ตอนที่ 1098
บทที่ 1529 : แผนการรับมือของหลงฮ่าวหลาน
October 22, 2026
บทที่ 1529 : แผนการรับมือของหลงฮ่าวหลาน “เป็นความจริงงั้นรึเย่ชิงเฟิงสารภาพผิดกับตระกูลหลิงต่อหน้าชาวยุทธมากมายรึ?” วันนี้หลงฮ่าหลานฝึกวิชาเสร็จตั้งแต่เช้าและเตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของหลิงเสี่ยวแล้ว แต่ยังนั่งรอฟังข่าวคราวก่อนออกเดินทางเท่านั้นเอง และแน่นอนว่าข่าวคราวที่เขารอฟังอยู่นั้นย่อมต้องเป็นข่าวคราวเกี่ยวกับตระกูลหลิงในวันนี้ แม้ว่าเมื่อคืนเขาจะยอมก้มหัวให้ตระกูลหลิงครั้งหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะตลอดไป และยังคงรอคอยเวลาที่จะเอาคืน “จริงครับท่านพ่อ!” หลงเทียนซิงซึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามหลงฮ่าวหลานเอ่ยรายงานต่อทันที“จากที่นักรบตระกูลหลงของเราไปเฝ้าสังเกตการณ์ เย่ชิงเฟิงไปพร้อมกับเย่ชิงซิน เย่เทียนตู และเย่เทียนสุ่ย พวกเขาไปถึงหน้าบ้านตระกูลหลิงราวสิบเอ็ดโมงเช้า แต่ทันทีที่ก้าวลงจากรถก็ถูกหลิงหยุนออกมาดักหน้าประตูไว้ จากนั้นก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้เดินหน้า หรือถอยหลังกลับได้..” “หลังจากถูกหลิงหยุนไล่ต้อนในที่สุดเยชิงเฟิงจึงหมดหนทาง จนต้องยอมสารภาพผิดกับหลิงลี่ อีกทั้งยังแทนตนเองว่าผู้น้อยด้วย..” หลงเทียนซิงรายงานสิ่งที่ได้รับฟังมาให้หลงฮ่าวหลานฟังอย่างละเอียด.. “หึ..” หลังจากได้ฟังเช่นนั้นหลงฮ่าวหลานถึงกับทำเสียงฮึดฮัดออกมาอย่างไม่พอใจ! เขารู้ดีอยู่แล้วว่า..ไม่ว่าอย่างไรในวันนี้ เย่ชิงเฟิงก็ได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะยอมรับการถูกยั่วยุ หรือถูกทำให้เสียหน้าไว้แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่า จู่ๆเย่ชิงเฟิงจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากสารภาพความผิดของตนต่อหน้าคนตระกูลหลิงง่ายๆเช่นนี้ “ไร้ยางอายสิ้นดี!” หลงฮ่าวหลานหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะร้องตะโกนออกไปเสียงดัง“เจ้าจิ้งจอกเฒ่าถึงกับยอมเสียหน้า เพื่อที่จะปูทางให้กับตระกูลเย่เชียวรึ” หลงฮ่าวหลานร้องตะโกนออกไปด้วยความโมโหแล้วก็หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งและไม่สามารถคิดหาคำกล่าวใดๆออกมาได้อีก เพราะเขาเองก็มิรู้ว่า ควรจะต้องชื่นชมเย่ชิงเฟิง หรือว่าสมเพชเขาดีกันแน่.. “เทียนซิง..ดูท่าอีกไม่นานคงต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้นำตระกูลเย่แน่ หากข้าคาดการไม่ผิด ผู้ที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลเย่คนต่อไป คงไม่พ้นเย่เทียนสุ่ยเป็นแน่” ต้องยอมรับว่านอกเหนือจากมรดกตระกูลหลงแล้วก็ยังพลังอำนาจซ่อนเร้นและเหตุผลอื่นๆ ที่ทำให้ตระกูลหลงยืนหยัดมาถึงเวลานี้ได้ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ความสามารถของหลงฮ่าวหลานนี่เอง “จริงด้วยท่านพ่อ..