ตอนที่ 1110
บทที่ 1541 : ทัณฑ์เมฆาปรากฏ
October 22, 2026
บทที่ 1541 : ทัณฑ์เมฆาปรากฏ เวลานี้ทัณฑ์เมฆาดำทะมึนได้เริ่มปรากฏขึ้น และรวมตัวกันอยู่บนท้องนภาเหนือบ้านบรรพชนตระกูลหลิงแล้ว รัศมีของมันนั้นปกคลุมพื้นที่โดยรอบกว่าห้าร้อยเมตร ทัณฑ์เมฆาของคนทั้งสามได้เริ่มปรากฏขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้นับตั้งแต่คนทั้งสามทะลวงขั้นได้สำเร็จ และเวลานี้มันก็ได้ก่อตัวหนาแน่นมีรัศมีกว้างไกล ดูเหมือนจะทรงพลังยิ่งกว่าทัณฑ์เมฆาทั่วไปถึงสามเท่า ก่อนที่หลิงหยุนจะเก็บต้นหลิวเทวะวิญญาณกลับไปนั้นทั้งสามคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากเบื้องบนบ้างแล้ว แต่เมื่อหลิงหยุนถอนหลิวเทวะวิญญาณออก พวกเขาต่างก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันนี้อย่างเต็มที่! เรื่องความลี้ลับของหลิวเทวะวิญญาณที่สามารถต่อกรกับทัณฑ์อสุนีบาตของสวรรค์ได้นั้น หลิงหยุนล่วงรู้มานานแล้ว หลิงหยุนมิกล้าที่จะพาทั้งสามคนเหาะขึ้นไปสูงมากนักเขาจึงเหาะขึ้นไปเหนือผืนดินเพียงแค่สามร้อยเมตรเท่านั้น และกำลังมุ่งหน้าตรงไปยังชานเมืองด้านเหนือของปักกิ่ง หลิงหยุนใช้โล่ลมปราณห่อหุ้มร่างของทั้งสามคนไว้จากนั้นจึงพาเหาะไปด้วยความเร็วเหนือเสียง เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวก็สามารถเหาะไปได้ไกลหลายกิโลเมตร ทันทีที่พวกเขาเหาะออกไปทัณฑ์เมฆาดำทะมึนก็ได้เคลื่อนที่ตามไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน และสามารถเหาะตามไปได้ทัน แม้ว่าหลิงหยุนจะพาทั้งสามคนเหาะไปด้วยความเร็วเท่าใดก็ตาม …… ด้านบนสุดของสวนจิงซานซึ่งอยู่ทางด้านฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังต้องห้ามเวลานี้.. “คิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะกล้าให้พวกเขาทั้งสามคนทะลวงขั้นภายในบ้านบรรพชนตระกูลหลิงเช่นนี้..” หลงฮ่าวหลานได้ยืนสังเกตการณ์บ้านบรรพชนตระกูลหลิงอยู่ครู่ใหญ่แล้วในที่สุดก็เอ่ยปากออกมา “ภายในบ้านบรรพชนตระกูลหลิงมีอะไรพิเศษกันแน่” “ท่านพ่อ..ลูกเคยได้ยินมาว่า หลิงหยุนเป็นผู้ชุบชีวิตมรดกตกทอดของบรรพชนตระกูลหลิง!” หลงเทียนซิงซึ่งยืนอยู่ข้างๆเป็นผู้เอ่ยตอบ.. “เรื่องนั้นข้ารู้..” หลงฮ่าวหลานมีสีหน้าครุ่นคิดขณะที่จ้องมองทัณฑ์เมฆาดำทะมึนซึ่งกำลังเคลื่อนที่ไปทางทิศเหนือ จากนั้นจึงรีบสั่งหลงเทียนซิงว่า “เทียนซิงเจ้าไปสั่งการให้ทุกคนทำตามแผนที่วางไว้ได้แล้ว!” “น้อมรับคำสั่งท่านพ่อ!” ในสนามต่อสู้นั้น..