ตอนที่ 1059
บทที่ 1490 : สิ้นสุดงานแต่งงาน
October 22, 2026
บทที่ 1490 : สิ้นสุดงานแต่งงาน หลังจากที่ได้รู้ความตั้งใจจริงของเสี่ยวเจิ้งจี๋หลิงหยุนถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ “ท่านปู่เสี่ยว..ดีมาก.. เป็นความคิดที่ดีมากเลยทีเดียว!” แม้กุ้ยโจวจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแปดขุนเขาหนึ่งสายน้ำ และหนึ่งทุ่งกว้าง แต่ทุ่งกว้างนี้ก็หาได้เป็นทุ่งที่แห้งแล้งไม่ ตรงข้ามกลับเป็นทุ่งที่อุดมสมบูรณ์ยิ่ง! ยิ่งไปกว่านั้นไม่เพียงแค่ทุ่งกว้างที่อุดมสมบูรณ์ แม้แต่เนินเขาหรือภูเขาก็ล้วนแล้วแต่เขียวชะอุ่มไปด้วยต้นไม้ มิมีเขาลูกใดที่ดูแห้งแล้งเลยแม้แต่ลูกเดียว.. และที่สำคัญคือหมู่บ้านเหมี่ยวนั้นรายล้อมไปดูขุนเขามากมายนับแสนลูก อีกทั้งยังอยู่ในหุบเขาลึก เรียกได้ว่าเกือบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง จึงมิถูกมลพิษของเมืองอุตสาหกรรมสมัยใหม่รบกวน ขุนเขาสายน้ำ และป่าไม้ที่นี่ จึงยังคงมีพลังชีวิตอยู่เต็มเปี่ยม และเป็นเช่นนี้มานานหลายปี! หากสามารถเปลี่ยนผืนดินจากที่อุดมไปด้วยพลังชีวิตนี้มาปลูกสมุนไพรพลังชีวิต พืชผัก และผลไม้พลังชีวิตได้ แน่นอนว่าย่อมมิสิ่งใดดีไปกว่านี้อีกแล้ว! หลิงหยุนจึงรีบหันไปพูดกับท่านหมอเสี่ยวว่า“ท่านปู่.. ท่านเองก็ดูแตกต่างไปจากเมื่อหกเดือนก่อนเช่นกัน” เสี่ยวเจิ้งจี๋ยิ้มเล็กน้อยเขาก้มลงมองชุดชาวเผ่าที่ตนเองสวมใส่อยู่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นครึ่งปีที่ผ่านมา ข้ายังไม่คิดไม่ฝันว่าตนเองจะได้มายืนอยู่ในหมู่บ้านเหมี่ยวอีกครา อีกทั้งยังได้สวมใส่ชุดเจ้าบ่าว แต่งงานกับหญิงสาวที่ชื่อเฟิงหวง แม้ตัวข้าเองยังเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มในวัยยี่สิบปีเช่นนี้..” หลิงหยุนไม่เพียงเติบโตก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วแต่ยังเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆอีกด้วย ฉะนั้นผู้คนรอบตัวเขาจึงต้องมีการปรับตัวที่ดี เพื่อให้สามารถก้าวตามทันการเปลี่ยนแปลงของเขาได้ เพื่อที่จะให้สามารถติดตามหลิงหยุนได้ตี้เสี่ยวอู๋ต้องเพียรฝึกวรยุทธบ่มเพาะอย่างหนัก แม้ในยามที่ต้องหลับนอน เขายังเพียรฝึกวิชาเพื่อมิให้ตนเองล่าช้าจนมิอาจตามหลิงหยุนทันได้ ส่วนถังเมิ่งเมื่อครั้งที่อยู่ในโรงเรียนมัธยมจิงฉูนั้นเขาก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่ทำอะไรไม่เป็น แม้ว่าเขาจะไม่ชื่นชอบการฝึกวรยุทธ แต่ก็แอบศึกษาการทำธุรกิจอย่างหนัก เรียนรู้มารยาทการเข้าสังคม.. ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสามารถพัฒนาความสามารถของตนเองให้หลากหลาย และฝึกฝนให้ตนเองมีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้สมกับฐานะของตัวเองในปัจจุบัน และในยามที่ต้องไปเจรจาธุรกิจจะได้ไม่รู้สึกอับอายขายหน้า มิใช่เพียงแค่ตี้เสี่ยวอู๋กับถังเมิ่งเท่านั้นแม้แต่เฉิงเม่ยเฟิง เหยาลู่ และอีกหลายๆคน ทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดกับหลิงหยุน พวกเขาล้วนแล้วแต่ต้องพัฒนาตัวเองอย่างหนักมากทั้งสิ้น ครึ่งปีก่อนหน้านี้..