ตอนที่ 1104
บทที่ 1535 : เผชิญหน้า
October 22, 2026
บทที่ 1535 : เผชิญหน้า “ท่านลุงหลิงในเมื่อวันนี้เป็นวันเกิดของน้องหลิงเสี่ยวทั้งที เหตุใดจึงไม่บอกกล่าวให้ข้ารู้บ้างเล่า ทำให้ข้าต้องฉุกละหุกจัดหาของขวัญกะทันหัน จึงได้มาถึงงานล่าช้า..” หลงฮ่าวหลานก้าวเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อนับพันแล้วจึงร้องทักทายหลิงลี่ด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย และเพียงแค่ได้เห็นผู้ที่เข้ามาใหม่แวบแรกหลายคนในห้องถึงกับลุกขึ้นยืนในทันที! โดยเฉพาะอย่างยิ่งแขกที่อยู่ในโลกยุทธภพเว้นเพียงแค่โจวเหวินอี้กับเย่ชิงเฟิงเท่านั้น ที่เหลือล้วนลุกขึ้นยืนกันหมด และนี่คือปฏิกิริยาที่ทำไปโดยสัญชาติญาณของมนุษย์! นั่นเพราะหลงฮ่าวหลานมีรัศมีที่ทรงพลังและน่าเกรงขามจนเกินไป! หลงฮ่าวหลานเป็นผู้นำตระกูลหลงคนปัจจุบันและเหล่าชาวยุทธต่างก็รู้กันดีว่า ตลอดระยะเวลากว่าห้าสิบปีมานั้น หลงฮ่าวหลานได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่ง ในวัยเพียงแค่สิบปี เขาก็สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้ และเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นเซียงเทียน-9 ได้ในวัยเพียงแค่สิแปดปีเท่านั้น ในวัยยี่สิบสี่ปีก็สามารถเข้าสู่ระดับสามของขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ และในวัยสามสิบหกปีก็เข้าสู่จุดสูงสุดระดับหกของขั้นเดียวกันนี้ได้! แต่ถึงอย่างนั้นข้อมูลเหล่านี้ก็มิได้อยู่ในสายตาของหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะในวัยเดียวกับหลงฮ่าวหลาน เขาก็สามารถก้าวหน้าได้เหนือกว่าหลงฮ่าวหลานมากนัก และที่สำคัญ.. เขายังคงก้าวหน้าและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งอีกด้วย! แตกต่างจากเย่ชิงเฟิงด้วยอุปนิสัยและบุคลิกส่วนตัวของเขา ทำให้ไม่ค่อยได้ไปปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนนัก ฉะนั้น ชื่อเสียงของหลงฮ่าวหลานจึงค่อนข้างเป็นที่รู้จัก และไม่ได้ด้อยไปกว่าหลิงหยุนเวลานี้เลย ด้วยท่าทางที่องอาจน่าเกรงขามของหลงฮ่าวหลานผู้ใดเล่าที่จะกล้าไม่ให้หน้าหลงฮ่าวหลาน ยิ่งไปกว่านั้นหลงฮ่าวหลานก็เป็นถึงผู้นำของตระกูลอันดับสูงสุดของประเทศนี้ และอยู่ในตำแหน่งนี้มานานถึงยี่สิบห้าปี หลังจากที่แต่งงานมีบุตรแล้ว เขาก็แทบจะไม่เคยได้ประมือกับผู้ใดอีกเลย แต่จงใจสร้างอำนาจบารมีในหมู่ชาวยุทธ ด้วยการช่วยสะสางปัญหาระหว่างสำนักต่างๆให้ จนกระทั่งได้รับความนับหน้าถือตาจากเหล่าชาวยุทธมากมาย เช่นนี้แล้วคนเหล่านั้นเมื่อได้เห็นหน้าหลงฮ่าวหลาน มีหรือที่จะเพิกเฉยไม่เห็นแก่หน้าเขาได้! แม้หลิงหยุนเพิ่งจะประกาศว่าตนได้นำพาตระกูลหลิงขึ้นเป็นตระกูลอันดับสูงสุดของประเทศนี้ได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การประกาศ แต่หลงฮ่าวหลานนั้นอยู่ในจุดนั้นมานานนับสิบๆปี แม้เวลานี้ตระกูลหลงจะเริ่มอ่อนแอลงแต่เหล่าชาวยุทธก็ยังไม่อาจแยกแยะได้แน่แท้ว่า ฝ่ายใดจะแข็งแกร่งกว่าฝ่ายใดเป็นแน่ อย่าว่าแต่เหล่าชาวยุทธทั้งหมดในห้องจัดเลี้ยงเลยแม้แต่คนใหญ่คนโตจากวงการต่างๆ ที่นั่งอยู่โต๊ะแถวหน้าทั้งสามแถว ยังถึงกับลุกขึ้นยืนพร้อมกันในทันทีเช่นกัน นั่นเพราะหลงฮ่าวหลานหาได้เป็นที่รู้จักเฉพาะในโลกยุทธภพแต่ในวงการธุรกิจต่างๆของโลกปัจจุบันนั้น ตระกูลหลงก็ยังนับเป็นอันดับหนึ่งด้วย ฉะนั้น เมื่อหลงฮ่าวหลานปรากฏตัวเช่นนี้ พวกเขาจึงต้องลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงการให้เกียรติต่อหลงฮ่าวหลาน หากมิทำเช่นนั้นผู้ที่ตกที่นั่งลำบากกลับจะมิใช่หลงฮ่าวหลาน แต่จะเป็นพวกเขาเองต่างหากเล่า..