ตอนที่ 1108
บทที่ 1539 : ก่อนรับทัณฑ์สวรรค์
October 22, 2026
บทที่ 1539 : ก่อนรับทัณฑ์สวรรค์ แทบไม่ต้องสงสัย..หลังจากงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของหลิงเสี่ยว แผนผังตระกูลใหญ่ของประเทศนี้ก็ได้เปลี่ยนไปในทันทีเช่นกัน และเวลานี้ตระกูลหลิงก็ได้ขึ้นไปอยู่ในอันดับสูงสุดของแผนผัง! ที่สำคัญทั้งสามตระกูลซึ่งได้แก่ตระกูลฉิน ตระกูลเกา ตระกูลหลี่ ก็ล้วนแล้วแต่ประกาศตัวเป็นพันธมิตรกับตระกูลหลิงทั้งสิ้น ส่วนตระกูลเย่นั้นแม้ว่าจะมิได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่จากที่หลายคนเห็น ตระกูลเย่ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลหลิงมากขึ้นเรื่อยๆ และเวลานี้ บุคคลสำคัญของตระกูลเย่ถึงสี่คนสองรุ่น ก็ได้มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วย และนั่นได้บ่งบอกถึงสัญญาณบางอย่างชัดเจน กระทั่งหัวหน้าอาวุโสหน่วยนภาอย่างโจวเหวินอี้เองก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าพร้อมสนับสนุนตระกูลหลิง แม้แต่จ้าวซิงหวู่หัวหน้าหน่วยมังกรยังนำของขวัญมาส่งมอบให้หลิงหยุนด้วยตนเอง การกระทำเช่นนั้นย่อมบ่งบอกความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ ครั้นผู้นำตระกูลหลงซึ่งเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของประเทศปรากฏตัวขึ้นในงานเลี้ยงกลับถูกหลิงหยุนขับไล่ออกจากงานอย่างไม่ไว้หน้า จนถึงกับต้องจากไปด้วยความอับอาย ทั้งหมดนี้พิสูจน์แล้วว่าตระกูลหลิงได้ขึ้นสู่อันดับสูงสุดของประเทศนี้อย่างไร้ข้อกังขา และแม้แต่ตระกูลหลงเองยังมิอาจหยุดยั้งได้ กระทั่งหลงฮ่าวหลานเดินทางมาด้วยตัวเองยังไร้ซึ่งประโยชน์ เวลานี้ตระกูลหลงถึงคราวเสื่อมและถดถอยแม้แต่อนาคตข้างหน้ายังไม่แน่นอน ในขณะที่ตระกูลหลิงกลับเปล่งประกายสุกสว่าง และบดบังแสงของตระกูลหลงจนมืดมิด อนาคตของตระกูลหลิงเวลานี้ เรียกได้ว่าเจิดจรัสยิ่งนัก! และอย่างน้อยแขกเหรื่อนับพันที่มาในงานเลี้ยง ต่างก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน! แต่ในขณะเดียวกันทุกคนต่างก็ครุ่นคิดว่า ในวันข้างหน้าหากตระกูลหลิง และตระกูลหลงเกิดต่อสู้กันจริงๆ ก็ยังไม่แน่ว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายถูกสังหารกันแน่.. หลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลงแล้ว.. แขกในงานที่อยู่ในปักกิ่งต่างก็ทยอยกันกลับ ในขณะที่เหล่าชาวยุทธต่างก็แยกย้ายไปพักตามโรงแรม หรือสถานที่อื่นๆในปักกิ่งแทน ไม่มีผู้ใดเลยที่พักในโรงแรมปังกูเซเว่นสตาร์ และปกติวิสัยของเหล่าชาวยุทธแล้วหากมิจำเป็น พวกเขาจะไม่อยู่ร่วมกันกับผู้อื่น เพราะนั่นเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกยิ่งนัก ด้วยเหล่ายอดฝีมือในขั้นพลังเหนือธรรมชาติ หรือแม้แต่ในด่านสุดท้ายขั้นเซียงเทียน ทุกคนล้วนแล้วแต่มีประสาทสัมผัสทั้งห้าที่ว่องไว และกว้างไกล ฉะนั้นหลังจากงานเลี้ยงจบสิ้นลงแล้วเหล่าชาวยุทธต่างก็พากันแยกย้ายในทันที และมีเพียงกลุ่มคนที่มาจากจิงฉูเท่านั้นที่พักอยู่ที่โรงแรมปังกูเซเว่นสตาร์แห่งนี้ นั่นเพราะทุกคนจากจิงฉูล้วนเป็นทีมงานของหลิงหยุนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นมู่หลงเวิ่นฉี เฉิงเทียน ซ่งเจิ้งหยาง และอีกหลายคน เวลานี้พวกเขาล้วนแล้วแต่ทำงานให้กับบริษัท หลิงหยุน คอร์ปอเรชั่น ฉะนั้น การเดินทางมาของพวกเขาในครั้งนี้ จึงหาใช่เพียงเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของหลิงเสี่ยวเท่านั้น แต่ยังมาเพื่อปรึกษาหารือเรื่องธุรกิจกับหลิงเย่วด้วย ด้วยเหตุนี้จึงมีเพียงเหล่านักธุรกิจในโลกของผู้คนธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ที่กลายเป็นลูกค้าของโรงแรมปังกูเซเว่นสตาร์แห่งนี้ นั่นเพราะพวกเขาต่างก็รู้จักซึ่งกันและกัน และสามารถอยู่ร่วมกันได้ เหตุผลสำคัญที่เหล่านักธุรกิจต้องพักอยู่ที่นี่ก็เพราะว่าการที่ตระกูลหลิงได้รับมอบกิจการต่างๆกลับคืนจากตระกูลเย่และตระกูลหลงจำนวนมากนั้น ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจในประเทศนี้ไปอย่างมากมาย และเวลานี้ตระกูลหลิงก็ได้กลายมาเป็นตระกูลที่กุมกิจการ และธุรกิจต่างๆเหล่านั้นแทน ด้วยเหตุนี้เหล่านักธุรกิจจึงต้องการพักอยู่ที่โรงแรม เพื่อที่จะรอคอยพบหลิงเย่วนั่นเอง..ฉะนั้นแล้วนับจากนี้ไปหลิงเย่วคงจะต้องยุ่งจนไม่มีเวลาเลยทีเดียว หลังจากสิ้นสุดงานเลี้ยง ทั้งหลิงเย่ว เหล่ากุ่ย และต่งซานชวน จึงต้องอยู่ที่โรงแรมเพื่อพบปะกับเหล่านักธุรกิจต่างๆต่อแต่ถึงแม้ทั้งสามคนจะเหน็ดเหนื่อยอย่างมากแต่พวกเขากลับมีความสุขยิ่งนัก เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับตระกูลหลิงมานับทศวรรษแล้ว!……หลิงลี่หลิงเสี่ยว และจินเหยียว ทั้งสามคนจะต้องเข้ารับทัณฑ์สวรรค์ในคืนนี้ จึงได้กลับไปที่บ้านบรรพชนตระกูลหลิงเสียก่อน สำหรับพวกเขางานเลี้ยงเป็นเพียงแค่เรื่องของหน้าตา แต่การสร้างพลังบ่มเพาะที่แข็งแกร่งต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญจริงๆส่วนหลิงหยุนนั้นหลังจากที่กลับไปถึงบ้านตระกูลหลิงแล้ว เขาก็ได้จัดการสร้างค่ายกลขึ้นภายในบ้านเช่นเดิม และจัดการนำหลิวเทวะวิญญาณกลับมาปลูกไว้ดังเดิม แต่ครั้งนี้หลิงหยุนได้นำหลิวเทวะวิญญาณออกมาปลูกไว้ถึงสองต้น ต้นหนึ่งปลูกไว้ในสวนชั้นที่ห้า ส่วนอีกต้นปลูกไว้ในสวนชั้นที่หกทันทีที่หลิงหยุนปลูกหลิวเทวะวิญญาณทั้งสองต้นลงไปปราณเสวียนหวงก็ได้แผ่ซ่านเต็มพื้นที่ภายในบ้านบรรพชนตระกูลหลิงอย่างรวดเร็ว!และครั้งนี้หนาแน่นกว่าเดิมนับสิบเท่า!นั่นเพราะหลิวเทวะวิญญาณต้นที่อยู่ในร่างกายของหลิงหยุนนั้นเวลานี้มีลำต้นสูงใหญ่ และแผ่กิ่งก้านสาขาจนครอบคลุมพื้นที่ภายในสวนกว่าครึ่งหนึ่ง–ท่านปู่ท่านพ่อ ท่านน้าจินเหยียว..– หลังจากปลูกหลิวเทวะวิญญาณเรียบร้อยแล้วหลิงหยุนก็ได้บอกกับคนทั้งสามว่า–พวกท่านทั้งสามมิจำเป็นต้องแยกกันฝึกฝนพวกท่านมารวมกันอยู่ใต้หลิวเทวะวิญญาณต้นนี้จะดีกว่า–พรึบ..พรึบ.. พรึบ..จากนั้นทั้งสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหลิงหยุนทันที และเมื่อมาถึงหลิงลี่ก็รีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มขื่น“หยุนเอ๋อ..เจ้านำหลิวเทวะวิญญาณออกมาเวลานี้ ข้าแทบจะยับยั้งขั้นพลังมิให้ทะลุทะลวงไว้ได้!”แม้ว่าวันนี้หลิงลี่จะดื่มเหล้าเข้าไปมากแต่ในระหว่างที่เดินทางกลับ เขาก็ได้ทำการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างจนหมดแล้วหลิงเสี่ยวและจินเหยียวเองก็ได้แต่ยืนยิ้มขื่นเช่นกันเห็นได้ว่าทั้งคู่ก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับหลิงลี่ หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า“นี่เป็นเวลาห้าโมงเย็นเท่านั้น ยังต้องรออีกอย่างน้อยสองชั่วโมงจึงจะทำการรับทัณฑ์สวรรค์ได้ แต่ก็มิอาจระบุเวลาที่แน่นอนได้ว่าจะเป็นเมื่อใด การรับทัณฑ์สวรรค์คือการรับอสุนีบาตด้วยกายเนื้อ พวกท่านคงจะเข้าใจเรื่องนี้ดี..”หลิงลี่นั่งลงขัดสมาธิใต้ต้นหลิวเทวะวิญญาณพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า“อืมม.. เช่นนั้นคงต้องปรับร่างกายไว้รอ!”หลิงเสี่ยวและจินเเหยียวเองก็นั่งลงขัดสมาธิใต้ตนหลิวเทวะวิญญาณ และเริ่มปรับร่างกายเช่นกันบูม!ดูเหมือนว่าหลิงหยุนจะยังไม่พอใจเขายกฝ่ามือขึ้น พร้อมกับปลดปล่อยเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยาง เข้าปกคลุมบริเวณที่คนทั้งสามนั่งอยู่ เพื่อช่วยบ่มเพาะกายาของพวกเขาให้แกร่งขึ้นมากกว่าเดิมด้วย