ตอนที่ 1097
บทที่ 1528 : เพื่อตระกูลเย่!
October 22, 2026
บทที่ 1528 : เพื่อตระกูลเย่! หลังจากที่เย่ชิงเฟิงกล่าวจบทุกคนในที่นั้นถึงกับพากันตกตะลึง และนิ่งอึ้งไปในทันที ตามด้วยเสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นมารอบๆ เวลานี้เย่ชิงเฟิงผู้นำตระกูลเย่ยืนอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายที่หน้าประตูบ้านตระกูลหลิง และกำลังเอ่ยขอโทษเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างนั้นหรือ นี่เป็นเรื่องที่ผู้ใดก็คาดคิดไม่ถึง.. อีกทั้งท่าทางของเย่ชิงเฟิงซึ่งอยู่ต่อหน้าหลิงหยุนเวลานี้ยังถ่อมเนื้อถ่อมตน ทำตัวราวกับฝุ่นต่ำต้อยเช่นนี้ มันหมายความเช่นใดกัน ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายเช่นนี้ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่หาใช่คนโง่ไม่ มีหรือที่จะไม่เข้าใจท่าทางการแสดงออกของเย่ชิงเฟิงว่า เวลานี้ตระกูลเย่กำลังประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่า ตระกูลหลิงนั้นแข็งแกร่งเหนือตระกูลเย่! เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!! นั่นเพราะหากต้องการศิโรราบต่อตระกูลหลิงจริงๆก็ควรจะไปเจรจากันอย่างเงียบๆ จำเป็นหรือที่จะต้องประกาศต่อหน้าคนทั้งโลกเช่นนี้.. แต่ต่อให้ทำเช่นนั้น..ช้าเร็วผู้คนก็ต้องรู้อยู่ดีเช่นกัน! แต่เย่ชิงเฟิงนั้นได้ใคร่ครวญและไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว เขารู้ว่านี่เป็นเพียงโอกาสเดียว และโอกาสสุดท้าย หากเขาไม่เอ่ยทุกอย่างออกไปในวันนี้ วันข้างหน้าก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเข้าตระกูลหลิงได้อีก และหากเป็นเช่นนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเย่เทียนสุ่ยและเย่เทียนตูกับหลิงหยุน ซึ่งเพิ่งจะก่อร่างสร้างตัวได้เพียงแค่เล็กน้อยนั้น ก็ย่อมพังทะลายลงด้วยเช่นกัน! ตระกูลหลิงกำลังผงาดขึ้นอย่างที่ผู้ใดก็มิอาจหยุดยั้งได้และตราบใดที่หลิงหยุนยังคงอยู่ในตระกูลหลิง ถึงเวลานั้นตระกูลเย่คงจะต้องถูกเขาบดขยี้จนตาย และยากที่จะลืมตาอ้าปากขึ้นได้อีกครั้งเป็นแน่ เด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าเขาเวลานี้รักและชัง.. แบ่งแยกชัดเจน! และแน่นอนว่าเย่ชิงเฟิงจะไม่ยอมให้เรื่องนี้กลายเป็นหนามที่คอยทิ่มแทง และช้าเร็ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เวลานี้ ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี จะกล่าวต่อหน้าคนตระกูลหลิงเพียงลำพัง หรือต่อหน้าคนนับร้อย จะแตกต่างกันเช่นใดเล่า แทนที่จะรอให้ต้องเผชิญหน้ากับความตายเสียก่อนสู้แสดงความจริงใจออกมาเช่นนี้ก่อนจะมิดีกว่าหรือ ยอมเสียหน้าในวันนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตระกูลเย่เอาไว้หรือจะรักษาหน้าตนเอง และยอมให้ตระกูลเย่ต้องเผชิญหน้ากับความโชคร้ายในวันข้างหน้า! ในเมื่อสถานการณ์เวลานี้ได้เปลี่ยนไปแล้วทุกคนย่อมต้องก้มหัวเมื่ออยู่ภายใต้ชายคา และในวันนี้เย่ชิงเฟิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกัน “พอใจ!ข้าย่อมพอใจอย่างมาก! ผู้นำตระกูลเย่ ท่านช่างเหนือความคาดหมายของข้ายิ่งนัก!” หลิงหยุนร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความพอใจและไม่คิดที่จะกดดันเย่ชิงเฟิงอีก เขารีบเปิดทางให้เย่ชิงเฟิงพร้อมกับเชื้อเชิญให้เข้าไปในบ้านทันที “ขอเชิญท่านผู้นำตระกูลเย่เข้าไปดื่มชาด้านใน..”