ตอนที่ 1124
บทที่ 1555 : เหตุที่ต้องสังหาร
October 22, 2026
บทที่ 1555 : เหตุที่ต้องสังหาร “นั่น..นั่นมันไขหยกม่วง!!” คุนปาจ้องมองสิ่งที่หลิงหยุนนำออกมาด้วยแววตาเป็นประกายเขาตื่นเต้นจนไม่อาจบังคับปกปิดไว้ได้อีก และถึงกับก้าวเดินเข้าไปหาหลิงหยุนอย่างลืมตัว ความจริงแล้วเมื่อหนึ่งเดือนกว่าก่อนหน้านี้ ยอดฝีมือทั้งสามที่ไปโรงประมูลตระกูลเย่กับเหออวี้ฉงนั้น แท้จริงก็คือลูกศิษย์ของคุนปานี่เอง และข้อความสุดท้ายที่พวกมันส่งจากเครื่องมือสื่อสารก่อนจะสิ้นใจนายนั้น ก็ส่งรายงานให้คุนปารู้นั่นเอง “หลิงหยุน!!เป็นเจ้าจริงๆ!” คุนปาหาใช่คนตาบอดมองไม่เห็นหลังจากจ้องมองไขหยกม่วงด้วยความตื่นเต้นตกใจอยู่ครู่ใหญ่ ก็ค่อยๆเคลื่อนสายตาขึ้นไปจ้องมองใบหน้าของหลิงหยุนแทน “ถูกต้องแล้ว!เป็นข้าเอง!” หลิงหยุนจัดการเก็บไขหยกม่วงในมือกลับเข้าไปไว้ในแหวนจักรวาลดังเดิมแม้เวลานี้เขาจะไม่ล่วงรู้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของคุนปา แต่ก็มิได้รู้สึกกังวลใจว่าอีกฝ่ายจะหนีรอดไปได้ ระดับสูงสุดขั้นก่อสร้างฐานแล้วอย่างไร ในเมื่อหลิงหยุนเองก็เคยสังหารตี๋เฮ่ออี้ซึ่งเป็นมือกระบี่ที่นับว่ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศยิ่ง และอยู่ในขั้นก่อสร้างรากฐานมาแล้วเช่นกัน แต่ครั้งนั้นด้วยความกังวลใจว่า พลังบ่มเพาะของตนเองยังอ่อนด้อยกว่าอีกฝ่ายนัก หลิงหยุนจึงจำเป็นต้องใช้วิชาพลังมังกร ช่วยเพิ่มพลังบ่มเพาะในกายให้แข็งแกร่งจากเดิมถึงสามเท่า เพื่อป้องกันมิให้อีกฝ่ายสามารถหนีรอดไปได้ แต่เวลานี้หลิงหยุนเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) แล้ว ไม่เพียงเขาจะสามารถเคลื่อนที่ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่เวลานี้ของวิเศษในมือเขา ก็ได้ถูกหลอมใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกระบี่เหินเงาธนู กระบี่กังฉี หรือหอกมังกรทอง ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นของวิเศษในระดับสมบัติ ที่สามารถฝ่าเกราะป้องกันของยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นก่อสร้างรากฐานได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังจะสามารถสร้างความเสียหายบาดเจ็บให้กับร่างกายของอีกฝ่ายได้ด้วยเช่นกัน และหลิงหยุนเองก็พอที่จะประเมินพลังและความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้ เพราะก่อนหน้านี้ที่เขาแอบจู่โจมคุนปาโดยมิให้ทันตั้งตัวได้นั้น นอกจากต้องการบีบให้คุนปาคลายการควบคุมจิตใจของผู้เฒ่าเหอแล้ว ก็เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายด้วย แต่ยิ่งในเวลาที่อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้หลิงหยุนจึงไม่ต่างจากมังกรที่แข็งแกร่ง จึงมิได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว หรือหวั่นเกรงคุนปากเลยแม้แต่น้อย!