ตอนที่ 1119
บทที่ 1550 : สังหารด้วยนิ้ว
October 22, 2026
บทที่ 1550 : สังหารด้วยนิ้ว ในช่วงเวลาที่อันตรายเช่นนี้หลิงหยุนย่อมไม่กล้าปล่อยเซิ่งหยิงหยิงไว้เพียงลำพังแน่ นั่นเพราะหลังจากที่ได้หยั่งเชิงอีกฝ่ายดู เพียงแค่คนที่ถูกส่งมาจัดการกับเหออวี้ฉง ก็แข็งแกร่งเทียบเท่าขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) เลยทีเดียว แม้แต่หวังชงเซียวกับแวมไพร์ทั้งห้ายังยากที่จะรับมือได้จึงแทบไม่ต้องพูดถึงบอดี้การ์ดที่เหออวี้ฉงจ้างมาคุ้มครองตนเองเลย การที่เหออวี้ฉงมาถึงก่อนหลิงหยุนนานถึงเจ็ดชั่วโมงอีกทั้งยังพาหวังชงเซียวกับแวมไพร์ทั้งห้า ไปปรากฏตัวในย่านช้อปปิ้งของแหล่งคนรวยเช่นนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้านพักตากอากาศ หญิงสาวทั้งสองคนยังออกมาว่ายน้ำเล่นที่สระกันอย่างโจ่งแจ้ง ด้วยระยะเวลาที่เนิ่นนายเช่นนี้ศัตรูจึงมีเวลามากพอที่จะประเมินความแข็งแกร่งของหวังชงเซียว และแวมไพร์ทั้งห้าได้ หากศัตรูของเหออวี้ฉงไม่แข็งแกร่งจริง คงจะไม่สามารถควบคุมตระกูลเหอ และสร้างเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ขึ้นมาได้เป็นแน่ การที่ศัตรูเลือกที่จะไม่ลงมือในเวลากลางวันเป็นเพราะพวกมันรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของหวังชงเซียวกับเหล่าแวมไพร์ หากพวกมันลงมือในย่านที่ผู้คนพลุกพล่านเมื่อตอนกลางวัน แน่นอนว่าย่อมยากที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่ดุเดือด และหากเป็นเช่นนั้นจริง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้ทางการยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ซึ่งจะทำให้เหตุการณ์บานปลาย อีกทั้งหากเหออวี้ฉงหนีกลับไปประเทศจีนอีก ก็จะยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่ ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงเลือกที่จะลงมือในเวลากลางคืน และใช้การลอบสังหารเหออวี้ฉงด้วยวิชาถอดศรีษะ หากมีเพียงแค่หวังชงเซียวกับเหล่าแวมไพร์แม้ว่าในที่สุดอาจจะสามารถเอารับมืออีกฝ่ายได้ แต่ก็คงต้องใช้เวลานาน เมื่อถึงตอนนั้น ไม่แน่ว่าเหออวี้ฉงอาจถูกพิษเสียชีวิตไปแล้วก็ได้ เพราะถึงแม้พวกเขาจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ แต่ก็ยากที่จะสังหารศรีษะนั่นได้ ต่อให้หลิงหยุนตามมาถึงและสามารถสังหารศรีษะนั่นได้ แต่ก็คงจะสายเกินไป เพราะผู้ที่เขาต้องการปกป้องได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่นับว่าโชคดีที่หลิงหยุนมาทันเวลาทำให้อีกฝ่ายกลับกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และสูญเสียแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกมันเองก็ไม่คาดคิดว่า หลิงหยุนจะมา และยังแข็งแกร่งจนสามารถสังหารพวกมันได้เช่นนี้ เวลานี้หลิงหยุนมั่นใจอย่างยิ่งว่า ศัตรูกำลังรอคอยการมาของเขาอยู่ และมั่นใจว่าอีกฝ่ายก็แข็งแกร่งไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากที่ได้ยินหลิงหยุนสั่งให้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเซิ่งหยิงหยิงจึงได้จงใจเดินสะบัดชุดคลุมบางเบานั้นผ่านหน้าหลิงหยุนไป หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ยิ้มเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ข้าเห็นเรือนร่างของเจ้าตั้งแต่อยู่ในสระว่ายน้ำแล้ว