ตอนที่ 1109
บทที่ 1540 : ทั้งสามทะลวงขั้น
October 22, 2026
บทที่ 1540 : ทั้งสามทะลวงขั้น เวลาสองทุ่มตรง.. หลิงหยุนที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ และเวลานี้ดวงตาของเขาข้างหนึ่งเป็นสีดำ ส่วนอีกข้างเป็นสีขาว ปรากฏการณ์ที่แสดงออกมาเช่นนี้ เป็นผลจากการฝึกวิชาพลังลับหยิน–หยางนั่นเอง เวลานี้สมาชิกตระกูลหลิงต่างก็ตั้งใจฝึกฝนกันอย่างมาก หลิงหยุนเองก็เช่นกัน หลังจากที่กลับไปบ้านของตนเอง เขาก็ใช้เวลาสามชั่วโมงกว่าในการกลั่นเสินหยวนจนเต็มเปี่ยมอีกครั้ง จากนั้นจึงได้หยุด.. เวลานี้ภายในจุดซือไห่ของหลิงหยุน มีเสินหยวนอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์ยิ่ง และเขาก็พร้อมที่จะคุ้มครองการรับทัณฑ์สวรรค์ของคนทั้งสามแล้ว กา..กา.. ระหว่างที่หลิงหยุนก้าวเดินออกมาจากบ้านนั้นไม่รู้ว่าอีกาทองคำซึ่งถูกเขาขับไล่ไปเมื่อคืน ได้บินกลับมาบ้านบรรพชนตระกูลหลิงตั้งแต่เมื่อใด และเวลานี้มันก็กำลังบินโฉบไปโฉบมาอยู่ระหว่างสวนชั้นที่ห้ากับสวนชั้นที่หก “เจ้าทองใหญ่..” หลิงหยุนกระโจนออกไปยังสวนชั้นที่หกทันทีจากนั้นจึงแบฝ่ามือออก และพลังหยางบริสุทธิ์ขนาดเท่าลูกฟุตบอลก็ปรากฏขึ้น “พรุ่งนี้ข้าจะต้องไปแล้วมาเร็วเข้า.. ข้าจะให้อาหารกับเจ้าก่อนไป!” กา..กา.. ทันทีที่อีกาทองคำเห็นแสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นมันก็พุ่งกายเข้าไปหา พร้อมกับใช้จะงอยปากสีทองโฉบเอาพลังหยางขนาดเท่าลูกบอลนั้นไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบินกลับไปเกาะที่กิ่งของต้นหลิวเทวะวิญญาณเช่นเคย “ท่านปู่ท่านพ่อ ท่านน้าจินเหยียว เหตุใดจึงไม่ฝึกฝนต่อเล่า” หลิงหยุนสังเกตเห็นคนทั้งสามที่จะเข้ารับทัณฑ์สวรรค์ที่เอาแต่นั่งขัดสมาธิอาบเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางนิ่ง โดยมิได้ฝึกบ่มเพาะพลังต่อ จึงได้แต่เอ่ยถามออกไป “ยังต้องฝึกอะไรอีกเล่าอีกเพียงแค่เล็กน้อย พวกเราก็จะสามารถทะลวงขั้นได้แล้ว..” หลิงลี่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดังในขณะเอ่ยตอบหลิงหยุน “ที่นี่เป็นบ้านบรรพชนตระกูลหลิงซึ่งมีอายุนับศตวรรษข้าไม่ต้องการให้มันพังทะลายไปเพราะอสุนีบาต..” “จริงสินะ..” หลิงหยุนสำรวจดูอย่างละเอียดและพบว่าเวลานี้ทั้งสามคนอยู่ในจุดที่สามารถจะทะลวงสู่ขั้นต่อไปได้ตลอดเวลา แววตาของหลิงหยุนเป็นประกายก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วจู่ๆเขาก็ยกมือขึ้นพร้อมกับทำท่าจะปาแสงสว่างขนาดเท่าลูกบอลเข้าใส่คนทั้งสาม อีกาทองคำซึ่งเกาะอยู่ที่กิ่งของหลิวเทวะวิญญาณเห็นเช่นนั้นก็ถึงกับตาโตมันรีบบินตรงเข้าไปหาแสงสว่างลูกนั้นทันที แต่เมื่อได้เห็นในระยะใกล้ มันถึงกับหยุดชะงักกลางคัน แล้วรีบหันหลังบินกลับออกไปอย่างรวดเร็ว นั่นเพราะแสงสว่างเจิดจ้าขนาดเท่าลูกบอลนั้นกลับมีสายฟ้าไหลเวียนอยู่จำนวนมากมาย และนี่คือพลังสายฟ้าที่หลิงหยุนดึงมาจากบ่อสุนีบาตภายในจุดตันเถียนของตนเอง “ท่านปู่ท่านพ่อ ท่านน้าจินเหยียว ในเมื่อพวกท่านกำลังรอคอยการรับทัณฑ์สวรรค์ พวกท่านคงอยากจะรู้สินะว่ารสชาดของมันจะเป็นเช่นใด”นี่เป็นครั้งที่คนทั้งสามจะเข้ารับทัณฑ์สวรรค์หลิงหยุนกังวลว่าทั้งสามจะหวาดกลัวต่ออสุนีบาตที่ต้องเผชิญ จึงต้องการจะจำลองเหตุการณ์ให้พวกเขาได้รับรู้คร่าวๆเสียก่อน เมื่อต้องเผชิญกับทัณฑ์อสุนีบาตจริงๆ จะสามารถรับมือกับมันได้ดีมากขึ้น “..