้วนะ..สนุกหรือไม่” หลิงหยุนเอ่ยตอบ แม้ว่าหลิงหยุนจะสร้างโล่ลมปราณขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันกระแสลมไว้แล้วแต่หากเขาเหาะไปด้วยอัตราความเร็วที่เร็วกว่านี้ เกรงว่ากายเนื้อของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาในเวลานี้จะมิอาจทานทนได้ เขาจึงต้องเหาะไปด้วยความเร็วที่คาดว่านางจะสามารถทานทนได้ด้วย หน้าอกของเหมี่ยวเสี่ยวเหมากระเพื่อมขึ้นลงและเลี่ยงที่ตอบคำถามของหลิงหยุน.. จนกระทั่งผ่านไปอีกครู่ใหญ่จู่ๆ นางจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามออกไปว่า “หลิงหยุน.. หากข้าอยู่ในขั้นเดียวกับเจ้า จะสามารถเหาะได้รวดเร็วเช่นเดียวกับเจ้าหรือไม่” หลิงหยุนส่ายหน้า“ไม่มีทาง! ต่อให้เจ้าเผาเสินหยวนขั้นสุด อย่างมากก็เหาะได้เร็วกว่าเสียงเพียงแค่ห้าเท่าเท่านั้น!”“เพราะเหตุใด!”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีและเอ่ยถามคล้ายกับไม่อยากจะยอมรับหลิงหยุนตอบกลับด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ“เพราะเจ้ากับข้าแตกต่างกัน!”คำตอบของหลิงหยุนฟังแล้วทำให้เหมี่ยวเสี่ยวเหมารู้สึกเจ็บปวดใจนัก“นี่เจ้า!!”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและโมโห “นี่เจ้ารู้จักพูดจาดีๆเหมือนกับผู้อื่นเป็นแต่หลิงหยุนกลับมิใส่ใจกับอารมณ์ของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเขาเรียกกระบี่เหินซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณออกมามอบให้กับเหมี่ยวเสี่ยวเหมา“เจ้าหยดโลหิตลงไป..”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเอ่ยถามทันที“มันคือ!”หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“ยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณชั้นเลิศ หากเจ้าไม่ต้องการก็ดี ข้าจะได้เก็บไว้เอง..”“ใครบอกว่าไม่ต้องการกันเล่ามีแต่คนโง่เขลาเท่านั้นล่ะที่ไม่ต้องการ!”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาตอบโต้กลับไปทันทีจากนั้นจึงรีบกัดปลายลิ้นของตนเอง และทำการหยดเลือดลงบนกระบี่เหินเล่มนั้นทันที แล้วนางก็สามารถเชื่อมต่อกับกระบี่เหินได้อย่างรวดเร็วความรู้สึกที่เชื่อมต่อนี้มิได้ต่างจากที่นางเชื่อมต่อกับเจ้าทองอ้วนเลย.. จากนั้นเสียงของหลิงหยุนก็ดังขึ้น“กระบี่เหินนี้มิได้มีอะรลี้ลับ เพียงแค่ใช้สองเท้าเหยียบลงบนกระบี่ และใช้จิตใจควบคุมสั่งการ..”“และยิ่งกระบี่เหินเป็นยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณชั้นเลิศเช่นนี้การควบคุมก็ยิ่งง่ายขึ้น!”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาฟังแล้วก็หันมองหลิงหยุนด้วยสีหน้าประหลาดใจและสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงได้แต่เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย“เจ้ากล่าวเช่นนี้หมายความอย่างไรงั้นรึ!”แต่ยังมิทันที่จะได้คำตอบเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็สัมผัสได้ว่า ใต้ฝ่าเท้าของตนนั้นเหลือเพียงอากาศธาตุ!ร่างของเหมี่ยวเสี่ยวเหมากำลังร่วงหล่นลงจากท้องนภา!“ห๊ะ!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ!!ฟิ้ว…เสียงลมหวีดหวิวดังกังวาลอยู่ในแก้วหูทั้งสองข้างของนางผสานกับเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ใบหน้างดงามนั้นเปลี่ยนเป็นซีดเผือด และมือเท้าก็ดิ้นรนไขว่าคว้าอากาศไปมา!“หลิงหยุนข้าจะฆ่าเจ้า!!”“ฮ่าๆๆเจ้าคงจะมิปล่อยให้ตนเองตกลงไปหรอกนะ เอาน่าหญิงงาม! เดี๋ยวเจ้าจะต้องนึกขอบคุณข้า!”หลิงหยุนยังคงยืนอยู่ที่เดิมแต่เสียงของเขานั้นกลับดังทะลุเข้าไปในหูทั้งสองข้างของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาอย่างชัดเจน