เมื่อครั้งที่ท่านหมอเสี่ยวได้พบกับหลิงหยุนเป็นครั้งแรก และหลิงหยุนได้ใช้วิชาเก้าเข็มปลุกชีพซึ่งเป็นวิชาแพทย์ในตำนาน ช่วยสะกดหนอนกู่กลืนใจภายในร่างให้กับเขานั้น ครั้งนั้นท่านหมอเสี่ยวก็มั่นใจว่า ในวันข้างหน้าหลิงหยุนจะต้องเป็นผู้ที่ก้าวหน้าและยิ่งใหญ่อย่างน่าตกตะลึงคนหนึ่ง! หลังจากพบกันได้เพียงไม่นานหลิงหยุนก็ขึ้นมาจากหลุมยักษ์ และได้นำสมุนไพรหายากรวมทั้งน้ำลายมังกรในตำนาน มามอบให้ท่านหมอเสี่ยวในวันเกิดของเสี่ยวเม่ยหนิง.. และครั้งนั้นก็ได้สร้างความตื่นตะลึงและตระหนกตกใจให้กับเสี่ยวเจิ้งจี๋อย่างที่สุด! แต่เมื่อถึงวันเปิดคลินิกสามัญชนของหลิงหยุนท่านหมอเสี่ยวเองก็ได้มอบของขวัญที่น่าตกใจให้กับเขาเช่นกัน อีกทั้งยังมอบธุรกิจบางส่วนของตนให้กับหลิงหยุนอีกด้วย และนั่นยิ่งเป็นการผูกสัมพันธ์ระหว่างเขากับหลิงหยุนให้แน่นแฟ้นขึ้น หลังจากนั้นตลอดสองสามเดือนเขาก็เฝ้ามองความก้าวหน้าที่อัศจรรย์ของหลิงหยุนอยู่ห่างๆ แม้เสี่ยวเจิ้งจี๋จะเฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ แต่หลิงหยุนก็ทำให้เขาตกใจได้ครั้งแล้วครั้งเล่า มาโดยตลอด และนับแต่นั้นทำเสี่ยวเจิ้งจี๋ได้แต่คิดว่าเขาเองไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้อีก และต้องทำอะไรบางอย่าง ดังนั้นในวันที่แปดเดือนแปดซึ่งหลิงหยุนเปิดบริษัท หลิงหยุน คอร์ปอเรชั่นอย่างเป็นทางการ เขาจึงได้ตัดสินใจเข้าไปช่วยบริหารงานในโรงพยาบาลหลิงหยุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพ่อแม่ของเสี่ยวเม่ยหนิงนำโอสถเยาว์วัยและโอสถโฉมสะคราญที่หลิงหยุนมอบให้มาเขายิ่งปักใจเชื่อว่าหลิงหยุนนั้นเสมือนเทพเจ้ามาจุติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตนเองได้กลืนโอสถทั้งสองด้วยตนเองจนกลายเป็นชายหนุ่มในวัยยี่สิบปีเมื่อวานนี้ ในสมองของเขาจึงเกิดความคิดมากมาย เขาเองมิได้เรียนรู้เพียงแค่เรื่องการแพทย์แผนจีนมาเท่านั้นแต่ความรู้ในเรื่องของการปลูกสมุนไพรต่างๆ ยังมิแพ้เรื่องทักษะทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศของตนด้วย หาไม่แล้วในช่วงเวลาที่เขาหลบไปอยู่อย่างเงียบๆในเมืองจิงฉูนั้น คงจะมิสามารถปลูกสมุนไพรพลังชีวิตมากมายภายในสวนที่บ้านได้เป็นแน่เสี่ยวเจิ้งจี๋ชื่นชอบและรักงานด้านนี้ของตนยิ่งนักและพยายามทำตามความฝันของตนเอง เวลานี้เขาได้กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่กลับมาทำในสิ่งที่ตนรักให้ดีที่สุดอีกครั้งฉะนั้นความคิดของเสี่ยวเจิ้งจี๋ในครั้งนี้จึงมิใช่เป็นเพียงความคิดที่เลิศหรู แต่เป็นความคิดที่เหมาะสม และสามารถทำได้จริง ฉะนั้น..การสร้างทุ่งพลังชีวิตขึ้นเพื่อปลูกสมุนไพรพลังชีวิต และผลไม้พลังชีวิต จึงเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง!แล้วหลิงหยุนจะมิต้องการเช่นนั้นหรือแน่นอนว่าเขาย่อมต้องการมากเลยทีเดียว!หลิงหยุนอยู่ในช่วงของการฝึกวรยุทธบ่มเพาะและคนรอบตัวเขามากมายก็ทุ่มเทให้กับฝึกฝนวรยุทธบ่มเพาะ จากนี้ไปอีกไม่นาน เขาเองก็คงต้องหลอมกลั่นโอสถชุดใหญ่ ฉะนั้นสมุนไพรพลังชีวิตจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง และมีความต้องการในปริมาณที่มากมายแต่แน่นอนว่าความคิดเช่นนี้จะมิสามารถเป็นจริงได้หากมิมีคนที่เหมาะสมเป็นผู้ลงมือทำ และแทบไม่ต้องสงสัยว่าผู้ที่เหมาะสมที่สุดจะเป็นผู้ใดไปมิได้นอกจากเสี่ยวเจิ้งจี๋!