ตอนที่ 1071
บทที่ 1502 : หนี!
October 22, 2026
บทที่ 1502 : หนี! เวลานี้นักรบตระกูลหลิงได้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มและกำลังวิ่งไล่ล่าหลิงอี๋กับหลิงชีไป เมื่อทั้งหมดช่วยกันล้อมคนทั้งคู่ไว้ได้แล้ว นักรบตระกูลหลิงที่เหลือก็ช่วยกันเตะต่อย และซ้อมทั้งคู่อย่างเอาจริงเอาจัง “นี่ข้าเจ็บนะ!” “พอแล้ว..พอแล้ว.. พวกเราผิดไปแล้ว!!” ทั้งหลิงอี๋และหลิงชีต่างก็ร้องตะโกนออกหลังจากถูกซ้อมอย่างจริงจัง.. “ฮ่าๆๆสนุกจริงๆเลย!” “เอาอีก!เอาอีก!” เวลานี้ทั้งหลิงเฟิงหลิงลี่ หลิงซิ่ว หลิงซวี่ และคนอื่นๆ ต่างก็พากันวิ่งออกมายืนดู พร้อมกับส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน ….. ในขณะที่ภายในสวนเล็กๆหน้าบ้านของหลิงลี่ทั้งหลิงหยุน หลิงลี่ และเหล่ากุ่ยต่างก็นั่งล้อมวงกันอยู่พร้อมหน้า หลิงหยุนและหลิงลี่ได้เปิดจิตหยั่งรู้ของตนออกดู จึงได้เห็นภาพที่เกิดขึ้นภายในสวนด้านหน้าของคฤหาสน์ตระกูลหลิงได้อย่างชัดเจน ทั้งคู่เฝ้าดูด้วยความสนุกสนานตื่นเต้น มีเพียงเหล่ากุ่ยเท่านั้นที่อยู่ในขั้นต่ำกว่าและทำได้เพียงแค่ฟังเสียงเอาเท่านั้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำพร้อมกับส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยหน่าย “เฮ้อ..เจ้าพวกนี้นับวันยิ่งไร้กฏระเบียบ ข้าจะออกไปจัดการกับพวกเขาก่อน!” เหล่ากุ่ยนั่งฟังเสียงร้องตะโกนโหวกเหวกอยู่นานและดูท่าจะยังมิยอมหยุดเสียที เขาจึงมิสามารถอดรนทนต่อไปได้อีก และลุกขึ้นยืนเตรียมกระโดดไปที่สวนด้านหน้าทันที นักรบตระกูลหลิงทั้งสามสิบหกคนล้วนอยู่ในการดูแลของเหล่ากุ่ยทั้งสิ้น หลิงหยุนกลับมาบ้านทั้งที แต่พวกเขากลับส่งเสียงร้องตะโกนหนวกหูเช่นนี้ เหล่ากุ่ยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน.. “เหล่ากุ่ย..ปล่อยพวกเขาไปเถิด!” หลิงหยุนเอ่ยยิ้มๆพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้เหล่ากุ่ยนั่งลงแล้วจึงเอ่ยต่อว่า “นี่เป็นปัญหาระหว่างพวกเขาพี่น้อง ปล่อยให้พวกเขาสะสางปัญหากันเองเถิด อย่างไรพวกเขาก็คงไม่ถึงกับฆ่ากันตายหรอกน่า!” “แต่ท่านผู้นำตระกูล..” เหล่ากุ่ยเอ่ยตอบโต้ทันที“นี่ขนาดอยู่ภายในบ้านบรรพชนตระกูลหลิง พวกเขายังกล้าทะเลาะกันเสียงดังอย่างไร้มายาทเช่นนี้ วันหน้ามิไปสร้างเรื่องสร้างราวภายนอกหรอกรึ” หลิงหยุนส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า“พวกเขาเป็นนักรบตระกูลหลิง เพียงแค่มีความจงรักภักดีต่อตระกูลหลิงด้วยหัวใจก็เพียงพอแล้ว ให้พวกเขาได้มีอิสระบ้าง มิจำเป็นต้องจำกัดพวกเขาไปเสียทุกเรื่องก็ได้..”“การเป็นตัวของตัวเองจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกวรยุทธ!” “ขั้นโฮ่วเทียนก็คือขั้นปรับกายา..