การได้รู้เขารู้เรานับเป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง! เมื่อตอนบ่ายในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของหลิงเสี่ยวนั้นหลิงหยุนทำให้หลงฮ่าวหลานต้องเสียหน้าอย่างมาก และเพื่อให้หลิงหยุนรับปากยุติเรื่องบาดหมางในอดีต เขาถึงกับต้องจ่ายไปอย่างมากมาย.. แน่นอนว่าหลงฮ่าวหลานย่อมไม่กล้ามีเรื่องกับหลิงหยุนในเวลานี้แน่ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่สามารถจับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลหลิงได้.. จากเหตุการณ์ในงานเลี้ยงเมื่อช่วงบ่ายนั้นหลงฮ่าวหลานเข้าใจดีว่า เวลานี้รากฐานของตระกูลหลิงแข็งแกร่ง และมั่นคงมากเพียงใด การที่คนสำคัญของตระกูลหลิงเข้ารับทัณฑ์สวรรค์พร้อมกันถึงสามคนนั้นนับเป็นเรื่องใหญ่ มีหรือที่หลงฮ่าวหลานจะมิให้ความสนอกสนใจ แต่หลงฮ่าวหลานไม่สามารถเดินทางไปยังสถานที่รับทัณฑ์สวรรค์ด้วยตนเองได้นั่นเพราะเขารู้ดีว่า ความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ สามารถบดขยี้ตนเองได้อย่างง่ายดาย และหากเขาเข้าไปใกล้บริเวณนั้น หลิงหยุนอาจมองเห็นเขาเป็นศัตรูมากยิ่งขึ้น และทั้งหมดที่เขาลงทุนไปเมื่อตอนบ่าย ก็จะไร้ซึ่งความหมาย..ด้วยเหตุนี้หลงฮ่าวหลานจึงสั่งให้นักรบตระกูลหลง แต่งกายเป็นชาวยุทธภพปะปนเข้าไปในกลุ่ม เพื่อแฝงตัวดูการรับทัณฑ์สวรรค์ของทั้งสามคนในครั้งนี้การรับทัณฑ์สวรรค์แต่ละครั้งนั้นนับว่าเป็นช่วงเวลาอันตรายถึงชีวิตของเหล่าผู้บ่มเพาะพลังเลยทีเดียว ฉะนั้นแล้ว ช่วงเวลาหลังการรับทัณฑ์สวรรค์นั้น จึงเป็นช่วงเวลาที่คนผู้นั้นจะสูญเสียความแข็งแกร่งของตนไป และจะเป็นช่วงที่คนผู้นั้นอ่อนแออย่างที่สุด!แต่แผนการของหลงฮ่าวหลานก็เพียงแค่ต้องการรู้เห็นความแข็งแกร่งของสองพ่อลูกตระกูลหลิงเท่านั้นเอง!……หลิงหยุนยังคงเหาะไปยังชานเมืองด้านทิศเหนือของปักกิ่ง..ระหว่างทางที่เหาะผ่านโรงเรียนฝึกศิลปะการต่อสู้ของตระกูลหลิงเขาก็ไม่ลืมที่จะใช้จิตหยั่งรู้ของตนเองสำรวจลงไปยังผืนดินเบื้องล่าง พร้อมกับเอ่ยสั่งผ่านทางกระแสจิต–เสี่ยวอู๋หวังชงเซียว พวกเจ้าตามข้าไปคุ้มกันการรับทัณฑ์สวรรค์–ทันทีที่ได้ยินคำสั่งของหลิงหยุนทั้งคู่ก็เหาะตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว โดยมิได้เอ่ยตอบกลับไปด้วยซ้ำหลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลงตี้เสี่ยวอู๋ก็ได้ไปร่ำลาหลิงหยุน และพาหลงคุนพร้อมด้วยตู้กู่โม่ ตงฟางถิง และศิษย์ทั้ง 72 คนของเขากลับไปที่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้นอกเหนือจากตู้กู่โม่ตงฟางถิง และหวังชงเซียวแล้ว ทุกคนในที่นี้ล้วนแล้วแต่เคยเป็นสมาชิกของแก๊งมังกรเขียวมาก่อนทั้งสิ้นหลงคุนหายตัวไปนานและภายในงานเลี้ยงก็ไม่มีโอกาสที่จะได้พูดคุยกัน ฉะนั้นแล้วสถานที่ที่พวกเขาทั้งหมดจะได้อยู่ด้วยกัน และพูดคุยกันได้ดีที่สุด ก็คงจะไม่มีที่ใดดีไปกว่าโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้แห่งนี้แน่“ท่านลุงหลงคุนไม่ทราบว่าท่านลุงต้องการจะไปดูการรับทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ด้วยหรือไม่” ตี้เสี่ยวอู๋เอ่ยถามหลงคุนหลังจากได้ยินคำสั่งของหลิงหยุน“ก็ดีเหมือนกัน!”หลงคุนพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยต่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“เพียงแค่ได้คุยกันสองสามชั่วโมง และได้ล่วงรู้ถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของเจ้าตลอดหกเดือน ข้าก็รู้สึกดีมากแล้ว! แต่น่าเสียดายที่ข้าเองไม่ได้อยู่ด้วยในช่วงเวลานั้น เวลานี้.. เจ้ากับหลิงหยุนล้วนไม่ต่างจากเซียน เช่นนั้นแล้วข้าก็ขอไปดูเรื่องราวน่าอัศจรรย์นี้ด้วยตาตนเอง..”ตี้เสี่ยวอู๋ถึงกับยกมือขึ้นเกาศรีษะด้วยความเก้อเขินเมื่อได้ยินคำชมของหลงคุน“พี่หยุนต่างหากที่เป็นเซียน แต่ข้าไม่ใช่.. ข้ายังต้องเรียนรู้จากพี่หยุนอีกมาก!” จากนั้นตี้เสี่ยวอู๋ก็หันไปมองหวังชงเซียว และทำท่าจะพาหลงคุนเหาะขึ้นไปพร้อมกัน..“นี่..ประเดี๋ยวก่อน!”ตู้กู่โม่และตงฟางถิงรีบร้องตะโกนออกมาอย่างรวดเร็ว“พวกเจ้าสองคนจะเหาะไปงั้นรึ แล้วพวกเราสองคนเล่า?”หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาเกือบตลอดทั้งวันตู้กู่โม่กับตงฟางถิงก็เริ่มคุ้นเคย และสนิทสนมกับตี้เสี่ยวอู๋ และหวังชงเซียว รวมทั้งศิษย์ทั้ง 72 คนของหลิงหยุนมากขึ้นแล้วตี้เสี่ยวอู๋ยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า“พี่หยุนบอกว่า อยากให้ศิษย์ทั้ง 72 คนของเขาได้เห็นการรับทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ด้วย เช่นนั้นคงต้องรบกวนพวกท่านทั้งสองพาพวกเขาไปด้วย..”“…”ตู้กู่โม่ถึงกับนิ่งอึ้งไปในขณะที่ตงฟางถิงเพียงแค่เอ่ยถามยิ้มๆ “เสี่ยวอู๋ พวกเขาจะรับทัณฑ์สวรรค์กันที่ใดงั้นรึ” ตี้เสี่ยวอู๋เอ่ยตอบยิ้มๆ“ที่ภูเขาแถบชานเมืองด้านเหนือของปักกิ่ง พวกเจ้าไล่ตามทัณฑ์เมฆานั่นไปได้เลย แต่ถ้าเจ้าไล่ตามไม่ทัน ให้ดูสายฟ้าที่ผ่าลงมา พวกเจ้าจะเห็นได้อย่างชัดเจน!”จากนั้นร่างของทั้งสามคนก็เหาะหายไปในทันที..