ตระกูลเย่ได้วางแผนไว้แล้วนี่เอง หาไม่แล้วคงจะไม่ลงทุนทำถึงเพียงนี้แน่!” แววตาทั้งสองของหลงฮ่าวหลานเป็นประกายขึ้นมาทันทีและหันไปถามหลงเทียนซิงผู้เป็นลูกว่า “เทียนซิงเจ้าเห็นว่าพวกเราควรทำเช่นใดดี” หลงเทียนซิงไตร่ตรองเล็กน้อยในที่สุดจึงเอ่ยตอบกลับไปว่า “ท่านพ่อ.. ข้าว่าท่านไม่ควรไปด้วยตัวเอง ให้ข้าไปแทนจะดีกว่า อีกอย่าง.. ข้าไปครั้งนี้ก็เพื่ออวยพรให้กับท่านลุงหลิงเสี่ยว ตระกูลหลิงคงจะไม่ทำเกินไปกับข้านัก” ความหมายของหลงเทียนซิงก็คือ..ต่อให้ตระกูลหลิงจะกลั่นแกล้งเขาเช่นใด เขาก็จะอดทน และต่อให้ต้องได้รับความอับอายเพียงใด เขาก็จะไม่ยอมแพ้..แต่หลงฮ่าวหลานกลับส่ายหน้า“เทียนซิง.. หากเป็นเมื่อก่อนเจ้าย่อมไปแทนข้าได้ แต่เวลานี้ แม้แต่ประตูบ้านตระกูลหลิง เจ้ายังไม่มีทางที่จะผ่านเข้าไปได้เลย!” “….”หลงเทียนซิงถึงกับพูดไม่ออกจากนั้นเมื่อตั้งสติได้เขาก็รีบร้องตะโกนบอกไปว่า “แต่ลูกก็ไม่อาจยอมให้ท่านพ่อไปตระกูลหลิง เพื่อให้พวกมันสร้างความอัปยศอดสูให้ได้เช่นกัน!”“แม้กระทั่งเย่ชิงเฟิงยังโดนมากมายถึงเพียงนั้นเพียงแค่ฟังลูกยังแทบทนไม่ได้ หากท่านพ่อต้องไปเผชิญกับเหตุการณ์เช่นเดียวกัน แล้วข้า..”หลงฮ่าวหลานไม่รอให้หลงเทียนซิงกล่าวจบเขาส่ายหน้าและเอ่ยแทรกขึ้นมาในทันที “เรื่องนั้นเจ้าอย่าได้กังวลใจไป..”“ตระกูลหลงของเราเวลานี้ใช่ว่าจะต่ำต้อยที่สุดในสามตระกูลสูงสุด และข้าเองก็ได้เตรียมแผนการสำหรับรับมือกับตระกูลหลิงไว้แล้วเช่นกัน..”และนี่คือความแตกต่างระหว่างตระกูลหลงกับตระกูลเย่!ระหว่างตระกูลเย่กับตระกูลหลิงนั้นหาได้มีความแค้นลึกซึ้งต่อกันไม่ อีกทั้งเรื่องราวเมื่อสิบแปดปีที่ผ่านมา เย่ชิงเฟิงก็เพียงแค่ลงเรือลำเดียวกันกับผู้อื่นเท่านั้น..แต่ระหว่างตระกูลหลงกับตระกูลหลิงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่..เบื้องหน้าอาจดูเหมือนตระกูลหลงมิได้ลงมือทำสิ่งใดต่อตระกูลหลิงอีกทั้งยังดูเหมือนว่าเป็นฝ่ายช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับตระกูลหลิงอีกด้วย แต่แท้ที่จริงแล้ว ล้วนมีผลประโยชน์แอบแฝงทั้งสิ้นความจริงแล้วหลงฮ่าวหลานเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องทำลายวรยุทธของหลิงเสี่ยว บีบคั้นหยินชิงเฉวียน รวมไปถึงการยืนมองตระกูลหลิงตกต่ำลง ก่อนจะฉวยโอกาสยึดเอากิจการต่างๆของตระกูลหลิงไป และในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมของตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนนั้น ตระกูลหลงนับเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากมายที่สุด!