ในโลกใบนี้ใช่ว่าทุกคนจะไม่แยแสต่อกฏเกณฑ์ดังเช่นหลิงหยุนได้! ……เมื่อครั้งที่อยู่ทะเลสาบผอหยางหลิงหยุนเคยถามเย่ชิงซินถึงขั้นพลังของหลงฮ่าวหลาน แต่นางเองก็ไม่สามารถตอบได้แน่ชัด นางรู้เพียงแค่ว่าหลงฮ่าวหลานสะกัดกั้นขั้นพลังของตนไว้ที่ขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) มาเป็นเวลานานกว่าสิบปีแล้ว แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับเทียบเท่ายอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นชีเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-7) หรืออาจสูงกว่านั้นเล็กน้อยแต่เวลานี้เพียงแค่หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้ของตนสำรวจดู เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเย่ชิงซินคาดเดาผิดพลาดไปอย่างมาก!‘หากเขาต้องการทะลวงขั้นย่อมสามารถเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานได้อย่างง่ายดาย และสามารถสังหารยอดฝีมือที่เหนือกว่านั้นได้!’หลิงหยุนแอบประเมินความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหลงฮ่าวหลานอยู่ในใจ..เป็นธรรมดาที่ผู้ฝึกบ่มเพาะพลังจะไม่สามารถมองเห็นขั้นพลังของอีกฝ่ายที่เหนือกว่าได้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการคาดเดา และประเมินเอาเองเท่านั้น แต่ยิ่งช่องว่างห่างกันมากเท่าใด ก็จะยากต่อการประเมินมากขึ้นเท่านั้นเช่นเดียวกับคนธรรมดาทั่วไปที่มีเงินเดือนเพียงแค่เดือนละห้าพันหยวนย่อมยากที่จะประเมินทรัพย์สินเงินทองของคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศได้..แต่เวลานี้หลิงหยุนเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) เช่นเดียวกับหลงฮ่าวหลานแล้ว และได้เคยสังหารยอดฝีมือในขั้นก่อสร้างรากฐานมาแล้ว จึงนับว่าช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่นั้นมีไม่มากนัก จึงสามารถประเมินได้ใกล้เคียงหลิงหยุนรู้ดีว่าสมาชิกตระกูลหลงฝึกบ่มเพาะพลังด้วยวิชาบัญชามังกรซึ่งเป็นวิชาประจำตระกูลหลง และหากหลงฮ่าวหลานใช้วิชามังกรพิโรธ เขาย่อมสามารถสังหารยอดฝีมือที่เหนือกว่าได้อย่างไม่ยากนัก‘ดูเหมือนความแข็งแกร่งของหลงฮ่าวหลานจะเหนือกว่าหลงลั่วอวี๋ผู้เป็นพ่อแล้ว..’หลิงหยุนแอบครุ่นคิดอยู่ในใจแต่มิได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย..บุตรชายทั้งสองของหลงฮ่าวหลานก็ได้พ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุนส่วนพี่ชายของเขาก็ถูกหลิงหยุนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน มิหนำซ้ำพ่อและลุงของเขายังถูกหลิงหยุนบดขยี้จนได้รับความอับอาย..ฉะนั้นหลิงหยุนในเวลานี้ ยังมีเหตุผลใดต้องหวาดกลัวหลงฮ่าวหลานด้วยเล่าหลงฮ่าวหลานอาศัยฐานะที่สูงส่งของตนเองเดินเข้าไปหาหลิงลี่เป็นคนแรก แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มีหรือที่หลิงหยุนจะไม่รู้สึกประหลาดใจ..เขามั่นใจว่าการที่หลงฮ่าวหลานมาช้านั้นเป็นความตั้งใจที่จะให้เป็นเช่นนั้นเสียมากกว่า และจงใจตำหนิตระกูลหลิงต่อหน้าทุกคนว่า ไม่บอกกล่าวให้เขารู้ล่วงหน้า..ในระหว่างที่ทุกคนกำลังอยู่ในอาการตกใจนั้นหลงฮ่าวหลานก็ได้ก้าวเดินเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยง และตรงเข้าไปที่โต๊ะซึ่งหลิงลี่ หลิงเสี่ยว หลิงเย่ว และสมาชิกตระกูลหลิงคนอื่นๆนั่งอยู่ หลิงลี่และสมาชิกตระกูลหลิงคนอื่นๆถึงกับผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ และตั้งใจที่จะเดินออกไปต้อนรับหลงฮ่าวหลานด้วยตัวเองหลิงหยุนไม่ตำหนิหลิงลี่และทุกคนในตระกูลเพราะตระกูลหลงนั้นได้ครอบงำตระกูลหลิงมานานร่วมสิบแปดปี ตระกูลหลิงได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลหลงมาตลอด จึงยากที่จะขจัดความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณนี้ได้ในเวลาเพียงแค่ช่วงสั้นๆ