ตอนที่ 1051
บทที่ 1482 : ถึงหมู่บ้านเหมี่ยว
October 22, 2026
บทที่ 1482 : ถึงหมู่บ้านเหมี่ยว ในเวลาเดียวกัน..ที่โรงแรมจงเทียนภายในห้องพักของเสี่ยวเจิ้งจี๋ หลังจากที่หลิงหยุนทำการถอนผนึกแล้วหนอนกู่กลืนใจก็กัดกินหัวใจของท่านหมอเสี่ยวอย่างบ้าคลั่ง ภายในเวลาเพียงแค่สองนาที ท่านหมอเสี่ยวถึงกับเจ็บปวดจนแทบมิอาจทานทนได้ เหงื่อเย็นไหลท่วมตัวเปียกเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่ และไม่สามารถยืนนิ่งต่อไปได้ เขาทรุดนั่งลงกับพื้นตัวงอ “โอ๊ย..โอย..” ความเจ็บปวดนั้นเพิ่มทวีมากขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดท่านหมอเสี่ยวก็ถึงกับต้องร้องครวญครางออกมา และนี่คือความน่ากลัวของหนอนกู่กลืนใจ! “ท่านปู่!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาคุกเข่าลงกับพื้นประคองร่างของท่านหมอเสี่ยวไว้ในอ้อมแขน นางได้แต่ทนดูท่านหมอเสี่ยวร้องครวญครางด้วยความรู้สึกเจ็บปวด จนน้ำตาไหลเอ่อดวงตาทั้งสองข้าง “ฮึ่ม..” หลิงหยุนซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามคนทั้งคู่นั้นได้เแต่คำรามออกมาและเริ่มไม่อาจทนต่อไปได้ เขาหลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ และค่อยๆนับตัวเลขอยู่ในใจ หากภายในครึ่งนาทีหลังจากนี้ เหมี่ยวเฟิงหวงยังไม่หยุดทำร้ายท่านหมอเสี่ยว หลิงหยุนคงต้องลงมืออย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่ หนอนกู่กลืนใจก็คือไส้เดือนที่อาศัยอยู่ในหัวใจเวลานี้กำลังกัดกินเนื้อและโลหิตภายในใจอยู่เช่นนี้ ผู้ใดเล่าจะสามารถทานทนต่อความเจ็บปวด และมีชีวิตอยู่ต่อได้อีก หัวใจของผู้ใหญ่คนหนึ่งมีขนาดเท่ากำปั้นข้างหนึ่งเท่านั้นแม้ท่านหมอเสี่ยวจะได้กลืนโอสถเยาว์วัยของหลิงหยุนเข้าไป และหนุ่มขึ้นจากเดิมอีกยี่สิบปี แต่ถึงกระนั้นเขาจะสามารถทานทนต่อความเจ็บปวดนี้ไปได้อีกนานเท่าใด สามนาที..เป็นช่วงเวลาแห่งการระบายความโกรธแค้น และก็มากพอที่คนคนหนึ่งจะสามารถสงบสติอารมณ์ลงได้เช่นกัน หากผ่านไปสามนาทีแล้ว เหมี่ยวเฟิงหวงยังมิยอมรามือ หลิงหยุนก็คงจะไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนแผนหรือจุดประสงค์ของการเดินทางมาในครั้งนี้แน่.. เขาคงจะใช้ความแข็งแกร่งของตนเองเข้ากดดันเผ่าเหมี่ยวเจียงและบีบบังคับให้เหมี่ยวเฟิงหวงต้องก้มหัวให้ จากนั้นให้ท่านหมอเสี่ยวเป็นผู้ตัดสินใจและยื่นคำขาด หากถึงเวลาที่หลิงหยุนตัดสินใจทำเช่นนั้นแล้วแม้แต่ท่านหมอเสี่ยว หรือเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็ยากที่จะสามารถขัดขวางได้ แต่ในระหว่างที่หลิงหยุนกำลังนับอยู่ในใจนั้น..จู่ๆ ร่างของท่านหมอเสี่ยวก็หยุดสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวด เพราะหนอนกู่ภายในร่างก็หยุดการเคลื่อนไหวทันที! แต่เนื่องจากถูกหนอนกู่กัดกินอยู่นานถึงสองนาทีหัวใจของท่านหมอเสี่ยวจึงยังคงมีโลหิตไหลอยู่ ความเจ็บปวดจึงยังคงไม่หายไปในทันที เพียงแค่ทุเลาเบาบางลงไปเท่านั้น หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก.. ท่านหมอเสี่ยวจึงค่อยๆถอนฝ่ามือที่กุมหน้าอกของตนเองออกเขายืดร่างตรงและสูดลมหายใจยาว ก่อนจะหันไปจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยออกไปว่า “หนอนกู่สงบนิ่งแล้ว!”