ตอนที่ 1077
บทที่ 1508 : ได้เวลาทวงคืน
October 22, 2026
บทที่ 1508 : ได้เวลาทวงคืน ความแข็งแกร่งของแต่ละระดับระหว่างขั้นโฮ่วเทียนกับเซียงเทียนนั้นเปรียบเสมือนเด็กนักเรียนระดับประถมกับมัธยมนั่นเอง ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ศิษย์ทั้งสิบสองคนของหลิงหยุนซึ่งอยู่บนยอดเขา จึงมิรู้ว่าหลิงอี๋แอบสะกดรอยตามมา จนกระทั่งเขาปรากฏตัวขึ้น และเตะเข้าที่ด้านข้างของหลู่เหวินหลง ฝีเท้าของหลิงอี๋ไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใดหลู่เหวินหลงแสร้งทำเป็นนอนหงายกับพื้น แต่ดวงตานั้นกลับฉายแววอย่างผู้ชนะ และแสร้งทำเป็นแกล้งโง่ “ทะ..ท่านลุง..” หลิงอี๋ได้ฟังคำเรียกขานจากปากของหลู่เหวินหลงถึงกับทำตาประหลับประเหลือก และได้แต่คิดในใจว่า ตนเองเพิ่งจะอายุสามสิบสองเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นลุงไปแล้วงั้นรึ จากนั้นเสียงเอ่ยถามของหลู่เหวินหลงก็ดังขึ้นต่อจากนั้น“นี่ท่านหาพวกเราพบได้อย่างไรกัน” หลิงอี๋ไม่เสียเวลาตอบเขาก้มหน้าลงมองหลู่เหวินหลงที่ยังคงนอนอยู่กับพื้นด้วยใบหน้าดุดัน พร้อมกับร้องตะโกนบอกไปว่า “เจ้าลุกขึ้นได้แล้ว!” หลู่เหวินหลงมิได้โง่เขลาเขารู้ว่าขืนยังคงนอนอยู่เช่นนี้ คงจะต้องโดนมากกว่าเท้า จึงรีบบิดตัวแล้วลุกขึ้นยืนทันที หลู่เหวินหลงและหลิงอี๋ยืนเผชิญหน้ากันอยู่และรูปร่างของทั้งคู่นั้นดูเหมือนจะสูงใกล้เคียงกันยิ่งนัก หลิงอี๋จ้องหน้าหลู่เหวินหลงด้วยแววตาเย็นชาแต่กลับเอ่ยถามด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “เจ้าหนู.. นี่เจ้าจำข้าได้ด้วยรึ” “ข้าเพียงแค่เคยพบท่านลุงเท่านั้นแต่มิได้รู้จักชื่อของท่าน..” หลู่เหวินหลงเอ่ยตอบไปตามความจริง เมื่อราวหนึ่งเดือนก่อนที่หลิงหยุนเดินทางออกจากปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมชาวยุทธนั้น ตระกูลหลิงได้จัดงานเลี้ยงขึ้นในวันไหว้พระจันทร์ขึ้น ครั้งนั้น เหล่าสมาชิกตระกูลหลิง นักรบตระกูลหลิง และศิษย์ทั้ง 72 คนของหลิงหยุนต่างก็มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน หลู่เหวินหลงกับหลิงอี๋จึงได้เคยพบเจอกัน แต่ในคืนนั้นมีคนอยู่ในงานเลี้ยงมากมายหลายคนอีกทั้งฐานะของทั้งคู่ในตระกูลหลิงก็แตกต่างกัน ทั้งคู่จึงมิได้นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน และในคืนนั้นนักรบตระกูลหลิงทั้งหมดต่างก็แต่งชุดเครื่องแบบเหมือนกันทั้งหมด ศิษย์ทั้ง 72 คนของหลิงหยุนจึงยากที่จะแยกแยะได้ ส่วนนักรบตระกูลหลิงทั้งหมดนั้นแตกต่างกันพวกเขาล้วนเคยผ่านการต่อสู้และความเป็นความตายมามากครั้ง อีกทั้งยังได้รับการฝึกฝนเทคนิคต่างๆจากองค์กรนักฆ่าอีกด้วย ฉะนั้นทั้งหมดจึงสามารถสังเกต และจดจำใบหน้าของศิษย์ทั้ง 72 คนของหลิงหยุนได้ไม่ยาก “หยุดเรียกข้าว่าลุงได้แล้ว!”