ตอนที่ 1126
บทที่ 1557 : เหตุและผล
October 22, 2026
บทที่ 1557 : เหตุและผล หลิงหยุนกลับไปถึงรีสอร์ทในราวตีหนึ่งและเมื่อมาถึง พอลก็โยนร่างของคุนปาลงไปกองที่เท้าของเหอไฉทงทันที แม้คุนปาจะถูกตัดแขนและขาทิ้งแต่ก็ไม่ได้มีโลหิตไหลออกมา เพราะพอลได้ใช้มนต์แวมไพร์สะกดห้ามเลือดไว้แล้ว ฉะนั้น แม้คุนปาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังไม่สามารถตายได้ และด้วยสภาพของคุนปาเวลานี้ก็ยากที่จะดิ้นรนทำอะไรได้อีก เพราะนอกจากจะถูกหลิงหยุนตัดแขนตัดขาทิ้งจนหมดแล้ว ยังถูกหลิงหยุนดูดพลังปราณไปอีกกว่าเก้าสิบส่วน เวลานี้.. สภาพของคุนปาจึงไม่ต่างจากซากปรักหักพัง หรือซากศพที่มีลมหายใจเท่านั้น “เหอไฉทง..นี่คืออาจารย์ที่เจ้าเชิญมา และที่เขาต้องมีสภาพเช่นนี้ก็เพราะว่า ต้องการที่จะหนี แม้ข้าจะเหาะไปตามกลับมา เขาก็ยังไม่ยอมเชื่อฟังข้า จึงต้องมีจุดจบเช่นนี้!” หลิงหยุนร้องบอกเหอไฉทงยิ้มๆ เหอไฉทงเห็นเช่นนั้นก็ถึงกับทรุดลงกับพื้น พร้อมกับร้องอ้อนวอนหลิงหยุน “ท่านหลิน.. ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย! ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย!” เวลานี้เหอไฉทงหวาดกลัวจนร่างกายสั่นเทิ้มไปหมด.. “เจ้าวางใจได้ข้ามาที่นี่ตามคำขอร้องของหลานสาวเจ้าเท่านั้น และข้ามาเพื่อต้องการที่จะมาช่วยคน มิได้มาเพื่อสังหารผู้คน!” จากนั้นหลิงหยุนก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองเหอไฉทงอีก เขาได้จัดการกับยอดฝีมือหนานหยางไปแล้ว เรื่องราวต่อไปหลังจากนี้ ล้วนเป็นเรื่องภายในของตระกูลเหอ ฉะนั้น ชะตากรรมของเหอไฉทงจะเป็นเช่นใด ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เฒ่าเหอเพียงคนเดียว แม้ทางเข้ารีสอร์ทจะสงบเงียบและเรียบร้อยดี แต่ด้านในนั้น บ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ได้ล้มครืน และพังลงมาจนกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังเท่านั้น ด้านข้างของบ้านพักตากอากาศที่เหลือเพียงซากปรักหักพังนั้นมีร่างไร้วิญญาณของยอดฝีมือกว่าแปดสิบคนกองพะเนินอยู่ แต่ละร่างนั้นหากไม่ขาขาดก็แขนขาด และเวลานี้ร่างไร้วิญญาณที่กองรวมกันนั้น ก็ไม่ต่างจากเนินเขาเล็กๆเลยทีเดียว “หึ!ง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวรึ!”หลิงหยุนพึมพำออกมายิ้มๆในขณะที่จ้องมองร่างที่ซีดขาวเหล่านั้นแต่ละร่างไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของโลหิตสีแดงบนบาดแผล เขารู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของแวมไพร์ทั้งสี่ตนที่อยู่ที่นี่เป็นแน่!เวลานี้เหล่าแวมไพร์ทั้งห้าซึ่งเป็นบริวารผู้ซื่อสัตย์ และจงรักภักดีของเขานั้น นับว่าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียวบูม!หลิงหยุนทำการเผาเสินหยวนและใช้วิชาเคลื่อนย้ายภูผา ทำการเคลื่อนย้ายซากปรักหักพังของบ้านพักตากอากาศทั้งหมด มากองรวมกันกับซากศพ จากนั้นจึงได้ใช้วิชาหงส์เล่นไฟ ปลดปล่อยเปลวเพลิงที่ร้อนแรงออกมา และจัดการเผาผลาญซากปรักหักพังและซากศพเหล่านั้นเสียในเวลาไม่กี่นาทีเปลวไฟร้อนแรงนั้นก็ได้โหมกระหน่ำ เผาผลาญซากปรักหักพัง และร่างไร้วิญญาณทั้งหมด จนกระทั่งกลายเป็นขี้เถ้าหลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้ใช้พลังจิตโยกย้ายขี้เถ้าทั้งหมดนั้นทิ้งลงท้องทะเลไป เวลานี้ สิ่งที่เหลืออยู่จึงมีเพียงแค่ผืนดินสีดำ ที่เคยเป็นที่ตั้งของบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่เท่านั้น“นี่..นี่มัน.. ในโลกนี้ มียอดฝีมือที่เก่งกาจสามารถทำอะไรเช่นนี้ได้ด้วยงั้นรึ!!” ทางด้านหัวเชาฟานที่ยืนนิ่งมานาน ถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจ และตกตะลึง!เขาถึงกับนิ่งอึ้งไปเมื่อได้เห็นหลิงหยุนใช้วิชาเคลื่อนย้ายภูผาโยกย้ายซากปรักหักพังของบ้านพักตากอากาศจำนวนมากมาย ใช้เปลวเพลิงจากวิชาหงส์เล่นไฟทำการเผาผลาญทุกอย่างจนเหลือเพียงแค่เศษเถ้าหัวเชาฟานได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่านับเป็นความโชคดีของเขาที่ยอมจำนนต่อหลิงหยุนตั้งแต่ครั้งแรก และยอมเปิดทางให้เขาเข้าไปในบ้านพักตากอากาศแต่โดยดี!นับเป็นความโชคดีซ้ำสองที่เขาไม่คิดหลบหนีในระหว่างที่หลิงหยุนออกไปไล่ล่าคุนปา หาไม่แล้ว เขาคงจะมีสภาพไม่ผิดแผกไปจากกันแน่!แต่นี่นับเป็นความเฉลียวฉลาดของหัวเชาฟานที่เขาทำมาตั้งแต่เล็กจนโต!คงจะเป็นเรื่องน่าขันไม่น้อยหากแมลงเม่าอย่างเขาคิดที่จะล้มต้นไม้ยักษ์อย่างหลิงหยุน หัวเชาฟานเข้าใจแล้วว่า ในสายตาของหลิงหยุนนั้น ตนเองก็เป็นเพียงแค่มดปลวกตัวหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่หลิงหยุนกลับมาถึงรีสอร์ท เขาก็เห็นหัวเชาฟานเป็นดั่งอากาศธาตุ และไม่แม้แต่จะปรายตามองมาด้วยซ้ำไป