ตอนที่ 1050
บทที่ 1481 : ในที่สุดก็มา!
October 22, 2026
บทที่ 1481 : ในที่สุดก็มา! โรงแรมที่ถังเมิ่งจองไว้คือโรงแรมจงเทียน.. โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดในหลินเฉิงด้านหน้าทางเข้าโรงแรมมีน้ำตกที่สร้างขึ้น รอบๆโรงแรมมีต้นไม้ที่ปลูกขึ้นเรียงรายอย่างเรียบร้อยงดงาม และมีสภาพแวดล้อมที่ดียิ่ง แม้ถังเมิ่งจะเป็นผู้จองโรงแรมแต่เหออวี้ฉงกลับเป็นผู้จ่ายเงิน และเป็นอีกครั้งที่นางทำการเหมาโรงแรมทั้งชั้นไว้เช่นเคย หลิงหยุนและเหมี่ยวเสี่ยวเหมามาถึงโรงแรมก่อนคนอื่นๆทั้งคู่นั่งรออยู่ที่ล็อบบี้กว่าครึ่งชั่วโมง และในที่สุดถังเมิ่งและคนอื่นๆก็มาถึง เหออวี้ฉงดูเหมือนจะเชื่อใจหลิงหยุนยิ่งนักครั้งนี้นางจึงมิได้นำบอดี้การ์ดของตนเองติดตามมาด้วย และให้พวกเขารออยู่ที่จิงฉู แต่พาผู้ช่วยมาด้วยเพียงสองคนเท่านั้น คนขี้ระแวงย่อมไม่เลือกไว้วางใจผู้ที่น่าสงสัยนี่คือนิสัยของเหออวี้ฉง.. อีกอย่าง..นางเองก็เชื่อว่าหลิงหยุนมิได้คิดร้ายต่อนาง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง นางก็ยากที่จะมีโอกาสรอด การนำบอดี้การ์ดมาด้วยมากมายจึงมิใช่เรื่องสมเหตุสมผล ทันทีที่เข้ามาในโรงแรมผู้ช่วยของเหออวี้ฉงทั้งสองคนก็ได้เข้าไปทำการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ระหว่างนั้น คนที่เหลือก็ไปนั่งดื่มกาแฟรอที่เลาจน์ซึ่งทางโรงแรมจัดไว้ต้อนรับ “แม่นางเหอธุระที่ข้าต้องทำครั้งนี้มิได้เกี่ยวข้องกับเจ้า ถ้าอย่างไรเจ้าก็พักผ่อนรอข้าอยู่ที่โรงแรมตามสบาย..” หลิงหยุนเหลือบมองหวังชงเซียวกับแวมไพร์ทั้งห้าพร้อมกับเอ่ยต่อว่า “เรื่องความปลอดภัยของเจ้า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเขา เจ้ามิจำเป็นต้องกังวลใจ ข้ารับรองได้ว่าเจ้าต้องปลอดภัยแน่” “ต้องรบกวนท่านแล้วท่านผู้นำตระกูลหลิงข้าเองก็ได้บอกกับท่านก่อนหน้านี้แล้วว่าข้าจะปฏิบัติตามคำแนะนำของท่านทุกอย่าง” เหออวี้ฉงเอ่ยขอบคุณหลิงหยุนด้วยท่าทางเคารพนบนอบ.. หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยกับความเฉลียวฉลาดของเหออวี้ฉงทำให้เขามิต้องพูดคำเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเชื่อว่าน่าจะเป็นถังเมิ่งที่บอกกับเหออวี้ฉงว่านางควรกล่าวอะไรบ้าง เนื่องจากคณะของหลิงหยุนมากันหลายคนและนับเป็นลูกค้าวีไอพีของทางโรงแรม ฉะนั้นการเช็คอินจึงดำเนินการเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทุกคนรับคีย์การ์ดของตนเองแล้วต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายไปพักผ่อนที่ห้องของตน.. หลิงหยุนและเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเดินตรงไปที่ห้องของท่านหมอเสี่ยวเพื่อปรึกษาหารือกันเรื่องแผนการในวันพรุ่งนี้ “ท่านปู่เสี่ยว..