และรู้ดีว่ารูปร่างของเจ้านั้นงดงามไร้ที่ติ!” เซิ่งหยิงหยิงถึงกับหน้าแดงก่ำเมื่อถูกหลิงหยุนจับได้จึงรีบวิ่งกลับไปที่บ้านพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว …… มาเก๊าเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับไหลจริงๆ.. ภายในคาบสมุทรมาเก๊านี้ยังมีเกาะอีกหลายเกาะนอกเหนือจากเกาะโกโลอานี (หรือโคลอาน) ที่หลายคนรู้จักแล้ว ก็ยังมีเกาะไทปันซึ่งอยู่ติดกัน บริเวณโรงแรมมาเก๊าเพนนินซูล่าซึ่งเกือบจะล้อมรอบด้วยทะเลและมีบ่อนคาสิโนหรูหรารายล้อมมากมายหลายแห่งนั้น นับเป็นแหล่งที่มีชีวิตชีวาที่สุด นั่นเพราะแสงไฟจากบ่อนคาสิโน และโรงแรมต่างๆใกล้เคียง ต่างก็พากันเปิดไฟสว่างเจิดจ้าอยู่ตลอดทั้งคืน ทำให้มาเก๊าเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยแสงสี และแสงไฟที่ส่องกระทบผืนน้ำ ก็เป็นประกายระยิบระยับงดงามน่ามองยิ่งเกาะไทปาเองก็คึกคักไม่น้อยเช่นกันแสงไฟสว่างเจิดจ้า และมีผู้คนข้ามไปมาอย่างครึกครื้นตรงข้ามกับเกาะโคโลอานที่ค่อนข้างเงียบสงบสภาพแวดล้อมโดยรวมดี เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ล้วนเป็นคนร่ำรวย แต่ก็มีคนร่ำรวยหลายคนที่ย้ายจากที่นี่ไปอยู่เกาะฮ่องกงแทนเหออวี้ฉงก็เช่นเดียวกันตระกูลของนางก็มีคฤหาสน์ใหญ่โตอยู่บนเกาะฮ่องกง ส่วนบ้านพักบนเกาะนี้ ก็เป็นเพียงที่พักสำหรับตากอากาศหลังหนึ่งเท่านั้น………ในเวลาสี่ทุ่มตรงหลิงหยุนและพวกรวมทั้งหมดเก้าคน ก็ได้เดินทางออกจากบ้านพักตากอากาศด้วยรถหรูสองคัน และมุ่งหน้าไปตามหาใครบางคนและคนที่พวกเขาออกตามหาก็คือเหอเหวินช่านเพราะจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีผู้ใดในตระกูลเหอติดต่อหาเหออวี้ฉงเลยแม้แต่คนเดียว และแม้แต่ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าเวลานี้ท่านปู่ของนางอยู่ที่ใดกันแน่เวลานี้ชายชราอายุเก้าสิบกว่าปีแล้ว ในสมัยยังหนุ่มยังแน่นนั้น เขานับเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง อีกทั้งยังมีนิสัยที่ชอบให้ผู้ใดมาควบคุม และมีจิตใจที่หนักแน่น ทำให้เขากลายเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาจนกระทั่งทุกวันนี้“ก่อนจะเดินทางออกจากมาเก๊าปู่ของเจ้าอยู่ที่ใด”หลังจากที่รถแล่นออกไปได้ไม่นานนักหลิงหยุนก็ได้เอ่ยถามเหออวี้ฉง“อยู่ที่บ้านตระกูลเหอ..”เหออวี้ฉงเป็นผู้ขับรถด้วยตัวเองและเวลานี้ตัวนางเองก็เริ่มรู้สึกกังวล และไม่สบายใจเป็นอย่างมาก“บ้านตระกูลเหออยู่ที่ใด”“บนเกาะโคโลอานห่างจากชายฝั่งทะเลตะวันตกไปไม่ถึงห้ากิโลเมตร”และเวลานี้เหออวี้ฉงก็กำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่นั่นหลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออกสำรวจทันทีหลังจากตรวจสอบภายในคฤหาสน์หรูด้านชายฝั่งทะเลตะวันตกอย่างละเอียดแล้ว เขาก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ“ไม่จำเป็นต้องไปที่นั่นแล้ววเพราะปู่ของเจ้าไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วเวลานี้!”เวลานี้จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็มีรัศมีครอบคลุมไกลถึงหนึ่งหมื่นเมตรแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าในรัศมีที่กว้างไกลนี้ เขาต้องการที่จะสำรวจดูอะไร��