แต่เมื่อเข้าสู่ด่านกลางขั้นเซียงเทียนเมื่อใด หากพวกเขามิสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ก็จะส่งผลต่อการฝึกของพวกเขาในวันข้างหน้า!”คำพูดของหลิงหยุนเพียงไม่กี่คำก็สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า แม้ผู้ฝึกวรยุทธจำต้องมีกฏระเบียบบ้าง แต่ก็ต้องไม่ถึงกับตัดทิ้งความเป็นตัวเองไปเสียหมด“เช่นนี้หมายความว่า..ท่านผู้นำตระกูลจะปล่อยให้พวกเขาร้องตะโกนหนวกหูอยู่อย่างนี้รึ!” เหล่ากุ่ยยังคงโต้เถียง“พวกเขาทะเลาะกันพอเมื่อใดก็หยุดเองล่ะน่า!”แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆหลังจากหลิงหยุนเอ่ยออกไปไม่ถึงสองสามนาที เสียงร้องตะโกนก็ได้เงียบหายไป“หลิงอี๋หลิงชี พวกเจ้าสองคนมาหาข้า!”เสียงของหลิงหยุนดังไปเข้าหูของนักรบตระกูลหลิงทั้งสองคนทั้งคู่ยืดกายตรงพร้อมกับร้องตะโกนรับคำสั่ง จากนั้นจึงรีบกระโจนไปยังสวนชั้นที่เก้าซึ่งเป็นบ้านของหลิงลี่ทันทีเวลานี้หลิงอี๋กับหลิงชีได้มายืนอยู่ตรงหน้าหลิงหยุนแล้วทั้งคู่ทำการคาราวะหลิงหยุนด้วยใบหน้าที่บวมปูด และเวลานี้ก็กำลังรอคำตำหนิจากหลิงหยุนอยู่หลิงหยุนจ้องมองใบหน้าบวมปูดของทั้งคู่อย่างนึกขบขันแล้วจึงเอ่ยออกไปว่า “หากข้าเป็นพวกเจ้าสองคน ข้าจะจัดการทีละสองสามคน แล้วค่อยถอยกลับออกมาตั้งหลัก..”“เรียนท่านผู้นำตระกูล..พวกเขาทั้งหมดรุมพวกเราสองคนพร้อมๆกัน อีกทั้งแต่ละคนก็มิได้แข็งแกร่งน้อยไปกว่าพวกเรานัก พวกเราจึงไม่สามารถสู้พวกเขาได้..”หลิงชีเอ่ยตอบหลิงหยุนพร้อมกับกรอกตาไปมา..“นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเจ้าสองคนโง่เขลายิ่งนัก!”หลิงหยุนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ในเมื่อไม่สามารถเอาชนะได้ เหตุใดจึงมิรู้จักหนีเล่า”“ข้าเคยได้ยินเพียงแค่ว่าสองหมัดมิอาจเอาชนะสี่หมัดได้ แต่ข้ามิเคยได้ยินว่าสองเท้ามิอาจวิ่งหนีคนกลุ่มใหญ่ได้! ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเจ้าสองคนเวลานี้ หากจะวิ่งหนีแล้วล่ะก็ ยากนักที่พวกเขาจะไล่ตามพวกเจ้าได้ทัน!”หลิงอี๋และหลิงชีได้แต่หันไปมองหน้ากันและต่างก็คิดว่า วิ่งหนีก็ได้อย่างนั้นหรือ!หลิงอี๋กับหลิงชีนั้นได้เข้ามาฝึกฝนเป็นนักรบตระกูลหลิงตั้งแต่ยังเยาว์วัยและนับจากที่พวกเขาทั้งคู่ก้าวเข้ามาในตระกูลหลิงนั้น ก็ถูกยัดเยียดความคิดหลากหลายเข้าไปในหัว แต่ถึงอย่างนั้นก็มิเคยมีคำว่า ‘หนี’ อยู่ด้วยเลย!แต่เวลานี้..ผู้นำตระกูลหลิงคนใหม่ อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าใหญ่ของพวกเขาด้วยนั้น กลับกำลังสอนให้พวกเขาทั้งสองรู้จักหนี!!หลังจากนั้นหลิงอี๋กับหลิงชีก็ได้แต่หันไปมองเหล่ากุ่ยซึ่งนั่งอยู่ข้างๆหลิงหยุน..