ตอนที่ 1070
บทที่ 1501 : หลิงเย่ว
October 22, 2026
บทที่ 1501 : หลิงเย่ว แต่ไม่เห็นเกาเฉินเฉินหลิงหยุนก็ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลใจแต่อย่างใด เพราะเขาเองก็ได้เดินทางกลับปักกิ่งอย่างกะทันหัน เป็นไปได้ว่านางอาจกลับตระกูลเกา หรือไม่ก็อยู่ที่มหาวิทยาลัยหยานจิง “ท่านลุงสอง!”หลิงหยุนเอ่ยทักทายหลิงเย่ว หลิงเย่วยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับพยักหน้าสีหน้าท่าทางของเขาเมื่อพบกับหลิงหยุนนั้น ดูเหมือนจะสงบนิ่งกว่าคนอื่นๆ จากนั้นจึงเอ่ยตอบไปว่า “ครั้งนี้เจ้าจะกลับมาอยู่เลยหรือไม่” หลิงหยุนจ้องมองหลิงเย่วพร้อมเอ่ยตอบกลับไปว่า“ท่านลุง.. ข้ากลับมาชั่วคราวเท่านั้น และมิได้อยู่ปักกิ่งนานนัก..” “อ่อ..” หลิงเย่วทำเสียงรับรู้ก่อนจะเอ่ยต่อว่า“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็อยู่รับประทานอาหารมื้อค่ำ และสนทนากับท่านปู่ไปก่อน เจ้าว่างเมื่อใดพวกเราค่อยสนทนากันก็ได้..” ทุกครั้งที่หลิงหยุนอยู่กับหลิงเย่วนั้นเขาจะรู้สึกสบายอกสบายใจอย่างมาก เพราะหลิงเย่วเป็นคนที่เข้าใจเรื่องต่างๆได้ง่าย อีกทั้งมักคิดถึงผู้อื่นก่อนเสมอ ทำให้หลิงหยุนมิต้องคอยหาเหตุผลมาอธิบาย หรือทำให้หลิงหยุนต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ หลิงหยุนเองยังแอบคิดว่าหากมิใช่เพราะตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงของตน หลิงเย่วคงจะมิออกมารับด้วยซ้ำไป เขาคงจะเพียงแค่นั่งรอคอยอย่างสงบอยู่ในบ้านของตน รอให้หลิงหยุนเสร็จสิ้นภารกิจของตนเอง จึงค่อยไปพบเขาที่บ้านเอง นอกเหนือจากหลิงเย่วแล้วก็ยังมีอีกหนึ่งคนที่ทำให้หลิงหยุนรู้สึกเช่นนี้ได้ ซึ่งก็คือฉินชุนเฟิงแห่งตระกูลฉิน “ได้ครับท่านลุง!”หลิงหยุนตอบกลับทันที หลังจากนั้นหลิงเย่วก็ได้ช่วยหลิงหยุนจัดการกับความโกลาหลวุ่นวาย ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ด้วย.. “หลิงซิ่วหลิงเฟิง หลิงเลี่วย ซวี่เอ๋อ.. พวกเจ้าหยุดส่งเสียงโหวกเหวกกันได้แล้ว หลิงหยุนเพิ่งจะกลับมาถึง ปล่อยให้เขาจัดการธุระส่วนตัวของตนเองให้เสร็จเสียก่อน แล้วค่อยให้เขาไปพบพวกเจ้าเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังจะมิดีกว่ารึ”แน่นอนว่าหลิงเย่วสามารถห้ามปรามได้เฉพาะเด็กๆเท่านั้นแต่กับหลิงลี่เขาย่อมมิกล้าเป็นแน่..เวลานี้..หลิงลี่คือผู้ที่อาวุโสที่สุดในตระกูลหลิง อีกทั้งยังเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของตระกูลหลิงอีกด้วย ปัจจุบันหลิงลี่แทบมิได้ออกไปปรากฏตัวต่อโลกภายนอกด้วยซ้ำ เขามักจะอยู่แต่ในบ้าน หมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝน และแทบมิเคยสอบถามถึงเรื่องราวภายในตระกูลหลิงด้วยซ้ำไป..