ตอนที่ 1111
บทที่ 1542 : น่าหวาดกลัวแต่ไม่อันตราย
October 22, 2026
บทที่ 1542 : น่าหวาดกลัวแต่ไม่อันตราย “สวรรค์!!” “อสุนีบาตใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวรึ” “หูอื้อไปหมดแล้ว!” “…” หลังจากที่คลื่นอสุนีบาตขนาดใหญ่ลูกแรกผ่าลงมาอย่างไม่คาดคิดนั้น ทุกคนที่เฝ้าดูอยู่ต่างก็ตกอกตกใจอย่างที่สุด คนธรรมดาทั่วไปบางคน ถึงกับตกใจจนล้มลงก้นกระแทกพื้นก็มี! เวลานี้..บนยอดเขาซึ่งมีกลุ่มคนที่มิได้หวาดกลัว และเฝ้าดูอยู่นอกรัศมีทัณฑ์เมฆานั้น ยังถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดหูของตนเองไว้ และนี่คือความน่ากลัวของทัณฑ์สวรรค์! …… เมื่ออสุนีบาตได้ผ่าลงกลางร่างของคนทั้งสามแล้วมันก็ไม่หยุดยั้ง ประหนึ่งกำลังลงทัณฑ์พวกเขาอยู่.. เหล่านกกาและสัตว์ป่าบนเขาและรอบๆต่างก็พากันโบยบินและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด.. “ขั้นลิ่วเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-6) งั้นรึ เมื่อตอนบ่ายพวกเขายังอยู่ในขั้นซานเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-3) อยู่เลย..” เย่เทียนตูจ้องมองสายฟ้าที่ผ่าลงมายังพื้นที่ซึ่งห่างไกลออกไปภายในใจก็ได้แต่งุนงงสับสน จนต้องหันไปถามหลิงหยุน “ทะลวงถึงสามขั้นใหญ่พร้อมกันเช่นนี้หลิงหยุน.. เจ้าทำได้อย่างไรกัน” หลิงหยุนหัวเราะหึๆพร้อมตอบกลับไปว่า “เรื่องนี้เป็นความลับ ข้าบอกเจ้าไม่ได้!” “เจ้าไม่เพียงแค่ช่วยให้ทั้งสามคนทะลวงผ่านสามขั้นในคราวเดียวแต่ยังกล้าให้พวกเขารับทัณฑ์สวรรค์พร้อมกันและในสถานที่เดียวกันเช่นนี้.. นี่.. นี่ไม่ธรรมดาเลย!” เย่เทียนสุ่ยรู้สึกตกใจอย่างมากและได้แต่คิดว่าหลิงหยุนคงจะบ้าไปแล้ว พร้อมกับจ้องมองอสุนีบาตทั้งสามสายตรงหน้า “ทุกคนล้วนแข็งแกร่งยิ่งนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่หลิงเสี่ยว!” เย่ชิงเฟิงเปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออกจับอยู่ที่ร่างของคนทั้งสามซึ่งกำลังรับทัณฑ์สวรรค์ และพบว่าหลิงเสี่ยวมิได้ใช้พลังบ่มเพาะของตนเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ใช้กายเนื้อของตน แต่ก็สามารถรับสายฟ้าชุดแรกที่ฟาดลงมาได้อย่างง่ายดาย ใช้เพียงแค่กายเนื้อ..ต้องแข็งแกร่งถึงเพียงใดอย่างนั้นหรือจึงจะทำเช่นนี้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่หลิงเสี่ยวเท่านั้นเพราะเวลานี้ทั้งสามคนกำลังนั่งขัดสมาธิ และปล่อยให้ทัณฑ์อสุนีบาตฟาดลงที่ร่างโดยไม่ตอบโต้ หรือต้านทานแต่อย่างใด.. นี่เป็นการใช้พลังของอสุนีบาตที่แข็งแกร่งบ่มเพาะกายเนื้อ.. ทั้งสามคนซึ่งกำลังรับทัณฑ์สวรรค์อยู่เวลานี้ต่างก็ฝึกวิชาดาราคุ้มกาย อีกทั้งหลิงหยุนได้ใช้เปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางบ่มเพาะกายาให้พวกเขาหลายต่อหลายครั้ง จนสามารถทะลวงขั้นได้ถึงสามขั้นใหญ่ในคราวเดียว อสุนีบาตของทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วชุดแรกแม้จะดูน่าสะพรึงกลัว แต่ก็ทำอะไรคนทั้งสามไม่ได้“หลิงหยุนแม้การรับทัณฑ์สวรรค์จะได้รับประโยชน์มากมาหลังจากนั้น แต่การที่พวกเขาทั้งสามเข้ารับทัณฑ์สวรรค์พร้อมกันเช่นนี้ เจ้ามั่นใจหรือไม่ว่าพวกเขาได้มีการเตรียมตัวที่พร้อมมากพอ”เย่ชิงซินแสดงความกังวลใจออกมาดวงตาคู่งามนั้นจับจ้องอยู่ที่รางของหลิงเสี่ยว ซึ่งกำลังนั่งขัดสามาธิอยู่บนยอดเขา ด้วยความรู้สึกที่เป็นกังวลใจยิ่งนักหลิงหยุนเอ่ยตอบยิ้มๆ“ท่านน้าเย่อย่าได้กังวลใจไปเลย พวกเขาทั้งสามจะต้องผ่านทัณฑ์อสุนีบาตชุดแรกไปได้อย่างปลอดภัย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแน่..”