ตอนที่ 1133
บทที่ 1564 : นี่ล่ะชีวิต
October 22, 2026
บทที่ 1564 : นี่ล่ะชีวิต ในเมื่อชายชราให้เกียรติเขาเป็นแขกคนสำคัญของตระกูลเหอเช่นนี้หากหลิงหยุนยังดึงดันที่จะจากไปในตอนนี้ ก็เกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาท และทำร้ายจิตใจของผู้เฒ่าเหอจนเกินไป เขาจึงต้องอยู่ตามคำเชื้อเชิญ อีกอย่างเขาเองก็ต้องการที่จะดูว่า ชายชราจะมาไม้ไหนกันแน่ และอยากจะรู้ว่าเรื่องที่ผู้เฒ่าเหอเรียกประชุมนั้น จะเกี่ยวข้องกับตนเองเช่นใด หลังจากนั้นไม่นานนักภายในบริเวณบ้านหลังใหญ่ของเหออวี้ฉง ก็มีรถหรูทยอยขับเข้ามาจอดคันแล้วคันเล่า และเวลานี้ เหล่าสมาชิกตระกูลเหอก็เริ่มเดินทางมาถึงกันบ้างแล้ว แต่ผู้ที่มาถึงก่อนใครนั้นกลับเป็นทนายสองคน คนหนึ่งเป็นชายสูงวัย ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาว.. “คุณทนายทั้งสองคะนี่คือคุณหลิน!” “คุณหลินคะ..นี่คือทนายที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮ่องกงและมาเก๊าค่ะ นี่มิสเตอร์เวเบอร์เป็นทนายประจำตัวของคุณปู่ ส่วนนี่ก็ลินดาค่ะ เป็นทนายของฉันเอง!” หลังจากที่เห็นทนายทั้งสองคนเดินเข้ามาเหออวี้ฉงจึงรีบลุกขึ้น และแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันทันที หลิงหยุนพอจะรู้ว่ากฏหมายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในแถบนี้ มีการประชุมเหล่าสมาชิกของตระกูลเหอขึ้นทั้งที การมีทนายมาร่วมด้วยจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หลังจากที่เหออวี้ฉงแนะนำแล้วหลิงหยุนก็เพียงแค่พยักหน้ายิ้มๆ เป็นการทักทายทนายทั้งสองคนเท่านั้น มิสเตอร์เวเบอร์เองก็เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยให้หลิงหยุนเป็นการทักทายเช่นกันจากนั้นจึงได้เดินตรงเข้าไปหาเหอเหวินช่านทันที แต่ทนายสาวที่ชื่อลินดานั้นดูเหมือนจะค่อนข้างหงุดหงิด และไม่พอใจกับท่าทางไร้มารยาทของหลิงหยุนนัก และได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า ตระกูลเหอไปรู้จักกับคนไร้มารยาทแบบนี้ได้อย่างไรกัน แต่ถึงแม้เธอจะรู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดกับการแสดงออกที่ไม่สุภาพของหลิงหยุนนัก ในสายตาของเธอ หลิงหยุนก็เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าเท่านั้น หลังจากปรายตามองหลิงหยุนด้วยหางตาแล้ว เธอก็ไม่สนใจเขาอีกเลย และจงใจดึงเหออวี้ฉงให้ไปยืนคุยกับเธอตามลำพังที่ด้านข้างแทน ส่วนหลิงหยุนกลับยังคงดื่มชาด้วยสีหน้าท่าทางสงบนิ่งเช่นเคยเขาเห็นสีหน้าท่าทางการแสดงออกของลินดาอย่างชัดเจน แต่เขาก็มิได้สนใจกับปฏิกิริยาของเธอแม้แต่น้อย อีกอย่าง เขาเองก็อยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น และหากไม่ใช่เพราะเหอเหวินช่านขอร้องให้เขาอยู่ เขาเองก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักกับคนเหล่านี้ด้วยซ้ำไป..