ตอนที่ 1084
บทที่ 1515 : เรื่องใหญ่สามเรื่อง
October 22, 2026
บทที่ 1515 : เรื่องใหญ่สามเรื่อง คฤหาสน์ตระกูลหลิง.. หลิงหยุนและหลิงเย่วนั่งปรึกษาหารือกันอย่างลับๆร่วมสองชั่วโมงจนกระทั่งเข้าสู่เวลาเที่ยงคืน ในช่วงเริ่มต้นของการปรึกษาหารือนั้นส่วนใหญ่หลิงเย่วจะพูดคุยถึงเรื่องทิศทางในวันข้างหน้าของตระกูลหลิง และเขาก็ต้องการให้หลิงหยุนเป็นผู้กำหนดทิศทาง ฉะนั้น หลิงหยุนจึงเป็นผู้ฟังเสียส่วนใหญ่ หลิงเย่วบอกเล่าสถานการณ์ของโลกธุรกิจให้หลิงหยุนรับรู้และท่าทีของเหล่าตระกูลใหญ่ในปักกิ่ง รวมถึงท่าทีของตระกูลต่างๆที่มีต่อตระกูลหลิง หลิงเย่วสามารถรวบรวมข้อมูลทั้งสามสาย และถ่ายทอดให้หลิงหยุนเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ทำให้หลิงหยุนสามารถมองภาพรวมทั้งหมดออก ความจริงแล้วด้วยความสามารถและความฉลาดเฉลียวของหลิงเย่ว เขาย่อมสามารถจัดการทุกอย่างได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังต้องบอกเล่าให้หลิงหยุนฟัง นั่นเพราะฐานะของหลิงหยุนเวลานี้สูงส่งและมีอิทธิพลต่อหลายๆฝ่ายยิ่งนัก เพียงแค่เขาขยับตัวทำสิ่งใด ก็สามารถเปลี่ยนทิศทาง และชะตากรรมของผู้คนจำนวนมากได้ในทันที อย่างเช่นการตัดสินใจทวงหนี้กลับคืนให้ตระกูลหลิงในคืนนี้เพียงแค่หลิงหยุนลงมือ ทั้งปักกิ่งและทั่วทั้งประเทศก็สั่นสะเทือนได้ทันที แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือหลิงหยุนมิได้ลงมือเอง เพียงแค่สั่งการอยู่ที่บ้านเท่านั้น! ฐานะของหลิงหยุนเวลานี้มิได้เป็นแค่ผู้นำตระกูลหลิงเท่านั้นแต่ยังเป็นอาวุโสในหน่วยนภา เจ้าสำนักกระบี่หลิงหยุน และประธานบริษัทหลิงหยุนคอร์ปอเรชั่นอีกด้วย.. ด้วยฐานะสูงส่งมากมายที่อยู่ในตัวหลิงหยุนเพียงคนเดียวจึงไม่เกินไปนักที่จะพูดว่า เขามีอิทธิพลต่อผู้คนทั่วทั้งประเทศ แม้ว่าหลิงหยุนเป็นถึงผู้นำตระกูลหลิงแต่สิ่งที่เขาทำนั้น นอกเหนือจากการกว้านเอาทรัพยากรต่างๆมาให้กับตระกูลหลิงแล้ว เรื่องๆอื่นๆของตระกูลหลิง เขาแทบไม่รู้อะไรเลย กระทั่งทุกวันนี้กิจการบางอย่างของตระกูลหลิงในปักกิ่ง และอีกหลายบริษัทที่หลิงหยุนเองก็ไม่รู้จัก แม้แต่บ้านของหลิงเย่วในปักกิ่ง เขาเองก็ยังไม่เคยรู้ว่าอยู่ที่ไหน! ในอดีตกว่ายี่สิบปีที่ผ่านมาแม้ตระกูลหลิงจะเป็นตระกูลที่ยากจนที่สุดหากเปรียบเทียบกับอีกหกตระกูลใหญ่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่อยู่ดี ฉะนั้น ทายาทในตระกูลหลิงที่มีอายุครบสิบแปดปีขึ้นไป ก็จะสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ ทุกคนสามารถแยกออกไปมีชีวิตอิสระได้หากต้องการ.. ด้วยเหตุนี้ทั้งหลิงซิ่ว หลิงหยุ่ง และหลิงเฟิง นอกเหนือจากคฤหาสน์ตระกูลหลิง ซึ่งเป็นบ้านตั้งแต่สมัยบรรพชนแล้ว ทั้งหมดต่างก็มีบ้านของตัวเองในปักกิ่ง แต่ด้วยความรักใคร่กลมเกลียวของเหล่าทายาทตระกูลหลิง ทุกคนจึงมักจะมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านบรรพชนตระกูลหลิง เพื่อไม่ให้หลิงลี่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว แต่ถึงกอย่างนั้นหลิงหยุนก็ไม่เคยรู้ว่าบ้านของแต่ละคนนั้นอยู่ที่ใดกันบ้าง และคร้านที่จะถามอีกด้วย เรื่องนี้หากบอกผู้ใดก็คงไม่มีใครอยากจะเชื่อนักนี่เขาเป็นผู้นำตระกูลแบบไหนกันแน่ นั่นเพราะหลิงหยุนมีภารกิจรัดตัวมากมายเขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ และเอาเวลาเหล่านี้ไปหมกมุ่นพากเพียรอยู่กับการฝึกฝนเพื่อพัฒนาขั้นพลัง เขาไม่ต้องการเสียเวลาอันมีค่าไปกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านั้นเช่นเดียวกับนักธุรกิจใหญ่โตที่จะต้องมีเลขานุการไว้คอยดูแลจัดการกับเรื่องเล็กน้อยเหลานี้แทนทั้งถังเมิ่งเฉิงเม่ยเฟิง และแม้แต่หลิงเย่ว..คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเสมือนเลขาส่วนตัวของหลิงหยุนทั้งสิ้น พวกเขาต่างก็คอยจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆแทนหลิงหยุน ทำให้หลิงหยุนไม่ต้องคอยกังวลใจแต่ท้ายที่สุดเรื่องสำคัญๆก็ยังเป็นหลิงหยุนที่ต้องตัดสินใจอยู่ดี!และแน่นอนว่าด้วยความยิ่งใหญ่ของหลิงหยุนเวลานี้ ไม่ว่าเขาจะขยับตัวทำอะไร ย่อมส่งผลต่อภาพรวมของประเทศนี้ด้วยฉะนั้นหลิงเย่วจึงจำเป็นต้องให้หลิงหยุนรับรู้เรื่องราวต่างๆให้มากที่สุด เพื่อที่เขาจะได้สามารถเข้าใจภาพรวมทั้งหมดได้ และจะเป็นประโยชน์สำหรับหลิงหยุนในการตัดสินใจทำเรื่องต่างๆหลิงหยุนเองก็เข้าใจเหตุผลของหลิงเย่วดีเขาจึงตั้งใจฟังทุกเรื่องด้วยความตั้งอกตั้งใจ และเอ่ยบอกความคิดเห็นของตนเองเป็นครั้งคราว เพื่อให้หลิงเย่วสามารถจัดการไปตามที่เขาต้องการได้และในคืนนั้นก็ทั้งคู่ก็ได้รับรายงานเรื่องใหญ่ๆถึงสามเรื่อง..เรื่องแรก..เป็นเรื่องที่เกาเฉินเฉินรีบรุดออกจากตระกูลหลิงกลางดึกในช่วงที่หลิงหยุนไม่อยู่ปักกิ่งนั้นเกาเฉินเฉินก็จะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องสำคัญที่สุดอย่างการฝึกวิชาหงส์เล่นไฟ จนต้องโดดเรียนในมหาวิทยาลัยอยู่เสมอๆ นอกเหนือจากการฝึกวิชาแล้ว เกาเฉินเฉินยังหาเวลากลับไปหาท่านปู่และพ่อแม่ที่่ตระกูลเกาบ่อยๆด้วยแต่ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้าจะถึงวันเกิดของหลิงเสี่ยวเกาเฉินเฉินก็ยิ่งกลับไปตระกูลเกาถี่ขึ้น และที่เธอกลับไปนั้นก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการปรึกษาหารือกับครอบครัว เพื่อหาของขวัญวันเกิดให้หลิงเสี่ยวตระกูลเกาประกาศเป็นพันธมิตรกับตระกูลหลิงอย่างโจ่งแจ้งผู้คนทั้งปักกิ่ง หรือแม้แต่ทั้งประเทศนี้ ต่างก็รู้ว่าเกาเฉินเฉินเป็นคู่หมั้นของหลิงหยุน และหลิงเสี่ยวก็คือพ่อสามีของเธอในวันข้างหน้า วันเกิดของหลิงเสี่ยวจึงนับเป็นวันสำคัญยิ่ง แต่แน่นอนว่าเกาเฉินเฉินเป็นเพียงแค่ผู้ประสานงานเท่านั้น ปู่และพ่อของเธอต่างหากที่เป็นผู้รับภาระจัดเตรียมของขวัญให้กับหลิงเสี่ยวในครั้งนี้แต่ในคืนก่อนวันเกิดของหลิงเสี่ยวเพียงแค่คืนเดียวซึ่งเป็นวันที่เกาเฉินเฉินกลับไปตระกูลเกา ข่าวคราวเรื่องตระกูลหลิงออกทวงหนี้ก็ได้แพร่สะพรัดออกไปเกาเฉินเฉินรู้ได้ทันทีว่าหลิงหยุนกลับมาปักกิ่งแล้วเธอดีใจอย่างมากและต้องการที่จะกลับตระกูลหลิงทันที แต่ถูกเกาจิ้นสงห้ามปรามไว้นั่นเพราะข่าวคราวเรื่องตระกูลหลิงออกตระเวนทวงหนี้จากตระกูลหลงกับตระกูเย่นั้นเป็นข่าวที่น่าตกอกตกใจอย่างที่สุด หลังจากได้ข่าว เกาจิ้นสงจึงได้เรียกสมาชิกคนสำคัญในตระกูลประชุมอีกครั้ง ส่วนเกาเฉินเฉินก็กลับไปตระกูลหลิงหลังประชุมเสร็จทันทีเกาเฉินเฉินไปถึงคฤหาสน์ตระกูลหลิงในราวห้าทุ่มตรงพอดีเธอได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจ และพบว่าหลิงหยุนกำลังสนทนาอยู่กับหลิงเย่วที่บ้าน เธอจึงได้เดินตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่ทันทีหลังจากได้พบหลิงเย่วกับหลิงหยุนเกาเฉินเฉินก็ได้แจ้งข่าวการตัดสินใจของเกาจิ้นสงผู้เป็นปู่ และการตัดสินใจของคนเหล่าสมาชิกตระกูลเกา ให้คนทั้งคู่รู้ทันที“ตระกูลเกาจะส่งคืนสิ่งที่เคยเป็นของตระกูลหลิงทั้งหมดกลับคืนให้ภายในคืนนี้!”ทั้งหลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อได้เห็นสีหน้าจริงจังของเกาเฉินเฉินส่วนหลิงเย่วเองก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แต่ทั้งคู่ต่างก็ไม่ออกความเห็นใดๆ