ตอนที่ 1053
บทที่ 1484 : อสรพิษมังกร
October 22, 2026
บทที่ 1484 : อสรพิษมังกร “เฟิงหวง..อย่าทำเช่นนั้น!!!” เมื่อเห็นเหมี่ยวเฟิงหวงจู่โจมหลิงหยุนล้มเหลวและดูเหมือนนางจะมิยอมให้อภัยเขา ท่านหมอเสี่ยวถึงกับร้องตะโกนห้ามด้วยความตกใจ! “อสรพิษมังกร!!ท่านย่า.. ไม่นะ!!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจดจำอสรพิษมังกรที่เหมี่ยวเฟิงหวงชุบเลี้ยงมานานหลายทศวรรษได้จึงได้แต่ร้องตะโกนห้ามออกไป อสรพิษมังกรนี้เป็นสัตว์อสูรวิญญาณของชนเผ่าเหมี่ยวเจียงมิเพียงแค่มีพิษร้ายแรงเท่านั้นแต่ยังทรงพลังยิ่ง ลำตัวของมันประหนึ่งสายฟ้า นอกจากจะสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วราวกับหายตัวได้แล้ว มันยังเฉลียวฉลาด และสามารถบินได้ในระยะทางสั้นๆอีกด้วย “อสรพิษมังกรงั้นรึ!น่าสนใจดีนี่..” หลิงหยุนจ้องมองอสรพิษมังกรที่ค่อยๆเลื้อยออกมาจากประตูบ้าน ดวงตางแดงก่ำดั่งโลหิตทั้งสองข้างของมันนั้น จับจ้องอยู่ที่ร่างของหลิงหยุนแน่นิ่ง หลิงหยุนส่ายหน้าไปมาไร้ซึ่งท่าทีหวาดกลัวและได้แต่แอบนึกชื่นชมอยู่ในใจ พร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างนึกเสียดาย ‘แต่น่าเสียดายที่เป็นเพียงแค่อสรพิษเท่านั้น..’ มีหรือที่คนเช่นหลิงหยุนจะหวาดกลัวเพียงแค่งูขนาดใหญ่ตัวหนึ่งเท่านั้น.. หลิงหยุนจะหวาดกลัวเพียงแค่อสรพิษขนาดใหญ่ตัวเดียวได้อย่างไรกันนั่นเพราะเวลานี้กายเนื้อที่แข็งแกร่งของเขานั้น แม้จะไร้ซึ่งเกล็ดคุ้มกันร่างกาย แต่ก็ยากที่พิษจะทำอันตรายเขาได้ อีกทั้งเขายังเล่นกับมังกรมาแล้ว.. เวลานี้ภายในจุดตันเถียนของเขาก็มีมังกรทองห้าเล็บในขณะที่มังกรตัวจริงอีกสองตัวก็ยังอยู่ที่ก้นหลุมยักษ์ มิหนำซ้ำยังมีโครงร่างกระดูกมังกรอยู่ในแหวนจักรวาล! มีหรือที่หลิงหยุนจะหวาดกลัวเพียงแค่อสรพิษเล็กๆตัวหนึ่งเช่นนี้ “พวกเจ้าสองคนหยุดพูดได้แล้ว!เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงเฉลียวฉลาด แต่กล้าจองหองแม้กระทั่งอยู่ต่อหน้าข้า หากข้ามิให้บทเรียนกับเขาบ้าง เกรงว่าวันหน้าเขาอาจข่มเหงรังแกชาวเผ่าเหมี่ยวเจียงของข้าได้!” สิ้นเสียงพูดของเหมี่ยวเฟิงหวงร่างที่นั่งอยู่บนอาสนะที่พื้นก็เริ่มหมุนไปมา และริมฝีปากของนางก็ขมุบขมิบไปมาอย่างรวดเร็ว คล้ายกำลังร่ายมนต์คาถามลึกลับบางอย่างอยู่ ฟ่อ..ฟ่อ.. ร่างของอสรพิษมังกรพุ่งฉกออกไปรวดเร็วราวกับสายฟ้าปากของมันอ้ากว้างเผยให้เห็นคมเขี้ยวทั้งสองอันน่าสยดสยอง และเมื่อเข้าใกล้ร่างของหลิงหยุน มันก็พ่นของเหลวสีเขียวที่เหนอะหนะและน่ารังเกียจยิ่งใส่เขาทันที ‘ท่านย่าเหมี่ยว..หากท่านใช้อสรพิษเล็กๆนี้จัดการกับยอดฝีมือที่มีพลังเหนือธรรมชาติคนอื่นๆ ก็อาจจะพอได้ผลอยู่บ้าง แต่มันไร้ประโยชน์เมื่อใช้กับข้า..’ หลิงหยุนได้แต่แอบคิดและนึกขันอยู่ในใจเขายังคงยืนเอามือไขว้หลังนิ่งอยู่เช่นนั้น ไม่แม้แต่จะขยับหนี และปล่อยให้อสรพิษตนนั้นพ่นพิษใส่ลำคอของตนเอง และแน่นอนว่า..