ตอนที่ 1052
บทที่ 1483 : เผชิญหน้ากับเหมี่ยวเฟิงหวง
October 22, 2026
บทที่ 1483 : เผชิญหน้ากับเหมี่ยวเฟิงหวง ภายในบ้านยังคงนิ่งเงียบอยู่นาน.. หลิงหยุนใช้วิชาล่องหนพาเหมี่ยวเสี่ยวเหมากับท่านหมอเสี่ยวเหาะมาแต่เมื่อร่อนลงสู่พื้นดิน เขาก็พาทุกคนกลับสู่สภาพปกติ แม้ประตูบ้านจะยังคงปิดอยู่แต่หลิงหยุนก็สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในบ้านด้วยจิตหยั่งรู้ และชัดเจนยิ่งกว่าตาเห็น แม้ว่าเหมี่ยวเฟิงหวงจะอยู่ในวัยหกสิบหกแล้วแต่ใบหน้าของนางกลับอ่อนเยาว์ราวกับหญิงในวัยห้าสิบปีเท่านั้น นางอยู่ในชุดชนเผ่าและกำลังนั่งอยู่บนพื้นโดยมีเบาะรอง แม้นางจะพยายามควบคุมตนเองแล้ว แต่ก็ยากที่จะปกปิดความตื่นเต้นภายในใจไว้ได้ มือทั้งสองข้างของนางกำแน่นจนซีดขาว ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านเล็กน้อย และรอบกายกลับมีกลุ่มหมอกสีขาวสองกลุ่มปรากฏขึ้น “ท่านปู่..ท่านย่านาง..” ทั้งสามคนที่อยู่ด้านนอกมีเพียงหลิงหยุนคนเดียวเท่านั้นที่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ส่วนท่านหมอเสี่ยวนั้นก็เพิ่งจะกลับมาในรอบสี่สิบเจ็ดปี ในขณะที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้นเติบโตที่นี่ และเพิ่งจะกลับมาหลังจากหายหน้าหายตาไปครึ่งปี เวลานี้เสี่ยวเจิ้งจี๋ปู่ของนางมาถึงหมู่บ้านเหมี่ยวแล้วและอยู่ห่างจากท่านย่าของนางเพียงแค่ประตูกั้น เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจึงรู้สึกกระวนกระวายจนต้องการจะเอ่ยบางสิ่งบางอย่างออกมา.. “เสี่ยวเหมาเจ้าหุบปากได้แล้ว! เวลานี้เจ้ามิมีสิทธิ์พูดอะไรอีกแล้ว!” ภายในประตูอีกด้านจู่ๆเสียงของเหมี่ยวเฟิงหวงก็ดังขึ้นแทรกเสียงพูดของเหมี่ยวเสี่ยวเหมา และเวลานี้นางก็กำลังจ้องมองเหมี่ยวเสี่ยวเหมาด้วยสายตาดุดัน เหมี่ยวเสี่ยวเหมาถึงกับตกใจสุดขีดประกอบกับความรู้สึกผิดที่มีต่อท่านย่าของตนมาตลอด นางถึงกับน้ำตาไหลรินออกจากดวงตาทั้งสองอีกครา “เหมี่ยวเสี่ยวเหมา..เมื่อหกเดือนก่อนที่ข้าให้เจ้าออกเดินทางไปเมืองจิงฉูนั้น เจ้ายังจดจำได้หรือไม่ว่าข้าสั่งเจ้าไว้เช่นใด และเจ้าเองก็รับปากกับข้าว่า เมื่อภารกิจลุล่วงจะรีบกลับมาที่นี่ทันที!” “ข้าเคยกำชับกับเจ้าแล้วมิใช่รึว่า..