เวลานี้หลิงหยุนเองก็ได้จับตามองเข้าไปในร่างของท่านหมอเสี่ยวอยู่ตลอดเวลาเขาจึงได้รู้เห็นสภาพภายในร่างกายของท่านหมอเสี่ยวดี จึงได้แต่ยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า“ท่านปู่เสี่ยวขอแสดงความยินดีด้วย!”หากจะพูดตามตรงระยะเวลาจากที่หลิงหยุนถอนผนึกไปจนถึงหนอนกู่หยุดเคลื่อนไหวนั้น นับว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นกว่าที่หลิงหยุนคาดการไว้มากนัก แต่นั่นยังมิใช่ประเด็น ประเด็นคือจู่ๆหนอนกู่ที่เคยกัดกินหัวใจอย่างคลุ้มคลั่ง กลับเปลี่ยนเป็นนิ่งเงียบและไม่เคลื่อนไหวอีกเลยซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกว่า..เหมี่ยวเฟิงหวงตัดสินใจสั่งหนอนกู่ให้หยุดกัดกินหัวใจของท่านหมอเสี่ยวแล้วนั่นเอง!เหมี่ยวเสี่ยวเหมาถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมานางค่อยๆประคองร่างของท่านหมอเสี่ยวให้ลุกขึ้นยืนด้วยน้ำตานองหน้า พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ“ท่านย่า..นาง..”‘หนึ่งคืนของคู่ชีวิตเสมือนหนึ่งร้อยวัน..’หลิงหยุนได้แต่ถอนหายใจและคิดคำนึงอยู่ในใจเงียบๆ โดยมิกล้าเอ่ยออกมาและแน่นอนว่า..นับจากนี้การเริ่มต้นที่งดงามกำลังเกิดขึ้นแล้ว!“ท่านปู่เสี่ยวท่านอย่าด่วนเคลื่นไหวร่างกายนัก!”หลิงหยุนเอ่ยบอกท่านหมอเสี่ยวพร้อมกับเรียกยันต์บำบัดระดับเจ็ดออกมาถือไว้ในมือ ก่อนจะปิดลงบนหน้าอกของเขาหน้าอกของท่านหมอเสี่ยวพลันเปลี่ยนเป็นแสงสว่างสีขาวขึ้นมาวูบหนึ่งจากนั้นจุดที่ถูกหนอนกู่กัดกินพลันกลับสู่สภาพปกติดังเดิมในระหว่างที่รักษาอาการบาดเจ็บให้กับท่านหมอเสี่ยวอยู่นั้นหลิงหยุนยังนึกเกรงว่าหนอนกู่กลืนใจจะดิ้นรนขัดขวาง แต่เขาก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อพบว่าหนอนกู่กลับสงบนิ่งไม่มีปฎิกิริยาต่อต้านใดๆเลยแม้แต่น้อยในระหว่างที่หลิงหยุนกำลังทำการรักษาท่านหมอเสี่ยวอยู่นั้นเขาเองก็คงไม่นึกไม่ฝันว่า เหมี่ยวเฟิงหวงจะกำลังคุกเข่าร่ำไห้อย่างเจ็บปวดใจอยู่บนภูเขาเช่นกัน“หลิงหยุน..ดูเหมือนว่าเจ้าคงจะมิได้เก่งกาจเพียงแค่เรื่องการฝึกวรยุทธบ่มเพาะหรอกนะ!”หลังจากที่หนอนกู่สงบนิ่งและได้รับการรักษาด้วยยันต์บำบัดของหลิงหยุนแล้ว ท่านหมอเสี่ยวก็ได้หันไปยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยชมเขาจากนั้นท่านหมอเสี่ยวก็ได้แต่ถอนหายใจใบหน้าเจือด้วยรอยยิ้มขมขื่น “คิดไม่ถึงว่าวิธีนี้จะได้ผล..”“ท่านปู่เสี่ยวกล่าวชมข้าจนเกินไป..”หลิงหยุนยกมือขึ้นเกาศรีษะด้วยความเก้อเขินพร้อมตอบกับไปว่า “ไม่ทราบท่านปู่ได้คิดไว้แล้วหรือยังว่า เมื่อได้เผชิญหน้ากับท่านย่าเหมี่ยวแล้วจะทำเช่นใด หรือยังมิทันได้คิดอ่านเรื่องนี้..”ที่หลิงหยุนต้องเอ่ยถามออกไปนั้นก็เพราะว่าแม้ทั้งท่านหมอเสี่ยวและเหมี่วเฟิงหวง ต่างฝ่ายต่างจะยังมีความรักอยู่ในหัวใจ แต่ด้วยเวลาที่ล่วงเลยมานานหลายสิบปี และมิรู้ว่าอีกฝ่ายคิดเช่นใด ย่อมต้องมีความอึดอัดและกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้างการพบกันครั้งนี้มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าการสู้รบในศึกใหญ่แต่เพราะทั้งหมอเสี่ยวและเหมี่ยวเฟิงหวงต่างก็อยู่ในสนามรบ มีเพียงหลิงหยุนที่อยู่นอกสนามรบ และด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของเขาทำให้สามารถมองเกมออก จึงกล้าที่จะเดิมพันด้วยวิธีนี้