ลำคอเป็นจุดที่เปราะบางที่สุดของมนุษย์! ในเมื่อลงมือแล้วก็ต้องเล่นให้เต็มที.. “นี่เจ้า!!” เหมี่ยวเฟิงหวงคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้นางจ้องมองอสรพิษมังกรที่พ่นพิษเข้าใส่ลำคอของหลิงหยุน พลันสีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที! นั่นเพราะการจู่โจมของเหมี่ยวเฟิงหวงนั้นนางหาได้มีจุดมุ่งหมายที่จะสังหารหลิงหยุนให้ตายไม่ เพราะเขาเองก็แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาติดตามท่านหมอเสี่ยวมาในครั้งนี้เพื่อช่วยสะสางปัญหา ส่วนเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้นก็เป็นหลานสาวของเหมี่ยวเฟิงหวงและนางก็รู้จักนิสัยของหลานสาวดีว่า หากหลิงหยุนมิใช่ผู้ที่สามารถเชื่อถือได้ ย่อมไม่มีทางที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะพาเขามาที่หมู่บ้านเหมี่ยวเป็นแน่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม.. ก่อนหน้านี้หลิงหยุนเองก็เพิ่งจะยอมรับกับนางว่าเขาคือผู้ที่ถอนผนึกหนอนกู่กลืนใจเมื่อคืนนี้ และเพียงแค่เรื่องนี้ก็ทำให้เหมี่ยวเฟิงหวงรู้สึกดีกับหลิงหยุนได้แล้ว ด้วยอุปนิสัยใจคอของหลิงหยุนที่สามารถทำให้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาและท่านหมอเสี่ยวไว้วางใจ อีกทั้งเรื่องการถอนผนึกหนอนกู่ เพียงแค่เหตุผลสามข้อนี้ก็ทำให้เหมี่ยวเฟิงหวงมิสามารถสังหารหลิงหยุนได้แล้ว แม้หลิงหยุนจะแข็งแกร่งมากเพียงใดแต่พิษก็คือพิษ และพิษของอสรพิษมังกรนั้นก็รุนแรงยิ่งนัก ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่มีพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่ง หากโดนพิษของมันเข้าไป แม้ไม่ตาย ขั้นพลังย่อมต้องถูกทำลาย ฉะนั้น..เหมี่ยวเฟิงหวงจึงได้มีท่าทีตกอกตกใจเช่นนั้น และแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพร้อมที่จะเข้าไปช่วยหลิงหยุน ‘ได้ผล..’ หลิงหยุนสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเหมี่ยวเฟิงหวงก็ได้แต่แอบพึงพอใจ และได้แต่คิดอยู่ภายในใจเงียบๆ เหมี่ยวเฟิงหวงหาได้เลวร้ายจากภายในไม่ และนางก็มิได้มีเจตนาที่จะสังหารตนเองจริงๆ นางเพียงแค่ต้องการต่อสู้เพื่อรักษาหน้าตาของตนเองเท่านั้น! เมื่อได้รับรู้ความจริงเช่นนี้หลิงหยุนจึงรีบเปลี่ยนท่าทีทันที!!“โอ๊ะ..อ๊าก..”หลิงหยุนยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมลำคอของตนไว้ทันทีใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดเผือด พร้อมกับก้าวโซเซถอยหลังไป และทำท่าซวนเซจวนจะล้มลง“พ่อหนุ่ม..อย่าขยับ!!”ฟิ้ว..เหมี่ยวเฟิงหวงมิสนใจเรื่องภายในใจอีกนางกระโดดออกจากอาสนะบนพื้น และพุ่งออกจากประตูตรงเข้าไปหาหลิงหยุนทันที‘ในที่สุดเจ้าก็ออกมาแล้วสินะ’หลิงหยุนได้แต่แอบหัวเราะอยู่ในใจหลังจากที่เขาก้าวถอยหลังไปได้สองสามก้าว ในระหว่างที่ร่างของเหมี่ยวเฟิงหวงพุ่งเข้ามาจนใกล้ถึงร่างของตนแล้วนั้น หลิงหยุนจึงคลายมือทั้งสองข้างออกพร้อมกับเอ่ยออกไปว่า“นี่มันคืออะไร..ทั้งเหนียวแล้วก็เหม็นยิ่งนัก!!”“ห๊ะ..”เมื่อเหมี่ยวเฟิงหวงพุ่งเข้าไปใกล้ร่างของหลิงหยุนนางจึงได้พบว่าที่ลำคอของหลิงหยุนนั้น ไม่เพียงไม่ถูกพิษของอสรพิษมังกรกัดกร่อน แม้แต่เส้นผมของเขายังมิเสียหายสักเส้นเหมี่ยวเฟิงหวงถึงกับนิ่งอึ้งไปด้วยความตกตะลึง!