ข้างนอกล้วนมีแต่ชายโฉด แต่ดูเจ้าสิ.. เจ้ากำลังทำตัวเยี่ยงไร? ไม่เพียงเจ้าจะไม่ฟังคำสั่งของข้า ไปเรียกขานคนที่ไม่คู่ควรว่าปู่แล้ว เวลานี้.. เจ้ายังกล้าพาชายแปลกหน้ามาที่หมู่บ้านเหมี่ยวโออวดข้าอีกงั้นรึ?” ตอนแรกหลิงหยุนก็เพียงแค่ยืนฟังนิ่งๆเท่านั้นแต่คำพูดประโยคสุดท้ายขอเหมี่ยวเฟิงหวง ทำให้เขาแทบมิสามารถอดกลั้น และเกือบจะระเบิดเสียงหัวเราะอกไป หลิงหยุนต้องพยายามอดกลั้นอยู่นานกับสภาพที่น่าขันของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเวลานี้ นี่นับเป็นครั้งที่สองที่หลิงหยุนได้เห็นเหมี่ยวเสี่ยวเหมาร้องห่มร้องไห้หนักหนาเช่นนี้ครั้งแรกที่เขาเห็นนางร้องไห้น่าจะเป็นเมื่อครั้งที่เขาบีบบังคับให้นางไปพบกับท่านหมอเสี่ยว.. –นี่..เจ้ามิจำเป็นต้องยืนกลั้นหัวเราะอยู่ตรงนั้น หากเจ้ามิสามารถแก้ไขปัญหาครั้งนี้ให้ลุล่วงไปได้ เจ้าจะได้รู้ว่าข้าจะจัดการกับเจ้าเช่นใด- แน่นอนว่าเหมี่ยวเสี่ยวเหมาย่อมมิกล้าโต้เถียงเหมี่ยวเฟิงเหวงนางจึงได้หันไประบายความโกรธใส่หลิงหยุนแทน แต่แน่นอนว่านางใช้การสื่อสารผ่านทางจิต –เจ้าอย่าได้กังวลใจไปเลยเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง! เจ้ากับท่านปู่เสี่ยว.. คนหนึ่งก็จากเผ่าเหมี่ยวเจียงไปนานถึงสี่สิบกว่าปี ส่วนอีกคนก็เพิ่งจะกลับมาหลังออกไปปฏิบัติภารกิจ เช่นนี้แล้วจะมิให้ท่านย่าเหมี่ยวเดือดดาลได้อย่างไรกันเล่า..- หลิงหยุนนั้นเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของเหมี่ยวเฟิงหวงได้เป็นอย่างดีเขาจึงได้แต่เอ่ยบอกเหมี่ยวเสี่ยวเหมาด้วยรอยยิ้ม –หากเจ้าทำไม่สำเร็จเจ้าตายแน่!!- เหมี่ยวเสี่ยวเหมายังคงตอบโต้หลิงหยุนกลับไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดใจ “น้องเฟิงหวง..” ในที่สุดท่านหมอเสี่ยวก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นและไม่คิดว่าในที่สุดตนเองจะได้เรียกชื่อนี้อีกครั้ง ทันทีที่เสียงของท่านหมอเสี่ยวดังขึ้นหลิงหยุนก็สังเกตเห็นว่าร่างกายของเหมี่ยวเฟิงหวงถึงกับสั่นสะท้านขึ้นอีกครั้ง และหลิงหยุนก็ยังคงได้ยินเสียงของท่านหมอเสี่ยวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง..“อย่าได้ตำหนิเสี่ยวเหมาเลยเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างเราสองคน และที่ข้ามาที่นี่..”“เสี่ยวเจิ้งจี๋ท่านเองก็หุบปากด้วย!”เหมี่ยวเฟิงหวงเอ่ยขัดเสี่ยวเจิ้งจี๋ที่กำลังพูดอีกคน..ใบหน้าของท่านหมอเสี่ยวสลดลงและนิ่งไปในทันที ภายนอกประตู..ความเงียบสงัดได้เข้าครอบงำอีกคราเวลานี้ระหว่างเสี่ยวเจิ้งจี๋กับเหมี่ยวเฟิงหวงมีเพียงแค่ประตูกั้นไว้เท่านั้นและอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เมตร แต่กลับกลายเป็นว่าประตูบานเล็กๆนี้ ประหนึ่งร่องลึกที่ขวางกั้นพวกเขาทั้งสองคนไว้!!