“เจ้าเด็กคนนี้นี่จริงๆเลย!!”หลิงเสี่ยวรีบเดินเข้าไปหาหลิงหยุนพร้อมกับกระซิบเสียงเบาว่า “เจ้าช่างไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่.. เจ้าปฏิบัติต่อท่านลุงเย่เช่นนั้นได้อย่างไรกัน”จากนั้นหลิงเสี่ยวก็รีบเดินตรงเข้าไปหาเย่ชิงเฟิงพร้อมกับประสานมือไว้ข้างหน้า และเอ่ยออกไปว่า “ท่านพี่เย่..ไม่ได้พบกันนาน! หลิงหยุนยังเด็กนัก ไม่รู้มารยาท ขอท่านพี่เย่อย่าได้ถือสา!”ในเมื่อลูกชายเล่นเป็นตัวโกงที่สามารถเรียกหน้าตาให้กับตระกูลหลิงได้อย่างมากมายแล้ว ในฐานะที่หลิงเสี่ยวเป็นพ่อ ย่อมต้องเล่นบทขอโทษขอโพย เพื่อให้อีกฝ่ายมีทางลงจึงจะถูกต้องมิใช่หรือ“น้องชายเจ้ากล่าวหนักเกินไปแล้ว!”เย่ชิงเฟิงได้แต่แอบถอนหายใจพร้อมกับคิดว่าหลิงเสี่ยวเปลี่ยนไปมากจริงๆ แต่ปากก็เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“เรื่องนี้จะโทษหลิงหยุนก็ไม่ถูกนักเป็นความตั้งใจของข้าเอง ข้าอยากจะใช้การมาของตนเองในครั้งนี้ ได้สะสางความผิดพลาดของตนเองในอดีต เพื่อที่วันข้างหน้าจะได้ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเราสองตระกูล”ระหว่างนั้นหลิงเย่วก็ได้เดินเข้าไปทักทายเย่ชิงเฟิงทันที “น้องชิงเฟิง.. พบกันอีกแล้ว วันนี้คงต้องคุยกันให้หนำใจ!”ทั้งคำพูดและการแสดงออกของหลิงเย่วนั้น ย่อมต้องมีความหมายซ่อนอยู่..หากจะพูดกันตามตรงเมื่อครู่ที่เย่ชิงเฟิงถูกหลิงหยุนบีบคั้นนั้น หลิงเย่วได้แต่แอบนึกหวั่นอยู่ในใจ เขาเกรงว่าเย่ชิงเฟิงจะไม่อาจอดทนต่อแรงบีบคั้นของหลิงหยุนได้ และทั้งคู่จะประมือกันอยู่ที่หน้าประตูเสียก่อนแต่หลิงเย่วมิได้กลัวว่าตระกูลหลิงจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่เพียงแค่เกรงว่า วันนี้เป็นงานวันเกิดของหลิงเสี่ยว เขาไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเท่านั้น..ที่สำคัญกว่านั้นเขาเพิ่งจะไปพบเย่ชิงเฟิงที่ตระกูลเย่มาไม่นาน และเย่ชิงเฟิงก็ได้ยอมรับกับเขาถึงความผิดพลาดในอดีตไปแล้ว อีกทั้งยังได้แสดงเจตจำนงค์ว่า ต้องการที่จะสานสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลหลิงต่อไปแต่หากวันนี้ผู้นำของสองตระกูลปะทะกันขึ้นมาจริงๆทุกอย่างก็จะพลิกผลัน และหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ยากที่ทั้งสองตระกูลจะกลับมามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้อีกเย่ชิงเฟิงเองก็เข้าใจความหมายในคำพูดของหลิงเย่วได้ดีเขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา พร้อมกับเอ่ยตอบให้หลิงเย่วมั่นอกมั่นใจ“แน่นอนวันนี้พวกเราย่อมต้องมีเรื่องสนทนากันมากมาย!”หลังจากที่เอ่ยตอบหลิงเย่วไปแล้วเย่ชิงเฟิงก็ได้ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครา เขาก้าวเดินเข้าไปหาหลิงลี่ พร้อมกับคุกเข่าลงต่อหน้า“ข้าน้อยเย่ชิงเฟิงคาราวะท่านปู่หลิง!”หากเป็นเมื่อก่อนนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่เย่ชิงเฟิงจะทำเช่นนี้ แต่วันนี้เขากลับทำเช่นนี้ภายในบ้านตระกูลหลิง และต่อหน้ายอดฝีมือระดับสูงนับร้อยคนในยุทธภพนั้น..นับถือกันที่ความแข็งแกร่งเป็นอันดับแรก รองลงมาคือชื่อเสียง และท้ายที่สุดจึงเป็นระดับความอาวุโสและแน่นอนว่าเย่ชิงเฟิงนั้นแข็งแกร่งกว่าหลิงลี่แต่เวลานี้เขากับคุกเข่าคาราวะหลิงลี่ซึ่งเพียงแค่อาวุโสกว่าเท่านั้น!