ตอนที่ 1072
บทที่ 1503 : บ่าวผู้จงรักภักดี!
October 22, 2026
บทที่ 1503 : บ่าวผู้จงรักภักดี! หลิงหยุนหันกลับไปมองเหล่ากุ่ยพร้อมกับเอ่ยว่า.. “เหล่ากุ่ย..เวลานี้ท่านเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8 แล้ว อีกไม่นานก็คงสามารถเข้าสู่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้แล้วสินะ!” “เฮ้อ..ข้าไร้พรสวรรค์ยิ่งนัก! แม้ท่านผู้นำตระกูลจะกระตือรือร้นช่วยฝึกฝนให้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยวัยที่ชราและร่างกายที่มิได้ดีเหมือนดังก่อน เวลานี้จึงมิได้เหนือไปกว่าหลิงอี๋กับหลิงชีมากนัก..” เหล่ากุ่ยเอ่ยตอบหลิงหยุนด้วยท่าทางเคารพยิ่งเขาบอกกับหลิงหยุนไปตามตรง ในขณะเดียวกันก็ออกจะเย้ยหยันตนเองไปด้วย ดวงตาทั้งคู่พลันเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองเล็กน้อย เหล่ากุ่ยเป็นทั้งบ่าวผู้จงรักภักดีและสหายเก่าแก่ของหลิงลี่แม้ในช่วงที่ตระกูลหลิงตกต่ำลงอย่างมาก เขาก็ยังคงติดตามหลิงลี่และช่วยงานตระกูลหลิงอย่างมิเคยนึกหวั่นไหว ครั้งนั้น..ความแข็งแกร่งของเหล่ากุ่ยนับเป็นอันดับสามในตระกูลหลิง รองจากหลิงเจิ้นและหลิงลี่ แม้เขาจะเป็นเพียงแค่บ่าว แต่ฐานะของเขาในตระกูลหลิงเวลานั้นก็มิได้ต่ำต้อยเลย หลังจากที่หลิงหยุนเข้ารับตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงฐานะของเหล่ากุ่ยในตระกูลหลิงก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จนเสมือนญาติคนหนึ่งเลยทีเดียว ดังคำโบราณว่า..หนึ่งคนบรรลุเป็นเซียน หมูหมากาไก่รอบตัวก็พลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย! ทันทีที่หลิงหยุนกลับเข้าตระกูลหลิงเขามิเพียงถ่ายทอดวรยุทธบ่มเพาะที่ล้ำเลิศให้กับทุกคน แต่ยังนำโอสถต่างๆ และทรัพยากรสำหรับฝึกฝนมากมายมาให้ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น.. เขายังได้สร้างค่ายกลหลุมพลัง และปลุกหลิวเทวะวิญญาณให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง! ด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการฝึกวรยุทธบ่มเพาะอย่างยิ่งนี้ทำให้ทุกคนในตระกูลหลิงต่างก็ได้รับประโยชน์ และพากันก้าวหน้ากันอย่างรวดเร็ว! เวลานี้แม้แต่เหล่าทายาทตระกูลหลิงรุ่นเล็กทุกคนต่างก็ทะลวงเข้าสู่ด่านสุดท้ายของขั้นเซียงเทียนได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งหลิงหย่งซึ่งกระอักกระอ่วนใจที่จะกลับมาบ้านในคราแรก แต่หลังจากที่ได้กลับมาในคืนวันไหว้พระจันทร์นั้น เขาก็แทบมิอยากจะกลับไปที่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ของตระกูลหลิงอีกเลย และเลือกที่จะกลับมาฝึกฝนวิชาใต้ต้นหลิวเทวะวิญญาณในทุกๆวัน ความก้าวหน้าที่รวดเร็วนั้นแม้แต่เหล่ากุ่ยเองยังตกใจยิ่งนัก! แม้แต่หลิงอี๋หลิงชี และเหล่านักรบตระกูลหลิงคนอื่นๆ แม้จะมิใช่สายเลือดสกุลหลิง แต่พวกเขาต่างก็ยังหนุ่มยังแน่น และด้วยวรยุทธบ่มเพาะที่หลิงหยุนถ่ายทอดให้นั้น ทำให้ทุกคนสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน! หลังจากปฏิบัติภารกิจในแต่ละวันเสร็จสิ้นนักรบตระกูลหลิงทั้งหมด ต่างก็จะกลับมาที่ตระกูลหลิงเพื่อฝึกฝน เพราะรู้ดีว่าที่นี่คือดินแดนล้ำค่าที่เหมาะแก่การฝึกวิชายิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลิงอี๋และหลิงชีทั้งคู่ดูเหมือนว่าจะสามารถเข้าสู่ด่านสุดท้ายขั้นเซียงเทียนได้ตลอดเวลา และดูเหมือนว่าอีกไม่นานก็คงจะไล่ตามเหล่ากุ่ยได้ทันเป็นแน่! อีกไม่นาน..