แต่หลิงหยุนที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่นั้นก็หาได้รีบร้อนไม่ เขาสามารถพังประตูนั้นเข้าไปได้ในทันที แต่ก็มิต้องการที่จะทำเช่นนั้น เขารู้ดีว่าเรื่องเช่นนี้จำเป็นต้องใช้เวลาตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ หลังจากที่หลิงหยุนทำความเข้าใจเหมี่ยวเฟิงหวงแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในความรักที่หนักแน่น น้ำตา ความภาคภูมิใจ และความดื้อรั้นของนางมากยิ่งขึ้นด้วยเหตุนี้..เมื่อคืนเขาจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายล่าถอย และปล่อยให้เหมี่ยวเฟิงหวงได้ระเบิดความคับแค้นใจ และระบายความโกรธในใจทั้งหมดใส่ท่านหมอเสี่ยว เพื่อให้นางได้คลายความทุกข์ใจที่หมักหมมเป็นเวลานานออกมา ในเวลาเดียวกันก็เพื่อให้อารมณ์ของนางได้สงบลงบ้าง และเวลานี้.. ดูเหมือนผลที่ได้จะเหนือความคาดหมายของหลิงหยุนยิ่งนักวันนี้..หลิงหยุนจึงเลือกที่จะออกเดินทางมาหมู่บ้านเหมี่ยวตั้งแต่เช้าตรู่ และส่งท่านหมอเสี่ยวมายืนอยู่ต่อหน้าเหมี่ยวเฟิงหวง เพื่อให้ทั้งคู่ได้เผชิญหน้ากันอีกครั้งเหมี่ยวเฟิงหวงซึ่งอยู่ด้านในบ้านพยายามข่มจิตใจของตนให้สงบนิ่งลงและใช้เวลานานกว่าสามนาทีจึงได้กล่าวต่อว่า“เสี่ยวเจิ้งจี๋..ข้ามีสองเรื่องที่จะต้องถามท่าน ท่านกล้าพอที่จะตอบข้าตามความจริงหรือไม่”ท่านหมอเสี่ยวรีบเอ่ยตอบทันที“น้องเฟิงหวง.. ข้าเสี่ยวเจิ้งจี๋จะตอบทุกอย่างตามความจริง!”“คำถามที่ข้าฝากเสี่ยวเหมาไปถามท่านนั้นท่านจะตอบข้าเช่นใด”เสี่ยวเจิ้งจี๋ถึงกับหน้าแดงก่ำในขณะที่ตอบกลับไปว่า“น้องเฟิงหวง คำตอบนี้ข้าได้ตอบเจ้าด้วยการกระทำแล้ว!”ในระหว่างที่ผู้เฒ่าทั้งสองกำลังเล่นปริศนาคำใบ้กันอยู่นั้นหลิงหยุนเองก็เฝ้าสังเกตปฏิกิริยาของเหมี่ยวเฟิงหวงไปด้วย และพบว่าระหว่างที่เอ่ยถามออกไปนั้น สีหน้าของนางค่อนข้างเคร่งเครียดอย่างมาก และนิ้วทั้งสิบก็กำแน่น เล็บทั้งหมดจิกลงไปในเนื้อบนฝ่ามือแต่เมื่อได้ฟังคำตอบของเสี่ยวเจิ้งจี๋แววตาของนางก็บ่งบอกถึงความสุข และใบหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำขึ้นมาทันที–นี่เสี่ยวเหมา..เหตุใดข้าจึงมิรู้เรื่องที่ท่านย่าของเจ้าฝากคำถามไปถามท่านปู่เสี่ยว- หลิงหยุนรีบเอ่ยถามเหมี่ยวเสี่ยวเหมาทันที–เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!!-เหมี่ยวเสี่ยวเหมาตอบกลับหลิงหยุนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำเช่นกัน.. จากนั้น..เสียงของเหมี่ยวเฟิงหวงก็ดังขึ้นอีกครั้ง “แล้ว.. เวลานี้เล่า”เสี่ยวเจิ้งจี๋ตอบกลับทันที“ยังรู้สึกเช่นเดิม..”หลิงหยุนถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้เฒ่าสองคนที่กำลังบอกเล่าอารมณ์รัก และความรู้สึกเก่าๆ จนถึงกับคิดอยู่ในใจว่า‘เฮ้อ..ช่วยยับยั้งชั่งใจกันหน่อยจะได้หรือไม่’