เวลานี้ท่านรู้สึกเช่นใดบ้าง” หลังจากที่ปิดประตูห้องและเดินเข้าไปด้านในแล้ว หลิงหยุนก็เอ่ยถามท่านหมอเสี่ยวทันที สีหน้าของเสี่ยวเจิ้งจี๋ซีดเซียวเล็กน้อยเพราะเวลานี้ดูเหมือนหนอนกู่ภายในกายจะเริ่มขยับเขยื้อนอีกครั้ง และตัวเขาเองก็พยายามที่จะสะกดมันไว้ “เฟิงหวงน่าจะรู้แล้วว่าข้ามาถึงที่นี่และนางจึงพยายามที่จะควบคุมหนอนกู่กลืนใจอีกครั้ง..” เสี่ยวเจิ้งจี๋นั่งลงพร้อมกับถอนหายใจยาวพร้อมบอกเล่าความจริงให้หลิงหยุนฟังโดยมิคิดที่จะปิดบัง หลิงหยุนกับเหมี่ยวเสี่ยวเหมาถึงกับหันไปมองหน้ากันเหตุการณ์เหมือนกับที่ตัวนาง หลิงหยุน และจินเหยียวสนทนากันก่อนหน้านี้ “เวลานี้ข้าเองก็เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-4แล้ว อีกทั้งยังมีผนึกทั้งสองของเจ้า หากเฟิงหวงคิดที่จะทำลายผนึกนี้ และควบคุมหนอนกู่กลืนใจอีกครั้ง นางคงต้องใช้เวลาอีกนานทีเดียว..” ท่านหมอเสี่ยวเป็นเจ้าของร่างย่อมต้องรู้สถานการณ์ของตนดีกว่าผู้ใด จึงได้บอกเล่าความเห็นของตนให้หลิงหยุนกับเหมี่ยวเสี่ยวเหมาฟัง สำหรับเรื่องนี้หลิงหยุนเองก็ได้รู้มาจากจินเหยียวว่า กำลังภายในของเหมี่ยวเฟิงหวงน่าจะไม่เกินระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-3 อีกทั้งที่นี่ยังอยู่ห่างจากหมู่บ้านเหมี่ยวไปหลายร้อยกิโลเมตร หลิงหยุนมีท่าทีกระอักกระอ่วนลังเลใจเล็กน้อยแต่แล้วในที่สุดเขาก็หันไปมองหน้าท่านหมอเสี่ยว พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย“ท่านปู่เสี่ยวข้ามีคำแนะนำในเรื่องนี้ ท่านลองฟังดูว่าจักสามารถใช้ได้ผลหรือไม่”“นับจากนี้ไปท่านต้องเลิกต่อต้านท่านย่าเหมี่ยว ด้วยการหยุดใช้พลังปราณสะกดหนอนกู่ภายในร่าง ส่วนข้าเองก็จะทำการคลายผนึกที่สะกดหนอนกู่ไว้เช่นกัน..”“ไม่ทราบว่าท่านปู่เสี่ยวคิดเห็นเช่นใด” หลังจากที่เอ่ยแนะนำออกไปเช่นนั้นหลิงหยุนก็เป็นฝ่ายรอคอยให้ท่านหมอเสี่ยวเป็นผู้ตัดสินใจ..“ห๊ะ!อะไรนะ?!”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาได้ยินหลิงหยุนแนะนำเช่นนั้นก็ถึงกลับเป็นร้องอุทานออกมาด้วยความตระหนกตกใจ สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที และรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับร้องตะโกนถามเสียงดัง“หลิงหยุนนี่เจ้าบ้าไปแล้วรึ”“เสี่ยวเหมา..เงียบเดี๋ยวนี้!”ท่านหมอเสี่ยวที่นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเป็นฝ่ายยกมือขึ้นโบกห้ามปรามเหมี่ยวเสี่ยวเหมา พร้อมกับเอ่ยต่อว่า..