เหล่ากุ่ยคงต้องกลายเป็นผู้ที่ไล่หลังพวกเขาทั้งคู่แทน! ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างหลิงหยุนกับเหล่ากุ่ยและเป็นเพราะเหล่ากุ่ยที่นำพาเขาเข้ามาตระกูลหลิง มีหรือที่หลิงหยุนจะนั่งมองเหล่ากุ่ยโดยมิสนใจใยดีได้ “เรื่องนั้นมิใช่ปัญหา!” หลิงหยุนหันไปยิ้มให้กับหลิงลี่พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นว่า“ท่านปู่.. โอสถทั้งสิบชุดที่ข้ามอบให้ท่านก่อนจะออกเดินทางจากปักกิ่งครั้งนั้น เหตุใดท่านจึงยังมิมอบให้กับเหล่ากุ่ยเล่า” “ฮึ่ม!!” หลิงลี่ได้ฟังคำถามของหลิงหยุนก็ถึงกับคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันทันที พร้อมกับหันไปมองเหล่ากุ่ยด้วยแววตาขมึงทึง ก่อนจะเอ่ยตอบหลิงหยุนไปว่า“ข้ามอบโอสถทั้งสองให้กับเขาแล้วแต่เขากลับดื้อดึงมิยอมรับ เจ้าจะให้ข้าทำเช่นใด”ระหว่างที่เอ่ยนั้นหลิงลี่ก็ได้เรียกขวดสีเขียวออกมาถือไว้ในมือสองขวด ซึ่งภายในแต่ละขวดนั้น บรรจุโอสถสีม่วงและสีขาวไว้อย่างละเจ็ดเม็ด“เอ่อ…”เหล่ากุ่ยมีสีหน้าเศร้าสร้อยหลิงหยุนหันไปมองเหล่ากุ่ยพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ“เหล่ากุ่ย เหตุใดท่านจึงมิยอมกินโอสถที่ข้าให้ หรือท่านเกรงว่ามันจะเป็นยาพิษงั้นรึ?”“ท่านผู้นำตระกูล..ท่านอย่าได้กล่าวล้อเล่นเช่นนี้!”เหล่ากุ่ยรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับระล่ำระลักตอบกลับไปทันที“เรียนท่านผู้นำตระกูล โอสถของท่านนับเป็นสิ่งล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งนัก แล้วข้าซึ่งเป็นบ่าวจะกล้ารับไว้ได้อย่างไรกัน”หลิงหยุนถึงกับนิ่งอึ้งไป“เหตุผลเพียงแค่นั้นรึ!”เหล่ากุ่ยเอาแต่นิ่งเงียบมิยอมตอบ..หลิงลี่ที่นั่งฟังอยู่จึงร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความโมโห“ก็เหตุผลแค่นี้ล่ะ ที่ทำให้ข้าโกรธยิ่งนัก!”หลังจากบอกหลิงหยุนไปเช่นนั้นหลิงลี่ก็คว้าชามเหล้าขึ้นกระดกเข้าปากไปอีกครึ่งชาม..ชื่อจริงของเหล่ากุ่ยนั้นคือกุ่ยจงหวู่หากมิใช่เพราะความจงรักภักดีอย่างยิ่งที่มีต่อตระกูลหลิง ก็นับว่าเป็นความโง่เขลายิ่งที่ปฏิเสธ..หลิงหยุนยังคงสงบนิ่งเขาเหลือบมองเหล่ากุ่ยยิ้มๆ พร้อมกับรินเหล้าลงไปในถ้วยให้หลิงลี่ แล้วจึงรินให้เหล่ากุ่ยและตนเอง“ท่านปู่กุ่ยเหล้าชามนี้ข้าขอดื่มให้กับท่าน!” หลิงหยุนยกชามเหล้าขึ้น พร้อมกับเอ่ยบอกเหล่ากุ่ย“ท่านผู้นำตระกูล..อย่าได้ทำเช่นนั้น บ่าวจะรับไว้ได้อย่างไรกัน!”เหล่ากุ่ยรีบร้องตะโกนห้ามมือที่ถือชามเหล้านั้นสั่นเทิ้ม น้ำเสียงที่พูดก็สั่นสะท้านไปด้วยความเกรงกลัว“หมดชาม!”หลิงหยุนร้องตะโกนบอกพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปากอย่างไม่รีรอเหล่ากุ่ยจำต้องกระดกชามเหล้าในมือของตนเข้าปากด้วย..หลิงหยุนวางชามเหล้าลงพร้อมกับเอ่ยยิ้มๆ“ท่านปู่กุ่ย มิตรภาพระหว่างท่านกับข้านั้น ข้าคงมิต้องเอ่ยย้ำให้ท่านฟังอีกรอบหรอกนะ”เหล่ากุ่ยฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