ด้วยเหตุผลข้อแรกเสี่ยวเจิ้งจี๋ได้ฉายาหมอเทวดา ข้อสองเขามีอายุเจ็ดสิบปีใช้ชีวิตมาเลยครึ่งชีวิตและอยู่จิงฉูมานานกว่ายี่สิบปี แต่ในเวลานี้เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มในวัยยี่สิบปีไม่ว่าจะเป็นฐานะทางสังคมความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจ และวัยวุฒิ.. ทั้งหมดทั้งมวล ทำให้เขามิได้ใช้ชีวิตเพื่อชื่อเสียง หรือว่าเงินทองอีกแล้ว และย่อมจะไม่ถูกโลกภายนอกที่วุ่นวายครอบงำสิ่งเดียวที่เขาต้องการในเวลานี้คือทำในสิ่งที่ต้องเองต้องการทำเท่านั้น!เวลานี้เสี่ยวเจิ้งจี๋และหลิงหยุนกำลังคิดการใหญ่ที่จะพลิกขุนเขานับแสนลูกนี้ ให้กลายเป็นผืนดินแห่งพลังชีวิต!“หลิงหยุน..ในสายตาของผู้ฝึกวรยุทธบ่มเพาะด้วยกันนั้นเจ้าจักต้องเป็นคนผู้นั้นแน่!”ท่านหมอเสี่ยวหันไปมองหลิงหยุนสีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง คำพูดเหล่านี้ท่านหมอเสี่ยวมิเคยเอ่ยกับหลิงหยุนมาก่อน แต่เวลานี้เขาเอ่ยมันออกมาต่อหน้าหลิงหยุน“ฮ่าๆๆๆ”หลิงหยุนยิ้มกว้างก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขเขาส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า “ท่านปู่เสี่ยว ท่านกล่าวเช่นนี้ ข้าคงมิอาจรับไว้ได้..”“เจ้ามิจำเป็นต้องรับแต่ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจ”ท่านหมอเสี่ยวเอ่ยตอบไปเพียงเท่านั้นจึงได้เปลี่ยนเรื่อง “ข้าเห็นเจ้าใช้เปลวเพลิงห้าธาตุหยิน–หยางเปลี่ยนผืนดินธรรมดาให้เป็นผืนดินพลังชีวิตได้ในพริบตา ข้าจึงเชื่อโครงการของข้าจะมิใช่เรื่องยากอีกต่อไป..”“สำหรับเมล็ดพันธุ์ของสมุนไพรพลังชีวิตนั้นตราบใดที่โลกนี้ยังไม่ขาดแคลน เราก็ไม่ขาดแคลนเช่นกัน ส่วนเรื่องของการปลูกนั้น จะมีข้า เฟิงหวง และเสี่ยวเหมา พวกเราทั้งสามคนจะช่วยกันดูแล รับรอบว่าไม่มีปัญหาใดแน่.. หากวันข้างหน้าการเพาะปลูกเจริญเติบโตได้ดี..”ท่านหมอเสี่ยวยกมือขึ้นชี้อออกไปที่ฝูงชนด้านนอกพร้อมกับหัวเราะ“ตราบใดที่เจ้าให้เงินทองพวกเขามากพอ ข้าเชื่อว่าพวกเขาย่อมมีความสุขเป็นแน่..” หลิงหยุนได้แต่ทำหน้ามุ่ยพร้อมกับแอบคิดอยู่ในใจว่าคิดไม่ถึงท่านหมอเสี่ยวจะมาไม้นี้..“นี่เจ้าเด็กแสบ..เจ้ามิต้องมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น”ดูเหมือนท่านหมอเสี่ยวจะคาดเดาความคิดของหลิงหยุนได้ถูก“หมู่บ้านนี้มิได้ติดต่อกับโลกภายนอกเพราะเป็นคำสั่งของเฟิงหวง แต่ตอนนี้จิตใจของนางก็เปลี่ยนไปแล้ว เราจะปล่อยให้พวกเขาอยู่อย่างยากจนต่อไปเหมือนก่อนได้อย่างไรกันเล่า..”หลิงหยุนพยักหน้าหมู่บ้านเหมี่ยวนี้ตัดขาดจากโลกภายนอกจริงๆ ไม่มีไฟฟ้า จึงแทบมิต้องพูดถึงโทรศัพท์ ทีวี หรือตู้เย็น“ที่นี่ล้าหลังจากโลกภายนอกไปไกลถึงห้าสิบปีเรื่องนี้เฟิงหวงติดหนี้พวกเขา พวกเราทั้งสองติดหนี้พวกเขา และหนีนี้ข้าเองก็ต้องกลับมาชดใช้!”ท่านหมอเสี่ยวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังสีหน้าและแววตาของเขาหม่นหมองเศร้าสร้อย แต่กลับเปล่งประกายมุ่งมั่น