และหลังจากที่ตระกูลหลิงพังทะลายและตกต่ำลงตระกูลหลงจึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลอันดับสูงสุดของประเทศนี้!แต่ในวันนี้ทุกอย่างได้สลับกลับขั้วไปหมดแล้วเวลานี้ตระกูลหลิงได้ก้าวขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดแทน ในขณะที่ฐานะของตระกูลหลงเวลานี้กำลังจะไม่แตกต่างจากตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อน และหากพวกเขาประมาท ก็คงต้องตกลงไปอยู่ในอันดับเดียวกับที่ตระกูลหลิงเคยอยู่เป็นแน่..และสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้หลงฮ่าวหลานกับหลิงหยุนมาถึงจุดแตกหักก็คือการฝึกฝนของหลิงหยุนที่ต้องอาศัยปราณมังกร และเขาก็ได้ดูดซับเอาปราณมังกรที่อยู่ภายในพระราชวังต้องห้ามเข้าไปจนหมด รวมถึงการต่อสู้กับสมาชิกตระกูลหลงที่ทะเลสาบผอหยาง และทะเลจีนตะวันออก..ด้วยเหตุนี้ตราบใดที่หลิงหยุนยังคงฝึกฝน และก้าวหน้าอย่างยิ่งยวดเช่นนี้ต่อไป ตระกูลหลงและตระกูลหลิงคงยากที่จะหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งไปได้.. นี่คือความขัดแย้งในเรื่องทรัพยากรการฝึกบ่มเพาะและผลประโยชน์ของตระกูล จึงยากที่สองฝ่ายจะสามารถกลับกลายเป็นมิตรที่ดีต่อกันได้อีก..นั่นเป็นเพียงความแตกต่างระหว่างตระกูลหลงกับตระกูลเย่เพียงข้อเดียวเท่านั้น..ความแตกต่างอีกข้อก็คือ..ตระกูลหลงยังหลงเหลือบรรพชน ซึ่งตระกูลเย่ไม่หลงเหลือแล้ว!เมื่อตระกูลหลิงผงาดขึ้นมาแข็งแกร่งได้อีกคราตระกูลเย่ซึ่งไม่มีบรรพชนหลงเหลืออยู่แล้วนั้น จึงได้กลายเป็นฝ่ายที่อ่อนด้อยกว่าในทันที แต่ตระกูลหลงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่..เวลานี้ตระกูลหลงยังเหลือบรรพชนอีกหนึ่งคนอยู่ในปักกิ่งเวลานี้ซึ่งก็คือปู่ของหลงฮ่าวหลานซึ่งเก็บตัวฝึกวิชาอยู่นั่นเอง และต่อให้ปู่ของเขาไม่สามารถเอาชนะหลิงหยุนได้ในทันที แต่ก็ย่อมสามารถรับมือหลิงหยุนได้นานถึงสามวันสามคืนเลยทีเดียว.. ยิ่งไปกว่านั้น..เมื่อคืนก่อนหลงฮ่าวหลานก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า หลงเทียนฟางซึ่งตกลงไปในบริเวณสามเหลี่ยมปีศาจของทะเลสาบผอหยางนั้นยังไม่ตาย และหากหลงเทียนฟางกลับออกมาได้ ย่อมต้องไม่เป็นรองหลิงหยุนเป็นแน่!นอกเหนือจากทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วยังมีเรื่องสำคัญที่สุดอีกหนึ่งเรื่องนั่นก็คือ อาวุโสตระกูลหลงที่เก่งกาจนับสิบคนซึ่งได้เดินทางไปเผิงไหลนั้น หลงฮ่าวหลานเพิ่งจะได้รับข่าวคราวว่า คงจะมีการเคลื่อนไหวเร็วๆนี้และด้วยไพ่อันทรงพลังในมือเหล่านี้หลงฮ่าวหลานมั่นใจว่าตนเองจะสามารถต่อกรกับหลิงหยุนได้ไม่ยาก