นั่นเพราะชายชรามั่นใจว่าหากยังมิเกิดเหตุใดๆกับหลิงหยุน ตระกูลหลิงของตนย่อมอยู่ได้อย่างสงบและปลอดภัย!ส่วนหลิงเสี่ยวนั้นมิเพียงมีฐานะเป็นบิดาของหลิงหยุน แต่ขั้นพลังบ่มเพาะของเขานั้นก็แข็งแกร่งไม่น้อย ด้วยฐานะของหลิงเสี่ยวในตระกูลหลิงเวลานี้ วาจาของเขามิมีผู้ใดกล้าขัดขืนหรือไม่เชื่อฟัง!แต่หลิงเสี่ยวนั้นกลับมิเคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวภายในตระกูลหลิงเลยแม้แต่น้อยเขาได้เคยประกาศออกไปแล้วว่า เขาจะขอดูแลรับผิดชอบเพียงแค่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ตระกูลหลิง และการก่อสร้างบ้านของหลิงหยุนเท่านั้นด้วยเหตุนี้หลิงเสี่ยวจึงแทบมิเคยสอบถามถึงสถานการณ์ต่างๆภายในตระกูลหลิงเลย และได้มอบหมายให้เหล่ากุ่ยเป็นผู้ดูแลจัดการแทนด้วยเหตุนี้แม้หลิงเสี่ยวจะยังอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหลิง แต่เขาจะกลับใช้ชีวิตในตระกูลหลิงเพียงแค่ช่วงเวลาค่ำคืนเท่านั้น ในเมื่อเป็นเช่นนี้ภารกิจทั้งภายในและภายนอกตระกูลหลิง จึงต้องตกไปอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหลิงเย่วแต่เพียงผู้เดียวสถานการณ์ของตระกูลหลิงเวลานี้แม้จะสามารถใช้คำว่ารุ่งเรืองได้ แต่ก็ประหนึ่งแสงสว่างเจิดจ้าซึ่งเกิดจากระเบิดนิวเคลียร์ เพราะได้สร้างแรงสั่นสะเทือน และคลื่นต่างๆรอบตัวอย่างมากมาย!ภาระหนักอึ้งทั้งหมดของตระกูลหลิงในเวลานี้จึงตกไปอยู่บนบ่าทั้งสองข้างของหลิงเย่วผู้เดียว และเขาก็ทำหน้าที่บริหารดูแลกิจการทั้งในและนอกของตระกูลหลิงได้เป็นอย่างดี แม้หลิงเย่วจะได้ฉายาว่าเป็นมันสมองตระกูลหลิง ประหนึ่งขงเบ้งกลับชาติมาเกิดก็ตามที แต่การใช้มันสมองที่มากจนเกินไป ก็ทำให้ประสาทของหลิงเย่วตึงเครียดไปด้วย อีกทั้งยังมิมีเวลาแม้แต่จะทำความสงบให้ตนเอง..ฉะนั้น..เวลานี้หลิงเย่วจึงต้องมองหาผู้มีพรสวรรค์ ที่จะสามารถมาช่วยงานตนเองได้! ทั้งต่งซานชวนถังเมิ่ง และเฉิงเม่ยเฟิง ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่หลิงเย่วกำลังพยายาม ที่จะทำให้พวกเขาช่วยเหลืองานขอตน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตระกูลหลิงมากที่สุดแต่เป็นเพราะความก้าวหน้าอันรวดเร็วของหลิงหยุนทำให้จำนวนคนช่วยงานเพียงน้อยนิดเวลานี้ยังไม่เพียงพอ หลิงเย่วจึงยังคงต้องทำงานหนักอยู่ดี..ถึงแม้ว่าเวลานี้ตระกูลหลิงจะมีบุคคลหลักอยู่ถึงสี่คนคือหลิงหยุน หลิงลี่ หลิงเสี่ยว และตัวเขาเอง แต่นั่นก็หาได้เพียงพอไม่กับกิจการที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้จะต้องเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่หลิงเย่วกลับมีความสุขอย่างยิ่ง เขาสนุกกับความวุ่นวายตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการเรื่องราวและกิจการต่างๆของตระกูลหลิง เพราะนี่คือความใฝ่ฝันของเขา