ตอนที่ 1083
บทที่ 1514 : อินทรีย์สยายปีก
October 22, 2026
บทที่ 1514 : อินทรีย์สยายปีก เนื่องจากที่ผ่านมาตระกูลหลิงมิได้มีทีท่าว่าจะมีการเคลื่อนไหวใดๆฉะนั้น ในคืนนี้จึงนับว่าปักกิ่งได้เกิดความโกลาหลยิ่งนัก และข่าวนี้ก็มิได้แพร่สะพรัดเพียงแค่ภายในปักกิ่งแต่ได้กระจายไปทั่วทั้งประเทศ “ตระกูลหลิงลงมือแล้ว!และเป้าหมายของเขาก็คือตระกูลหลงและตระกูลเย่!” ข่าวคราวสะเทือนฟ้าสะเทือนปฐพีนี้ได้แพร่กระจายออกไปตั้งแต่กลุ่มของหลู่เหวินลงมือเป็นกลุ่มแรก และแพร่สะพรัดออกไปอย่างรวดเร็วทั่วทั้งปักกิ่ง ก่อนจะกระจายไปทั่วประเทศประหนึ่งพายุเฮอริเคน แต่แน่นอนว่าผู้ที่รู้ข่าวคราวนี้ย่อมเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติพอที่จะรับรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปย่อมไม่มีโอกาสรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แม้พวกเขาจะเห็นกลุ่มของหลู่เหวินหลงและกลุ่มอื่นๆ กระจายไปทั่วปักกิ่ง แต่พวกเขาก็คิดว่าเป็นเพียงพวกอันธพาลที่ชอบสร้างปัญหาทั่วไป ส่วนตระกูลหลงและตระกูลเย่ซึ่งถูกตระกูลหลิงกดขี่ข่มเหงในครานี้ทั้งสองตระกูลก็เลือกที่จะนิ่งเงียบไม่กระโตกกระตาก เพราะเรื่องนี้นับเป็นความอับอายที่ไม่อาจประกาศออกไปให้ผู้คนรับรู้ได้ เหตุผลที่ข่าวคราวนี้กระจายออกไปอย่างรวดเร็วก็เพราะว่าหลังจากที่ศิษย์ทั้ง 72 คนของหลิงหยุนเข้าไปทวงหนี้แล้วนั้น พวกเขาก็มิได้ข่มขู่ห้ามปรามให้ผู้อยู่ในเหตุการณ์ต้องปิดปากเงียบ กิจการต่างๆของตระกูลหลงและตระกูลเย่ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก โรงแรม คลับลับต่างๆ หรือกิจการอื่นๆอีกมากมาย แม้แต่สถานที่ซึ่งทั้งสองตระกูลใช้สำหรับจัดปาร์ตี้พักผ่อน หรือใช้เป็นที่สังสรรของเศรษฐีร่ำรวยมีฐานะ แม้จะดูเหมือนเป็นสถานที่ร้องเพลงเต้นรำในยามค่ำคืน แต่ความจริงแล้วมันก็คือสถานที่แลกเปลี่ยนข่าวคราวสำคัญๆนั่นเอง อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่บรรดาเศรษฐีจะได้พบคนสำคัญๆของตระกูลหลงกับตระกูลเย่อีกด้วย เพื่อให้เศรษฐีเหล่านั้นได้มีโอกาสสานสัมพันธ์กับสองตระกูลใหญ่ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วย ส่วนผู้คนที่มีคุณสมบัติจะได้เหยียบเข้าไปในสถานที่เหล่านั้นของตระกูลหลงกับตระกูลเย่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีหน้ามีตา และมีอำนาจบารมี ซึ่งสามารถสั่งการในเรื่องใหญ่ๆของประเทศนี้ได้ประหนึ่งเรียกลมเรียกฝน นอกเหนือจากเหล่าข้าราชการระดับสูงและเศรษฐีระดับต้นๆแล้ว ก็ยังมีมีบรรดาทายาทรุ่นสามของพวกเขาซึ่งเป็นหนุ่มเพลย์บอย รวมทั้งดาราที่มีชื่อเสียงอีกด้วย และเมื่อคนเหล่านั้นพบเจอเหตุการณ์ที่น่าตกใจเช่นนี้มีหรือที่พวกเขาจะไม่โทรหาคนสำคัญของครอบครัว