หลังจากที่ทนายทั้งสองคนนั่งลงได้ไม่นานเหล่าสมาชิกของตระกูลเหอก็เริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องรับแขก..ลูกชายและลูกสาวคนอื่นๆของเหอเหวินช่านแต่ละคนต่างก็มีทั้งลูกชายลูกสาว และหลานชายหลานสาวนับสิบ เฉพาะหลานสาวในวัยเดียวกับเหออวี้ฉงก็มีมากกว่าสิบคนแล้ว ไหนยังจะเด็กๆที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก เวลานี้ภายในห้องรับแขกจึงอัดแน่นไปด้วยสมาชิกของตระกูลเหอ จนบางคนไม่มีที่จะนั่งก็มีนี่นับเป็นการเปิดหูเปิดตาหลิงหยุนอย่างมากและเขาเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อย!ทุกคนที่อยู่ในนี้ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของเหอเหวินช่าน ซึ่งตามกฏหมายแล้ว แต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่มีสิทธิ์ที่จะได้รับมรดกของเขาเช่นกัน!หลิงหยุนอดไม่ได้ที่จะเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูสีหน้าท่าทางของเหอไฉทงซึ่งเวลานี้กำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาไม่ได้นึกตำหนิเหอไฉทงเลยแม้แต่น้อย ในฐานะที่เขาเป็นลูกชายคนโต และตระกูลเหอก็มีทายาทมากมายถึงเพียงนี้ หากเหอเหวินช่านตายไปโดยที่ไม่ได้จัดการแบ่งทรัพย์สมบัติให้เรียบร้อย และหากเหอไฉทงไม่ต่อสู้แย่งชิงด้วยตัวเองเช่นนี้ ถึงวันนั้นมรดกที่เหลือถึงมือของเขา คงจะมีไม่มากนัก!เวลาล่วงเลยไปจนใกล้เที่ยงในที่สุดสมาชิกคนสุดท้ายของตระกูลเหอก็เดินทางมาถึง เหออวี้ฉงเป็นผู้ไปรับ และพามาแนะนำให้หลิงหยุนรู้จักด้วยตัวเองหลิงหยุนที่นั่งนิ่งอยู่นานมากแล้วในที่สุดก็ได้โอกาสลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเสียที และเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปทักทายเหอไฉจ้าวพ่อของเหออวี้ฉงก่อนอีกอย่าง..ไม่แน่ว่าในวันข้างหน้า หากถังเมิ่งลงเอยกับเหออวี้ฉงจริง เหอไฉจ้าวก็จะกลายมาเป็นพ่อตาของถังเมิ่ง เขาจึงต้องให้หน้าเหอไฉจ้าวเสียหน่อย!ในขณะที่สมาชิกบางส่วนของตระกูลเหอที่อยู่ในห้องต่างก็หันไปมองหน้ากันด้วยความงุนงงสงสัยว่า ชายหนุ่มแปลกหน้าคนนี้เป็นใครกันแน่ และมีความสำคัญอย่างไร และเป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนในห้องจะสามารถจดจำได้ว่าเขาคือหลิงหยุนเพราะเวลานี้ นอกจากเขาจะเรียกแทนตนเองว่าหลินเทียนแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกของเขาก็ยังเป็นหลินเทียนอีกด้วย!“อะแฮ่ม..อะแฮ่ม..”หลังจากที่เหอเหวินช่านกระแอมออกมาสองครั้งเสียงดังหนวกหูภายในห้องก็เงียบลงในทันที!เหอเหวินช่านลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสง่าผึ่งผายสายตาของเขากวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่ทรงพลังอำนาจ“ฉันสั่งให้พวกแกมาประชุมไม่ได้สั่งให้พาลูกหลานมารวมตัว แล้วพวกแกพาเด็กๆที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมาด้วยทำไมกัน ขนลูกเล็กเด็กแดงมากันเต็มบ้านจนเสียงดังหนวกหูแบบนี้ จะประชุมกันได้ยังไง?”��