“แล้วคลื่นอสุนีบาตชุดสุดท้ายเล่า”เย่ชิงซินยังคงถามต่อด้วยความกระวนกระวายใจ “ในการรับทัณฑ์สวรรค์นั้นยากที่จะหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บได้ หากพบว่ามีอันตรายเกิดขึ้นกับพวกเขาจริงๆ ข้าย่อมไม่อยู่เฉยแน่..”ระหว่างที่ฟังหลิงหยุนพูดนั้นเย่ชิงซินก็ได้เหลือบตาขึ้นมองทัณฑ์เมฆาเบื้องบน และกำลังคาดเดาถึงความรุนแรงสูงสุดของทัณฑ์อสุนีบาตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของหลิงหยุน นางจึงรีบหันกลับไปถามทันที“หลิงหยุนนี่เจ้า.. เจ้ากล้าแทรกแซงการรับทัณฑ์สวรรค์ของผู้อื่นงั้นรึ!”หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมตอบกลับไปว่า“อย่าเรียกว่ากล้าเลยจะดีกว่า.. หากเข้าสู่ช่วงนาทีวิกฤติจริงๆ ของวิเศษสองสามชิ้นของข้า ย่อมสามารถต้านทานทัณฑ์อสุนีบาตได้อย่างไร้ปัญหา”ที่ผ่านมา..แม้กระทั่งรางวัลประทานจากสรวงสวรรค์ของหนิงหลิงยู่ หลิงหยุนก็ยังเคยฉกฉวยมาแล้ว นับประสาอะไรกับทัณฑ์อสุนีบาตเพียงแค่นี้ แม้ทัณฑ์เมฆาจะดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งแต่ก็ก็ยังห่างไกลจากทัณฑ์อสุนีบาตห้าธาตุ ที่หลิงหยุนต้องเผชิญเมื่อครั้งที่รับทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วครั้งล่าสุดมีเพียงโจวเหวินอี้เท่านั้นเท่านั้นที่จ้องมองการรับทัณฑ์สวรรค์ของทั้งสามคนด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ไร้ซึ่งความกังวลใจใดๆ“หลิงหยุน..ข้ารู้มาว่า หลังจากคืนนี้ เจ้าจะต้องเดินทางไปช่วยแม่นางเหองั้นรึ”“อาวุโสโจว..วันๆท่านทำอะไรอย่างอื่นบ้างหรือไม่ นอกจากคอยสอดส่อง แล้วก็จับตามองข้า”หลิงหยุนได้แต่หันไปส่งสายตาค้อนให้โจวเหวินอี้พร้อมกับถามต่อว่า “แม้กระทั่งเรื่องนี้ท่านก็ยังรู้งั้นรึ”“นี่ข้าคงจะปิดบังอะไรท่านไม่ได้เลยสินะ..”โจวเหวินอี้ไม่ตอบคำถามแต่กลับบอกหลิงหยุนไปว่า “ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะช่วยตระกูลเหอด้วยวิธีใด แต่ข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้า..”“อะไรงั้นรึ!”“ช่วยทำทุกอย่างให้เงียบๆอย่าให้ใหญ่โตเช่นนี้อีก!” โจวเหวินอี้เอ่ยตอบด้วยสีหน้าจริงจังหลิงหยุนตอบกลับไปทันที“เรื่องนั้นท่านวางใจได้ หลังจากข้ารักษาอาการป่วยให้กับผู้เฒ่าตะกูลเหอแล้ว ก็จะกลับทันที”“ไม่ได้!”แต่กลับคิดไม่ถึงว่าโจวเหวินอี้จะไม่เห็นด้วยและได้บอกกับหลิงหยุนไปว่า “เจ้าเองคงจะเคยได้ยินชื่อพันธมิตรหนานหยางมาก่อนแล้วสินะ เท่าที่ข้ารู้มา.. เวลานี้คนตระกูลเหอบางคน ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับผู้บ่มเพาะพลังกลุ่มนี้อยู่ ไหนๆเจ้าก็จะเดินทางไปช่วยตระกูลเหอแล้ว ก็จัดการเรื่องนี้ไปด้วยเลย ปราบปรามให้สิ้นซากเสีย..!”“…” หลิงหยุนถึงกับนิ่งอึ้งไปเพราะคิดไม่ถึงว่าจะถูกโจวเหวินอี้ใช้งานเช่นนี้ แต่หลังจากตั้งสติได้ จึงเอ่ยถามออกไปว่า“อาวุโสโจว..นี่จะคงจะเป็นภารกิจของหน่วยนภาสินะ”โจวเหวินอี้พยักหน้า“จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ผิดนัก..”