ตอนที่ 1062
บทที่ 1493 : บรรพชนซานเหมี่ยว
October 22, 2026
บทที่ 1493 : บรรพชนซานเหมี่ยว มิใช่กงการอะไรของเจ้า หลิงหยุนสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงของพู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์นั้น คล้ายกำลังหงุดหงิดตน แต่เขาก็แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ หลิงหยุนได้แต่แอบคิดในใจว่า..‘ท่านอาศัยอยู่ในจุดซือไห่ของข้า ใช้เสินหยวนของข้าฟื้นฟูร่างกาย แต่กลับบอกว่ามิใช่กงการอะไรของข้างั้นรึ ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น? จู่ๆท่านก็พุ่งออกจากร่างของข้าไปเช่นนั้น เหตุใดจึงต้องปิดบังข้าด้วยเล่า?’ เหตุผลที่หลิงหยุนจำเป็นต้องถามนั้นเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆ ย่อมมิสามารถทำให้พู่กันจักรพรรดิผลีผลามพุ่งออกไปเช่นนั้นได้แน่ ปกติเขาก็มักจะเอาแต่หลับไหลอยู่ภายในจุดซือไห่ของหลิงหยุนโดยมิใส่ใจกับสิ่งใด แต่ไม่ว่าเมื่อใดที่พู่กันจักรพรรดิเคลื่อนไหวล้วนแล้วแต่ต้องเป็นสิ่งที่ทำให้หลิงหยุนตกตะลึงและอึ้งได้เสมอ.. เห็นได้จากแต่ละครั้งที่ที่พู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์เคลื่อนไหวในอดีตไม่ว่าจะเป็นร่างมังกรทองทั้งเก้าที่พุ่งออกมาปกป้องหลิงหยุนในคราแรก ต่อมาก็ช่วยหลิงหยุนรับทัณฑ์เมฆาที่เกาะเตียวหยู เมื่อครั้งที่หลิงหยุนไปเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้ามและได้ดูดเอาปราณมังกรอายุกว่าหกร้อยปีเข้าไปในคราเดียวนั้น หากมิได้พู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์ และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพช่วยไว้ในครานั้น ร่างของเขาคงจะระเบิดไปแล้ว และเพราะปราณจักรพรรดิที่เขาได้ดูดซับเข้าไปในครานั้น ทำให้เขาสามารถกลั่นกระบี่จักรพรรดิขึ้นได้ ในครั้งนั้นเพียงแค่ปราณจักรพรรดิปริมาณเล็กน้อย กายเนื้อของหลิงหยุนก็ได้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก และกระดูกสันหลังของหลิงหยุนก็ได้กลายเป็นสีทอง และสามารถสร้างหอกมังกรทองได้ เมื่อครั้งที่หนิงหลิงยู่รับทัณฑ์สวรรค์ทั้งพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดิต่างก็ช่วยฉกฉวยของกำนัลจากสรวงสวรรค์มาให้ ทำให้ขั้นพลังของหลิงหยุนพัฒนารวดเร็วอย่างก้าวกระโดด และเมื่อครั้งที่เย่ซิงเฉินเข้าสู่ขั้นซือเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-4) พู่กันจักรพรรดิก็ได้พุ่งเข้าไปในจุดซือไห่ของนาง และช่วยจุดประกายดาราทั้งหนึ่งร้อยแปดดวงภายในกระแสวนดวงดาวให้กับนาง อีกทั้งยังช่วยปิดนภามิให้นางต้องรับทัณฑ์สวรรค์อีกด้วย และเรื่องเหล่านี้เป็นเย่ซิงเฉินที่เล่าให้เขาฟังหลังจากนั้นหาไม่แล้วเขาก็คงมิรู้เรื่อง.. กลั่นกระบี่จักรพรรดิมังกรฉกฉวยของกำนัลจากสรวงสวรรค์ อีกทั้งยังปิดนภาห้ามทัณฑ์สวรรค์.. แต่ละเรื่องที่พู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์ลงมือนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ท้าทายสวรรค์ยิ่ง! ‘อาวุโสรีบร้อนพุ่งออกไปประหนึ่งพบเจอศัตรูเช่นนั้นกระทั่งข้าสอบถามเมื่อกลับเข้ามาก็มิยอมบอกเล่าให้ข้าฟัง’ ‘ปกตินิสัยของท่านนั้นหากมิต้องการเสวนา ก็จะมิพูด แต่นี่กลับแสดงท่าทีราวกับโมโหโกรธาข้า..’ ‘หากจะว่าไปหลังจากที่ดื่มโลหิตของข้าไปแล้ว ข้าควรต้องเป็นเจ้านายของท่านมิใช่รึ หลิงหยุนยังคงเฝ้าครุ่นคิดด้วยความกระวนกระวายใจ.. ยิ่งครุ่นคิดหลิงหยุนก็ยิ่งอยากจะสนทนากับพู่กันจักรพรรดิให้รู้เรื่องแต่เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย หลิงหยุนก็ได้แต่ลังเลใจ..แต่เมื่อคิดได้ว่าถึงอย่างไรพู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพย่อมไม่ทำร้ายตนเองแน่ หลิงหยุนจึงตัดสินใจถามออกไปว่า“อาวุโส..เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น หากเกี่ยวพันถึงข้า ท่านควรต้องรีบบอกให้ข้ารู้โดยเร็ว!” แต่เวลานี้พู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์ได้กลายร่างเป็นชายชรา และกำลังยืนจ้องมองกระบี่จักรพรรดิมังกรตรงหน้า..พู่กันจักรพรรดิอยู่จุดซือไห่ของหลิงหยุนเขาและหลิงหยุนจึงแทบจะเป็นคนเดียวกัน ฉะนั้น.. ความคิด จิตใจ และร่างกายของหลิงหยุน เขาย่อมรับรู้และสัมผัสได้เช่นกันคนธรรมดาทั่วไปอย่างมากก็มีอายุสูงสุดหนึ่งร้อยปีแต่สำหรับพู่กันจักรพรรดิ และสมุดจักรพรรดินั้นซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ระดับเซียนนั้น มีอายุยืนยาวมานับหลายพันปี และมิรู้ว่าจะยืนยาวต่อไปได้อีกกี่หมื่นปีในวันข้างหน้า..พวกเขาต่างก็พบเห็นสิ่งต่างๆมามากมาย..ฉะนั้นแม้แต่ประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษย์ ยังมิได้อยู่ในสายตาของพู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์ และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพเลยแม้แต่น้อยแต่เวลานี้พู่กันจักรพรรดิกำลังหงุดหงิด ที่หลิงหยุนได้นำกระบี่โลหิตเทวะออกมาให้เหมี่ยวเฟิงหวงดู และด้วยพลังของรัศมีดุร้ายที่พวยพุ่งออกจากกระบี่นั้น ทำให้เงาของเทพเจ้าแห่งปีศาจผู้น่าสะพรึงกลัวยิ่งปรากฏขึ้นอีกครา แม้ว่าเงาของเทพเจ้าแห่งปีศาจนี้จะแข็งแกร่งได้ไม่ถึงเท่าหนึ่งในล้านส่วนของเทพเจ้าซือโยวในอดีตกาล แต่ถึงอย่างนั้น หลิงหยุนในเวลานี้ ก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของเงาเทพเจ้าซือโหยวนี้นี่หาใช่เรื่องปกติไม่!ปรากฏการณ์นี้กำลังบอกว่า สิ่งที่สามจักรพรรดิ – จักรพรรดิแห่งสวรรค์ จักรพรรดิแห่งพิภพ และจักรพรรดิแห่งมุนษย์ช่วยกันสะกดซือโหยวไว้นั้น เริ่มจะอ่อนกำลังลงแล้ว!ซือโหยวเทพเจ้าแห่งปีศาจน่าสะพรึงกลัวสักเพียงใดนั้นทั้งสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพ และพู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์ย่อมรู้ดี นั่นเพราะพวกเขาทั้งคู่ล้วนได้รับบาดเจ็บจากกระบี่โลหิตเทวะของซือโหยว!แต่ท้ายที่สุดซือโหยวก็ได้พ่ายแพ้และกระบี่โลหิตเทวะก็ได้รับความเสียหาย แต่เวลานี้กระบี่โลหิตเทวะกลับมาอยู่ในมือของหลิงหยุน แม้มันจะมิมีพลานุภาพเทียบเท่ากับเมื่อครั้งอยู่ในมือของซือโหยว แต่ก็เผยให้เห็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวในระดับหนึ่งทีเดียว!สำหรับความน่าสะพรึงกลัวของกระบี่โลหิตเทวะนั้นแม้แต่พู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์ยังกระอักกระอ่วนใจที่จะนึกถึง บางคราเขายังคิดอยากบอกกับหลิงหยุนไปตามตรงว่า อย่าได้ใช้กระบี่เล่มนี้อีกหาใช่ว่าเขามิมีอำนาจที่จะทำได้..เพียงแค่เจ้านายของเขาซึ่งก็คือจักรพรรดิแห่งมนุษย์ได้กำชับไว้!ผู้ใดคือจักรพรรดิแห่งมนุษย์ฝูซี!พระองค์คือบรรพบุรุษของมนุษย์ผู้ศึกษาธาตุทั้งห้าหยินและหยางที่อยู่ระหว่างสวรรค์กับโลก รวมถึงการทำนายดวงชะตา!ฉะนั้นการคำนวณของพระองค์ย่อมมิผิดพลาดเป็นแน่และเป็นไม่ได้ที่จะไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์!เผ่าจิ่วหลีมิดับสูญซือโหยวเทพเจ้าแห่งปีศาจมิสิ้นชีพ – นี่คือสิ่งที่จักรพรรดิแห่งมนุษย์เป็นผู้บอกกับเขาก่อนที่จะจากไป และได้กำชับไว้ว่าหลังจากคนผู้นั้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อใด ให้เขาเพียงแค่คอยติดตามช่วยเหลือเท่านั้น ห้ามมิให้ทัดทานเจตจำนงใดๆของคนผู้นั้น!และให้เขาจดจำไว้ว่ามิว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ให้รอคอยวันที่จะเกิดภัยพิบัติมหันต์ขึ้นในโลกเท่านั้น!ฉะนั้น..พู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์จึงมิสามารถช่วยอะไรหลิงหยุนได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฝึกฝนวรยุทธบ่มเพาะ เขาทำได้เพียงแค่กระตุ้นให้หลิงหยุนหมั่นเพียร และเร่งฝึกฝนให้ก้าวหน้าโดยเร็วเท่านั้น!