‘เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!เหตุใดกายเนื้อของเขาจึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้?!’“เจ้าหนู..นี่เจ้ากล้าโกหกข้างั้นรึ!”เหมี่ยวเฟิงหวงยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความเดือดดาลทันทีบูม!!ทันใดนั้นนางก็เห็นฝ่ามือของหลิงหยุนปรากฏเปลวไฟเจ็ดสี และเปลวไฟนั้นก็เริ่มเผาทำลายพิษรอบลำคอ“ท่านย่าเหมี่ยวหากข้ามิโกหกท่านเช่นนี้ ท่านจะยินยอมออกมาเจรจาอย่างไรกัน”หลิงหยุนเอ่ยตอบยิ้มๆพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปทางคนทั้งสาม “ท่านดูสิ.. ท่านปู่ ท่านย่า และหลานสาว สามารถอยู่ร่วมกันเช่นนี้ได้ ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก..” เหมี่ยวเฟิงหวงถึงกับใบหน้าแดงก่ำเมื่อพบว่าตนเองกำลังยืนเคียงข้างเสี่ยวเจิ้งจี๋อยู่..“หึ..เสี่ยวเจิ้งจี๋.. ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีผู้ช่วยที่มีฝีมือสูงส่งถึงเพียงนี้!”เหมี่ยวเฟิงหวงหันไปมองท่านหมอเสี่ยวพร้อมกับถอนหายใจและส่ายหน้า..เมื่อครู่นางแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการช่วยชีวิตหลิงหยุนซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดเผยความในใจที่แท้จริงของตนเองแล้ว จะมาแสร้งโกรธเคืองหลิงหยุนอีกก็ใช่ที่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นนางรู้ว่าขั้นพลังของตนเองนั้นยังห่างไกลหลิงหยุนมากนัก แม้กระทั่งอสรพิษมังกรที่ดุร้ายยังมิสามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย หากยังฝืนต่อไปก็คงจะได้รับแต่ความอัปยศอดสูเหมี่ยวเฟิงหวงมิได้สนใจหลิงหยุนอีกนางหันไปมองเสี่ยวเจิ้งจี๋ครู่หนึ่ง แววตาของนางบ่งบอกถึงความรู้สึกสับสนยิ่ง หลังจากที่สงบจิตสงบใจลงได้แล้ว นางจึงเอ่ยกับเขาว่า “เจิ้งจี๋..ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนักที่ท่านมาในครั้งนี้ และขอบคุณสำหรับคำตอบของท่านก่อนหน้านี้ เพราะคำพูดของท่านเพียงพอที่จะพิสูจน์ให้ข้าเห็นแล้วว่า การรอคอยมาตลอดหลายปีของข้านั้น มิได้สูญเปล่า..”“วันนี้..เวลานี้.. ข้าพอใจยิ่งนักแล้ว!”เหมี่ยวเฟิงหวงยิ้มออกมาและไม่รอให้เสี่ยวเจิ้งจี๋เอ่ยปาก ร่างของนางก็ปราดพุ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับนิ้วที่จี้ไปบนหน้าอกของเสี่ยวเจิ้งจี๋ ในขณะที่ปากก็ขมุบขมิบไปมา“อ้าปาก..”ในที่สุดเหมี่ยวเฟิงหวงก็สั่งให้ท่านหมอเสี่ยวอ้าปากออก..จากนั้นแสงสว่างสีแดงก็ปรากฏวูบขึ้น ไส้เดือนสีแดงดั่งโลหิตขนาดสามเซ็นติเมตร ได้พุ่งออกมาจากปากของท่านหมอเสี่ยว ก่อนจะหายเข้าไปในใต้เสื้อผ้าที่เหมี่ยวเฟิงหวงสวมใส่ สีหน้าที่เคยเจ็บปวดของท่านหมอเสี่ยวพลันมลายหายไปในทันทีและเมื่อหนอนกู่กลืนใจถูกถอนออกจากร่างแล้ว เขาก็สัมผัสได้ทันทีว่า ทั่วทั้งร่างนั้นเบาหวิวว และพลังปราณสามารถหมุนเวียนได้อย่างราบรื่นบูม!ท่านหมอเสี่ยวคิดไม่ถึงว่าจู่ๆเหมี่ยวเฟิงหวงจะยอมถอนหนอนกู่กลับไปโดยง่ายเช่นนี้ ในระหว่างที่เขากำลังงุนงงนั้น คล้ายเครื่องขวางกั้นได้ถูกยกออก เขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-5 ได้ในทันที