และบอกเล่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นให้ฟัง ด้วยเหตุนี้เรื่องที่ตระกูลหลิงออกทวงหนี้จากสองตระกูลใหญ่ จึงได้แพร่สะพรัดไปทั่วทั้งประเทศจีนเพียงแค่ชั่วพริบตา และยากที่ผู้ใดจะสามารถหยุดข่าวลือนี้ได้ แม้กระทั่งหลงฮ่าวหลานและเย่ชิงเฟิง ต่างก็รู้ดีว่าตนเองมิสามารถปกปิดเรื่องนี้ไว้ได้เช่นกัน และทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่านี่เป็นความต้องการของหลิงหยุน หาไม่แล้วเขาก็คงไม่ตัดสินใจทำเช่นนี้!แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนแปลกใจก็คือการทวงหนี้ของตระกูลหลิงจากสองตระกูลใหญ่ในครั้งนี้ ทั่วทั้งปักกิ่งกลับสงบนิ่งไร้การปะทะ ประหนึ่งว่ามิมีเรื่องใดเกิดขึ้นหลายคนให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว..น่าขัน..แม้แต่ตระกูลใหญ่ทั้งสองตระกูลอย่างตระกูลหลงและตระกูลเย่ ซึ่งเป็นผู้ถูกตระกูลหลิงบดขยี้ยังนิ่งเฉย แล้วคนนอกอย่างพวกเขายังจะกล้าเข้าไปยุ่งได้อย่างไรอีกเล่าผู้ใดกล้ากระตุกหนวดตระกูลหลิงในยามนี้ย่อมเท่ากับนำพาตัวเองไปสู่หายนะ..แม้กระทั่งกองกำลังลับอย่างหน่วยนภาหน่วยมังกร และหน่วยเทพอินทรีย์ หลังจากที่ได้รับข่าวคราว ยังทำได้เพียงแค่ส่งคนของตนเองเฝ้าติดตามดูอย่างเงียบๆ แต่มิให้ลงมือแต่อย่างใด เพียงแค่คอยรายงานเหตุการณ์ทั้งหมดให้หน่วยของตนรับรู้เท่านั้นนั่นเพราะหน่วยลับทั้งหมดต่างก็ตระหนักและเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี..ทุกคนต่างก็รู้ว่านี่คือการเผชิญหน้าของสามตระกูลอันดับสูงสุดของประเทศนี้ ฉะนั้น ผู้ใดก็ตามที่กล้ายื่นมือเข้าไปสอด รับรองได้ว่าจะต้องแหลกเป็นจุนอย่างแน่นอน!และเหตุการณ์ในครั้งนี้มีเพียงคนผู้เดียวในประเทศเท่านั้น ที่จะสามารถยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวได้!“ตระกูลหลิงลงมือแล้วจริงๆงั้นรึ”ในยามดึกดื่นค่ำคืนเบื้องหลังกำแพงสีแดง ชายชราผู้หนึ่งยังคงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนเอง หลังจากที่ได้ฟังรายงาน เขาก็เอ่ยถามจ้าวซิงหวู่ด้วยสีหน้าท่าทางที่สงบยิ่ง “ใช่แล้ว!”จ้าวซิงหวู่เอ่ยตอบด้วยสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกถึงความเคารพยิ่งชายชราพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงบางเบา “แล้วตระกูลหลงกับตระกูลเย่มีท่าทีเช่นใด”“คนของตระกูลหลิงได้รับการต่อต้านจากสถานที่แรกๆที่บุกเข้าไปแต่หลังจากนั้น พวกเขาก็มิได้รับการต่อต้านจากสถานที่อื่นเมื่อบุกเข้าไปอีกเลย..”หลังจากที่ได้ฟังรายงานชายชราก็ได้แต่ยิ้มพร้อมกับพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาบางเช่นเคย