หลังจากที่ได้เห็นหลิงหยุนนำไขหยกม่วงออกมาโอ้อวดเช่นนั้นคุนปาก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป และดูเหมือนจะไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ครู่ใหญ่ แต่ความจริงแล้วเขากำลังแอบร่ายมนต์คาถาอยู่ในใจเงียบๆต่างหากและเวลานี้ จู่ๆรัศมีสว่างสีดำก็ปรากฏขึ้นรอบกายของคุนปาหลังจากนั้นไม่นานบาดแผลที่เกิดจากการถูกกระบี่กังฉีปักเข้าที่ท้องน้อยของเขา ก็ค่อยๆเลือนหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ และสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ด้วยตาเปล่าแต่หลิงหยุนกลับมิได้หยุดยั้งหรือขัดขวางอีกฝ่าย นั่นเพราะกระบี่กังฉีของเขานั้นเป็นของวิเศษระดับสมบัติ หากผู้ใดถูกกระบี่กังฉีทำร้ายจนบาดเจ็บเข้า ไม่เพียงจะเกิดบาดแผลภายนอกเท่านั้น แต่กระบี่กังฉียังสามารถทำลายไปถึงเส้นลมปราณภายในร่างอีกด้วยแม้เวลานี้คุนปาจะสามารถรักษาบาดแผลภายนอกให้หายได้แต่ก็เป็นการรักษาเพียงแค่ระดับผิวหนัง เพื่อป้องกันมิให้โลหิตไหลออกมามากกว่านี้เท่านั้น จะได้สะดวกต่อการต่อสู้กับศัตรูได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง“คุณชายหลิงข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่งของชาวยุทธในประเทศจีน ภายในเวลาไม่ถึงปี สามารถก้าวหน้าได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ และตระกูลของเจ้าก็นับเป็นตระกูลสูงสุดของประเทศจีนในเวลานี้อีกด้วย”หลังจากที่รักษาอาการบาดเจ็บได้แล้วคุนปาก็ได้กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเราชาวยุทธฝั่งทะเลจีนใต้ มิเคยมีเรื่องบาดหมางกับเจ้า แม้กระทั่งเจ้าแย่งชิงไขหยกม่วงจากข้าไป ข้าเองก็ยังมิเคยส่งลูกศิษย์ไปแก้แค้น แต่เหตุใดเจ้าจึงได้ตามจองล้างจองผลาญพวกเราไม่เลิกเช่นนี้!”“เจ้ากล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันนี่เจ้ากำลังคิดจะเจรจาต่อรองกับข้างั้นรึ?!”หลังจากที่ได้ฟังพอลแปลคำพูดของคุนปาหลิงหยุนจึงได้แต่เอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ถูกต้อง..” คุนปาไม่รอช้าและได้เอ่ยเข้าเรื่องสำคัญในทันที “ไขหยกม่วงนี้นับเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นที่ต้องการของข้ายิ่งนัก หากเจ้ายอมคืนไขหยกม่วงให้กับข้าแต่โดยดี ข้าคุนปารับปากจะปล่อยเจ้าไป และความบาดหมางที่เคยมีมาทั้งหมดก็จะเป็นอันยุติ!“ไม่เพียงเท่านั้นนับแต่นี้เป็นต้นไป หากเจ้าเดินทางมาแถบทะเลจีนใต้อีกเมื่อใด พวกเราชาวยุทธฝั่งหนานหยาง จะต้อนรับขับสู้เจ้าเสมือนแขกคนหนึ่ง..”หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายหลิงหยุนถึงกับอดไม่ได้จนต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะถามคุนปากลับไปด้วยความสนอกสนใจ“ฮ่าๆๆท่านอาจารย์คุนปา! ไม่ทราบว่าเจ้าฝึกวิชาอะไรกันแน่ จึงทำให้ความคิดและจิตใจของเจ้ามีปัญหา จนไม่สามารถประเมินสถานการณ์ในเวลานี้ได้ เจ้าใคร่ครวญดีแล้วรึ จึงได้กล้ามาต่อรองกับข้าเช่นนี้”