…”ทั้งหลิงลี่หลิงเสี่ยว และจินเหยียว ต่างก็พากันนิ่งอึ้งไปด้วยความตกตะลึง“เจ้าเด็กร้ายกาจนี่เจ้าคิดที่จะใช้พลังสายฟ้านี้กับปู่และพ่อของเจ้าเชียวรึ!!”หลิงลี่ถึงกับร้องตะโกนออกมาอย่างเดือดดาลและดูเหมือนเขาพร้อมที่จะมีเรื่องกับหลิงหยุนอย่างมาก แต่หลิงหยุนกลับกระโดดหนีไปหลบซ่อน พร้อมกับร้องตะโกนบอกไปว่า“ท่านปู่..ท่านต้องทดลองลิ้มรสชาดก่อน หาไม่แล้วเมื่อเจอของจริงท่านอาจจะตื่นตระหนกก็เป็นได้..”“เจ้าเด็กนี่!!ปู่ของเจ้าผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งมากมาย คิดว่าข้าจะหวาดกลัวเพียงแค่ทัณฑอสุนีบาตเล็กๆน้อยๆเหล่านี้งั้นรึ ข้าว่าเจ้าต้องการใช้พวกเข้าเป็นหนูทดลอง ทดสอบพลังอสุนีบาตของเจ้าเสียมากกว่า!”หลิงลี่ร้องตะโกนออกไปพร้อมกับกระโดดไล่ล่าตามหลิงหยุนไป..“ดูเหมือนท่านพ่อจะโกรธจริงๆ”หลิงเสี่ยวพึมพำออกมายิ้มๆ“หยุนเอ๋อนะหยุนเอ๋อ..”หลังจากหลิงลี่ไล่ตามหลิงหยุนไปแล้วหลิงเสี่ยวก็ได้แต่ร้องตะโกนบอกหลิงหยุนไปว่า “หยุนเอ๋อ ครั้งนี้ท่านปู่โกรธเจ้าก็ไม่ผิดนัก แม้พวกเราจะเข้าใจความหวังดีของเจ้า แต่ครั้งนี้เจ้าทำเกินไปจริงๆ”“เมื่อสองสามเดือนก่อนหน้าเจ้าเองก็ได้บอกเล่าประสบการณ์การรับทัณฑ์สวรรค์ทั้งสามครั้งให้พวกเราฟังก่อนแล้ว..”หลิงหยุนรับทัณฑ์สวรรค์ครั้งแรกที่เกาะเตียวหยูครั้งที่สองที่บ้านของตนในจิงฉู และครั้งที่สามคือการรับทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วที่ทะเลจีนตะวันออก..หลิงเสี่ยวกล่าวไม่ผิด..แต่สำหรับหลิงหยุนแล้ว เขามิใช่เพิ่งเคยรับทัณฑ์สวรรค์มาเพียงแค่สามครั้ง แต่ยังมีอีกนับสิบครั้งในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่“หยุนเอ๋อในเมื่อเจ้าเองยังสามารถรับทัณฑ์สวรรค์เพียงลำพังได้ ไฉนพวกเราจะทำมิได้เล่า!”“เจ้าเองก็เคยบอกกับพวกเราว่าการฝึกบ่มเพาะพลังเช่นนี้ คือการต่อกรกับสวรรค์ ท่านปู่และสมาชิกตระกูลหลิงทุกคน ไม่สามารถอยู่ภายใต้การปกป้องดูแลของเจ้าได้ตลอดไป เช่นนี้แล้วหากวันใดที่เจ้ามิได้อยู่กับพวกเรา พวกเราจะทำเช่นใดเล่า..”“หากไม่มีเจ้าพวกเราจะไม่สามารถทะลวงขั้น และรับทัณฑ์สวรรค์ได้อย่างนั้นเชียวหรือ”“ฉะนั้นแล้วในการรับทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ ขอให้พวกเราได้จัดการด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อที่พวกเราจะได้มีประสบการณ์ และสามารถรับทัณฑ์สวรรค์ได้เพียงลำพังโดยที่ไม่ต้องมีเจ้าคอยคุ้มครองดูแลอีก..”หลิงหยุนถึงกับตกใจเมื่อได้ฟังความคิดเห็นของผู้เป็นบิดา.. แต่ก็จำต้องยอมรับว่าสิ่งที่หลิงเสี่ยวกล่าวมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริงเขาคงจะไม่สามารถปกป้องคนในตระกูลได้ตลอดเวลา แต่ควรต้องฝึกให้พวกเขาแข็งแกร่ง และยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตนเองต่างหาก“ท่านปู่ท่านพ่อ ท่านน้าจินเหยียว นี่พวกท่าน..”หลิงหยุนจ้องมองคนทั้งสามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมกับถามต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกท่านต้องการเช่นนี้จริงๆงั้นรึ”จินเหยียวยิ้มให้กับหลิงหยุนพร้อมตอบกลับไปว่า“ถูกต้อง! พวกเราทั้งสามได้ปรึกษากันแล้ว..”