“ชีวิตของข้านับจากนี้เป็นของเฟยหวงแล้วจะอยู่หรือตายก็ปล่อยให้นางเป็นผู้ตัดสินใจเองเถิด!”เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ท่านหมอเสี่ยวก็หันไปยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับพยักหน้า แววตาของเขาเป็นประกายบ่งบอกว่าเห็นด้วยกับหลิงหยุนเขามาที่นี่เพื่อปรับความเข้าใจและชดเชยให้กับเหมี่ยวเฟิงหวง หากมาถึงที่นี่แล้วยังต้องฝืนต่อสู้กับนางต่อไปเช่นนี้ ไม่แน่ว่าด้วยอารมณ์ที่ร้อนแรงของนาง เหมี่ยวเฟิงหวงอาจมิยินยอม และอาจใช้สรรพกำลังทั้งหมดที่ตนมี หรืออาจออกมาจากหมู่บ้านเหมี่ยว เพื่อให้เข้าใกล้กับตัวเขาได้มากขึ้น และสามารถควบคุมหนอนกู่ได้ดียิ่งขึ้น ถึงเวลานั้นชีวิตของเขาก็อาจตกอยู่ในอันตรายก็ได้ถึงเวลานั้นคงมีเพียงชะตากรรมเดียวที่เขาจะต้องเผชิญก็เป็นได้!การจะแก้ไขความขุ่นข้องหมองใจของเหมี่ยวเฟิงหวงนั้นท่าทีที่สื่อสารออกไปจึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง!หากต้องการเข้าไปที่หมู่บ้านเหมี่ยวเพื่อเจรจาต่อหน้าเหมี่ยวเฟิงหวงแล้วล่ะก็สิ่งสำคัญคือต้องคลายผนึก และหยุดการต่อสู้ของคนทั้งสองไว้ มิฉะนั้นแล้ว การเผชิญหน้ากันของคนทั้งคู่ก็จะยิ่งมีแต่ความกดดันที่เพิ่มขึ้นหลิงหยุนพิจารณาถึงเรื่องสำคัญนี้ต่างหากจึงได้เสนอความคิดเห็นไปเช่นนั้น..“หลิงหยุนเจ้าจัดการได้เลย!”ท่านหมอเสี่ยวเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปหาหลิงหยุน ครั้งนี้เขามิได้ใช้พลังปราณสะกัดหนอนกู่ไว้อีกแล้ว และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันหลิงหยุนชื่นชมการตัดสินใจของท่านหมอเสี่ยวยิ่งนักและก่อนที่เขาจะลงมือ ได้บอกกับท่านหมอเสี่ยวผ่านทางจิต–ท่านปู่อย่าได้กังวลใจข้าอยู่ที่นี่ทั้งคน หนอนกู่มิสามารถทำอันตรายท่านถึงขั้นเสียชีวิตได้แต่ เพียงแต่..-เมื่อหลิงหยุนถอนผนึกออกเมื่อใดหนอนกู่ก็จะเป็นอิสระ และจะเริ่มกัดกินหัวใจของท่านหมอเสี่ยวต่อ ท่านหมอเสี่ยวจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทรมานอย่างมาก ท่านหมอเสี่ยวยิ้มอย่างสงบนิ่งพร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า“ต่อให้ข้าต้องตายก็ไม่เป็นไร..”ชั่วอึดใจต่อมา..หลิงหยุนก็ได้ใช้วิชาดรรชนีห้าธาตุทำการคลายผนึกที่หน้าอกให้กับท่านหมอเสี่ยวบูม!ผนึกที่สะกดหนอนกู่กลืนใจไว้ได้ถูกหลิงหยุนคลายออกแล้ว!“เรียบร้อยแล้ว!”หลิงหยุนเอ่ยขึ้นในขณะที่ใบหน้าแดงระเรื่อของท่านหมอเสี่ยวได้เปลี่ยนเป็นซีดขาวทันที ริมฝีปากบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด