ตอนที่ 1112
บทที่ 1543 : ประจักษ์ต่อโลก
October 22, 2026
บทที่ 1543 : ประจักษ์ต่อโลก เย่ชิงเฟิงได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบโต้โจวเหวินอี้ที่กำลังหยอกเย้าตนเองอยู่เพราะไม่สามารถที่จะหาเหตุผลใดๆมาตอบโต้ได้จริงๆ เวลานี้ความรู้สึกที่เคยอยู่เหนือตระกูลหลิง ได้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น! เดิมทีนั้นตระกูลหลิงแข็งแกร่งขึ้น เป็นเพราะความแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดของหลิงหยุน และเพียงแค่เขาคนเดียว ก็สามารถบดขยี้ตระกูลอื่นทั้งตระกูล หรือสำนักต่างๆได้ไม่ยาก ทำให้เหล่าชาวยุทธซึ่งแม้จะรู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำของหลิงหยุนบ้าง ก็ทำได้เพียงแค่อดทนอดกลั้นไว้เท่านั้น แต่ตราบใดที่หลิงหยุนจากไปและไม่ได้อยู่ที่บ้านบรรพชนตระกูลหลิงแล้วล่ะก็ ย่อมต้องเป็นโอกาสของพวกเขา.. หากเปรียบหลิงหยุนเป็นราชาของตระกูลหลิงความแข็งแกร่งของตระกูลหลิงเมื่อสี่เดือนก่อนหน้ายังเปรียบได้เพียงแค่ทองแดงสองเดือนถัดมาเริ่มเสมือนเงิน อีกหนึ่งเดือนต่อมาเปรียบเสมือนทองคำ แต่เมื่อช่วงงานเลี้ยงเมื่อตอนกลางวันนั้นตระกูลหลิงเปรียบเสมือนโลหะระดับแพลตตินั่มเลยทีเดียว.. แต่ในคืนนี้ทั้งหลิงลี่ หลิงเสี่ยว และจินเหยียวต่างก็เข้ารับทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จ สองคนอยู่ในระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ส่วนอีกคนอยู่ในระดับเริ่มต้นของขั้นเดียวกัน ทำให้ตระกูลหลิงมียอดฝีมือสูงส่งเพิ่มขึ้นอีกถึงสามคน ด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลหลิงเวลานี้ต่อให้ไม่มีหลิงหยุน ยังสามารถรับมือและต่อกรกับตระกูลเย่ได้ และหากตระกูลหลิงกับตระกูลเย่ลงสนามต่อสู้กันจริงๆ ต่อให้ตระกูลหลิงไม่สามารถบดขยี้ตระกูลเย่ได้ แต่ก็ไม่พ่ายแพ้เป็นแน่! นั่นเพราะตอนนี้หลิงเสี่ยวแข็งแกร่งอย่างมากจริงๆและแม้แต่เย่ชิงซินเอง ก็ยังยากที่หยั่งรู้ความแข็งแกร่งของเขาเวลานี้ได้! ทัณฑ์สวรรค์ที่ทั้งสามคนได้รับในคืนนี้นับเป็นทัณฑ์สวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวไม่น้อย แต่หลิงเสี่ยวกลับสามารถยืนหยัดรับได้โดยไม่ใช้เครื่องป้องกันใดๆตั้งแต่ต้นจนจบ เย่ชิงเฟิงเองซึ่งเวลานี้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่แล้วเช่นกันแต่เป็นเพราะเขาจงใจสะกัดกั้นขั้นพลังไว้เพียงแค่นั้น แต่หากเขาตัดสินใจที่จะพัฒนาขั้น ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถทะลวงได้หกหรือเก้าขั้นในคราวเดียว แและคงจะไม่ห่างไกลจากหลงฮ่าวหลานมากนัก ซึ่งเย่ชิงเฟิงเองก็ยังไม่สามารถทำได้เช่นเดียวหลิงเสี่ยวเวลานี้หากเขาใช้กายเนื้อที่ไร้เครื่องป้องกันรับทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้ ในคลื่นทัณฑ์อสุนีบาตลูกที่สาม เขาคงไม่สามารถทานทนต่อไปได้เป็นแน่ และคงมีสภาพไม่ต่างจากจินเหยียว ที่สามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้ก็นับว่าดีมากแล้ว เพียงแค่กายเนื้อยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วของวิเศษและวรยุทธต่างๆที่หลิงหยุนถ่ายทอดให้แก่หลิงเสี่ยวเล่า จะทรงพลังมากเพียงใด “ท่านพ่อด้วยความแข็งแกร่งของท่านเวลานี้ ท่านสามารถใช้กระบี่เหินที่ข้ามอบให้ รับมือกับหลงฮ่าวหลานได้ไม่ยากเป็นแน่ อีกทั้งยังสามารถใช้กระบี่เหินสังหารยอดฝีมือขั้นก่อสร้างรากฐานได้แล้ว!” นับว่าโจวเหวินอี้และเย่ชิงเฟิงประเมินหลิงเสี่ยวได้ไม่ผิดนักเพราะแม้แต่หลิงหยุนซึ่งหลังจากที่ได้พิจาราณาดูหลิงเสี่ยวอย่างละเอียด ยังกล่าวเช่นเดียวกัน.. หลิงเสี่ยวเพียงแค่พยักหน้ายิ้มๆ “นี่..เจ้าอย่ามัวแต่ชมข้า ไปดูท่านปู่ของเจ้าจะดีกว่า!” หลังจากรับทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จหลิงลี่ยังคงนั่งรักษาตัวอยู่ภายใต้ต้นหลิวเทวะวิญญาณ และดูดซับเอาปราณอมตะเสวียนหวงเข้าไปอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมงหลิงหยุนหันไปยิ้มให้กับหลิงลี่พร้อมเอ่ยขึ้นว่า“ท่านปู่ เวลานี้ท่านสามารถสังหารยอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) ได้อย่างง่ายดาย และหากต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นก่อสร้างรากฐาน ย่อมไม่พ่ายแพ้เป็นแน่..”“เจ้ากล่าวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน”หลิงลี่จ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก “บอกมา.. เจ้าแอบสอนวรยุทธบ่มเพาะใดให้กับพ่อของเจ้าเป็นพิเศษหรือไม่ เหตุใดข้าจึงแข็งแกร่งไม่เท่าเขา..?!”หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่เอ่ยหยอกเย้าหลิงลี่ไปว่า “ท่านปู่ เป็นเพราะท่านพ่อหนุ่มแน่นกว่าท่านมากกระมัง ฮ่าๆๆ”หลิงหยุนอธิบายได้เพียงแค่นั้นแต่ความจริงก็คือ หลิงเสี่ยวเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่งมากผู้หนึ่ง ในตระกูลหลิงนั้น นอกเหนือจากหลิงหยุนแล้ว ก็มีหลิงเสี่ยวนี่ล่ะ!แต่หลิงลี่เองย่อมรู้เหตุผลดีการที่หลิงหยุนตอบเช่นนั้น ก็เพื่อให้เขาได้มีทางเดิน และเพื่อให้หลิงเสี่ยวผู้เป็นพ่อไม่กระอักกระอ่วนใจ หลังจากการรับทัณฑ์สวรรค์สำเร็จไปด้วยดีความแข็งแกร่งของคนทั้งสามก็ได้ปรากฏชัดเจนมากขึ้น..หลิงเสี่ยวพอใจกับความแข็งแกร่งในระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่ของตนและไม่รีบร้อนที่จะพัฒนาขั้นไปมากกว่านี้ส่วนหลิงลี่นั้นดูเหมือนจะยังไม่พอใจและคงจะเร่งฝึกฝนให้ก้าวหน้าไปมากกว่าลูกชาย และหลานชายของตน..ส่วนจินเหยียวนั้นมีข้อเสียเปรียบมากกว่าทั้งสองคนเพราะมิใช่สายเลือดตระกูลหลิง จึงไม่อาจดูดซับปราณอมตะเสวียนหวงเข้าไปได้ ขั้นพลังบ่มเพาะจึงต่ำว่าหลิงเสี่ยวกับหลิงลี่“หยุนเอ๋อของขวัญวันเกิดที่เจ้ามอบให้ข้าในวันนี้ ข้าพอใจ และมีความสุขยิ่งนัก!”หลิงเสี่ยวยืนหันหลังให้กับหลิงหยุนเขาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงได้เอ่ยบอกหลิงหยุนโดยไม่หันหลังกลับไปมอง และเวลานี้ น้ำตาก็ได้รื้นเต็มดวงตาทั้งสองข้างของหลิงเสี่ยว “บทสนทนาระหว่างเจ้ากับท่านลุงสองเมื่อคืนนี้ข้าได้ยินทั้งหมดแล้ว..”“ข้าจะไม่มีวันลืมวันเกิดในปีนี้แน่!หยุนเอ๋อ ขอบใจเจ้ามากจริงๆ!”“ท่านพ่ออย่าได้กล่าวเช่นนั้น นี่เป็นสิ่งที่ลูกสมควรทำ..”หลิงหยุนเอ่ยตอบและไม่ต้องการให้หลิงเสี่ยวพูดอะไรมากไปกว่านี้ จึงรีบเอ่ยต่อทันที “ท่านพ่อ ข้าอยู่ที่นี่นานแล้ว ขอตัวกลับไปดูท่านน้าหญิงเย่เสียหน่อย..”หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้ได้เหาะกลับไปหาโจวเหวินอี้ และคนอื่นๆทันทีที่หลิงหยุนจากไปหลิงเสี่ยวก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้วจึงหันไปคุกเข่าลงต่อหน้าหลิงลี่“ท่านพ่อเพราะความผิดพลาดของลูกเมื่อสิบแปดปีก่อน เป็นเหตุให้คนตระกูลหลิงต้องถูกสังหารตายไปมากมายจนแทบจะล่มสลาย ลูกทำให้ท่านพ่อต้องลำบาก แบกรับภาระดูแลตระกูลหลิงของเรามานาน ลูกช่างอกตัญญูนัก..”“แต่นับจากนี้ไปลูกจะกลับมาช่วยดูแลตระกูลหลิงของเราเอง ไม่ให้ท่านพ่อต้องลำบากอีก!”