ตอนที่ 1058
บทที่ 1489 : เปลี่ยนเป็นคนใหม่
October 22, 2026
บทที่ 1489 : เปลี่ยนเป็นคนใหม่ “ท่านปู่เสี่ยว..ท่านอยู่ในชุดเจ้าบ่าวแล้วดูดีมากทีเดียว!” หลิงหยุนเดินเข้าไปในห้องและเอ่ยออกมายิ้มๆ ทันทีที่เห็นเสี่ยวเจิ้งจี๋ในรูปลักษณ์ใหม่ เวลานี้ยังเช้าอยู่มากและก่อนที่หลิงหยุนจะมานั้น ท่านหมอเสี่ยวก็ได้อยู่คนเดียวในบ้าน.. เวลานี้ท่านหมอเสี่ยวมิใช่คนเดิมดังเช่นก่อนที่จะเดินทางถึงหมู่บ้านเหมี่ยว เขาอยู่ในชุดชาวเผ่าเช่นเดียวกับเหมี่ยวชิงที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ด้านนอก เขาสวมใส่ชุดเจ้าบ่าวชุดใหม่ สีสรรจึงยังสดใสและมีชีวิตชีวายิ่ง หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ยิ้มออกมา.. เวลานี้เสี่ยวเจิ้งจี๋ที่ดูไม่ต่างจากชายหนุ่มในวัยยี่สิบปีและดูแก่กว่าหลิงหยุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว แม้แต่สายตาของเขาก็มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน และนี่ต่างหากคือร่างกายที่ได้รับการฟื้นฟูอย่างแท้จริง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เสี่ยวเจิ้งจี๋แตกต่างจากชายหนุ่มทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว อารมณ์ และความเข้าใจชีวิต ล้วนเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากชายหนุ่มในวัยยี่สิบทั่วไป “เวลานี้ข้าเองก็กระดากใจไม่น้อยที่ต้องเรียกท่านว่าท่านปู่..” เสี่ยวเจิ้งจี๋โบกไม้โบกมือและรู้ว่าเหตุใดหลิงหยุนจึงมีสีหน้าเช่นนั้น เพราะเมื่อวานเขาพบเห็นสีหน้าเช่นนี้จากลูกชาย และลูกสะใภ้ของตนมาโดยตลอด นี่นับเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว.. เวลานี้ทั้งใบหน้าของท่านหมอเสี่ยวมีทั้งโมโหสับสน และทำอะไรไม่ถูก ปะปนอยู่รวมกันไปหมด เวลานี้สายตาของท่านหมอเสี่ยวที่จ้องมองหลิงหยุนซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามนั้นยังคงมีวี่แววของความขุ่นเคืองใจไม่น้อย “เจ้านั่งลงก่อนสิ..” ท่านหมอเสี่ยวยังคงปรับตัวเข้ากับชุดชาวเผ่าเหมี่ยวได้ไม่ดีนักจึงมิสะดวกเดินเหิน เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ในขณะที่เอ่ยปากเรียกให้หลิงหยุนนั่งลง ก่อนจะเอ่ยกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าเด็กตัวแสบ..เจ้าให้ข้ากลืนโอสถนั่นแล้ว เจ้าก็หายหัวไป รู้หรือไม่ว่าข้าต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง” “รู้หรือไม่ว่าข้ากับเหมี่ยวเชิงพบกันเมื่อวานในสภาพเช่นใดบ้าง” สีหน้าท่าทางของเสี่ยวเจิ้งจี๋นั้นบ่งบอกถึงความตื่นเต้นแต่มิใช่เพราะการได้เป็นเจ้าบ่าวในวันนี้ แต่เป็นเพราะเขากำลังพูดถึงอายุที่แท้จริงกับรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งต่างกันอย่างยากที่ไม่อาจเชื่อมโยงกันได้.. แต่หลิงหยุนกลับเพียงแค่นั่งฟังท่านหมอเสี่ยวอย่างเงียบๆโดยมิได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่น้อย.. นั่นเพราะเขารู้ดีว่าผู้ที่เพิ่งผ่านการฟื้นฟูร่างกายครั้งใหญ่มาเช่นนี้ย่อมต้องเผชิญกับสถานการณ์ในลักษณะนี้ และมิมีผู้ใดที่จะหลีกเลี่ยงได้ เว้นแต่ว่าคนผู้นั้นจะเกิดในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ และฝึกวรยุทธบ่มเพาะตั้งแต่ในวัยเยาว์ จนรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา และมิได้ใส่ใจกับมันเวลาช่วงเช้าของเมื่อวานหลังจากส่งมอบโอสถและเสร็จสิ้นภารกิจของตนเองแล้ว หลิงหยุนก็ได้ตัดสินใจพาเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเหาะจากไปอย่างรวดเร็ว หาใช่เพียงเพราะเขามิต้องการอยู่เป็นก้างขวางคอของคนทั้งคู่ไม่ แต่เป็นเพราะต้องการหลีกหนีสถานการณ์เช่นนี้ด้วยในคืนเมื่อวานนั้นท่านหมอเสี่ยวยังคงมีความสุข และดีอกดีใจกับวัยเยาว์ที่เพิ่งได้มา แต่หลังจากนั้นเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกไม่ดีนักและการปรับตัวจำเป็นต้องอาศัยเวลาและต้องอาศัยเวลาที่นานมาก..เสี่ยวเจิ้งจี๋กับเหมี่ยวเฟิงหวงสามารถคืนดีกันได้แต่หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ต้องเผชิญหน้ากับลูกชายของตนเอง ซึ่งในความเป็นจริง.. เวลานี้เหมี่ยวชิงกลับดูไม่เหมือนลูกชาย รูปลักษณ์ของเขาดูมีอายุมากพอที่จะเป็นพ่อของพวกเขาทั้งคู่มากกว่าแล้วเช่นนี้..ข้าจะออกไปเผชิญหน้ากับผู้คนข้างนอกได้อย่างไรกันเล่า!“เจ้าเด็กตัวแสบ..เจ้าช่วยแนะนำข้าที ข้าควรทำเช่นใด”เสี่ยวเจิ้งจี๋เห็นท่าทางสงบนิ่งของหลิงหยุนก็รู้ว่าได้ทันทีว่าเขากำลังใช้ความคิดอยู่ จึงมิได้คะยั้นคะยอ หรือพูดอะไรมากไปกว่านั้นหลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเตือนว่า“ท่านปู่เสี่ยว วันนี้เป็นวันมงคลของท่าน หากท่านมิออกไป ข้าเกรงว่าคงจะมิเหมาะสมเป็นแน่! ”เสี่ยวเจิ้งจี๋ทำสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะกลับไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ “ข้าถึงได้ขอคำแนะนำเจ้าอยู่นี่ไงเล่า”หลิงหยุนลุกขึ้นยืนเอามือไขว้หลังจากนั้นจึงเริ่มเดินกลับไปกลับมาอย่างช้าๆอยู่ภายในบ้าน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า“ทุกสิ่งในโลกใบนี้หากต้องการประโยชน์จากมัน ย่อมต้องยอมรับความทุกข์ของมันด้วย..”จากนั้นหลิงหยุนก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางบ้านของเหมี่ยวเฟิงหวงพร้อมกับกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ท่านปู่..ท่านดูท่านย่าเหมี่ยวเวลานี้สิ นางแต่งกายงดงามดูราวกับเด็กสาวในวัยสิบเก้าปี รอยยิ้มประหนึ่งบุปผาแย้มบาน เดินเหินดั่งผีเสื้อโบยบิน เห็นได้ชัดว่านางสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่เป็นอยู่นี้ได้แล้ว ท่านต้องเรียนรู้ที่จะเป็นเช่นนาง..”“นางปรับตัวได้แล้วรึ!”หลังจากที่ได้ฟังหลิงหยุนกล่าวถึงเหมี่ยวเฟิงหวงสีหน้าของเขาก็ยิ่งเศร้าสร้อยมากขึ้น “นั่นสินะ.. ตั้งแต่ที่นางได้โอสถจากข้าไป ใบหน้าของนางก็มีแต่รอยยิ้ม…”“นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว..”หลิงหยุนยักไหล่พร้อมกับเอ่ยต่อ“นั่นเป็นสิ่งที่ควรจะต้องเป็นมิใช่รึ”“ส่วนความกังวลของท่านในเรื่องช่องว่างระหว่างวัยที่ไม่สัมพันธ์กับรูปลักษณ์ของท่าน จนทำให้มิสามารถออกไปเผชิญหน้าได้นั้น..”“เรื่องเหล่านี้หาใช่ปัญหาใหญ่โตไม่เพียงแค่อาศัยเวลาสักสองสามวันในการปรับตัว หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะค่อยๆดีขึ้นเอง”ท่านหมอเสี่ยวถึงกับพูดอะไรไม่ออก..