หลิงอี๋รีบเอ่ยบอกทันทีเขาดึงผ้าคลุมปิดบังใบหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของตน“ข้า..หลิงอี๋! วันหน้าให้เรียกข้าว่าลูกพี่ก็พอ!”หลู่เหวินหลงพยักหน้าหงึกๆพร้อมกับเอ่ยตอบยิ้มๆ “ครับ.. ท่านลุง!”หลิงอี๋“…….”หากมิใช่ว่าเขามิต้องการที่จะเสียเวลาแล้วล่ะก็เขาคงจะประมือกับเด็กนี่สักสามวันสามคืนไม่เลิกเป็นแน่“เจ้าหนู..นับว่าเจ้าเฉลียวฉลาดไม่น้อยทีเดียว ที่สามารถคาดเดาจุดประสงค์ที่แท้จริงของท่านผู้นำตระกูลได้ อีกทั้งยังบีบให้ข้าต้องปรากฏตัวออกมา!”หลิงอี๋กวาดสายตามองไปรอบๆและในที่สุดสายตาของเขาก็มาหยุดอยู่ที่หลู่เหวินหลง ก่อนจะเอ่ยออกไปยิ้มๆ “นับว่าเจ้าเก่งนักที่สามารถตีโจทย์แตก!”แม้หลิงอี๋จะรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่บ้างแต่ก็อดที่จะเอ่ยชมหลู่เหวินหลงไม่ได้..โจทย์ของหลิงหยุนที่มอบให้กับศิษย์ทั้ง72 คนนั้นกว้างมาก และต่อให้สามารถตีโจทย์แตก แต่พวกเขาต่างก็มีเวลาเพียงแค่คืนเดียว จึงจำต้องหาผู้ที่จะนำพาพวกตนไปปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จและผู้ที่จะนำพาพวกเขาไปนั้นนอกจากจะต้องเป็นผู้ที่รู้จักศัตรูของตระกูลหลิงอย่างถ่องแท้แล้ว ยังต้องเป็นผู้ที่จารึกบัญชีความแค้นนี้ไว้ในใจอย่างมิมีวันลืมเลือนอีกด้วย เช่นนั้นแล้วจะมีผู้ใดเหมาะสมไปกว่านี้อีกเล่าด้วยเหตุนี้หลังจากออกมาจากโรงฝึก หลู่เหวินหลงจึงได้มายังสถานที่ใกล้กับคฤหาสน์ตระกูลหลิงมากที่สุด เพราะนี่จะเป็นหนทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด!หลู่เหวินหลงยืนยิ้มดวงตาเป็นประกายพร้อมกับหัวเราะแก้เก้อ.. “แต่เจ้าอย่าได้ทะนงตนไปนัก!”หลิงอี๋ขยิบตาพร้อมกับเอ่ยต่อ“แม้ว่าวันนี้ข้าจะไม่มีเวลาจัดการกับเจ้า แต่รอให้เรื่องนี้ผ่านพ้นไปก่อน หลังจากนั้นอีกสองวันข้าจะไปจัดการกับเจ้าด้วยตัวเองถึงโรงยิมเลยทีเดียว!”หลู่เหวินหลงได้ฟังแต่เขากลับไม่มีท่าทีสนใจหรือหวาดกลัว และตอบกลับไปยิ้มๆ “ข้ายินดีน้อมรับคำชี้นแนะของท่านลุง!”หลิงอี๋ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยและได้แต่จ้องมองหลู่เหวินหลง พร้อมกับคิดในใจว่า ‘เจ้าเด็กคนนี้ดูท่าจะมิยอมอยู่ใต้อาณัติผู้ใดง่ายๆ เขาไม่มีท่าทีหวาดกลัวต่อสิ่งใดเลย..’