ตอนที่ 1137
บทที่ 1568 : แม้ตายก็ไม่เสียดาย
October 22, 2026
บทที่ 1568 : แม้ตายก็ไม่เสียดาย หลิงหยุนไม่รอช้าและเพียงแค่พริบตาเดียว ร่างของเหอเหวินช่านก็หายไปจากห้องรับแขก พร้อมกับโซฟาที่เขานั่งอยู่ เหอเหวินช่านสัมผัสได้ว่าฝ่าเท้าของตนเองนั้นคล้ายกำลังเหยียบอยู่บนอากาศที่ว่างเปล่า ความกลัวพลันแล่นเข้าจับหัวใจของเขาทันที เขาหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว แต่ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตนนั้นกำลังเคลื่อนที่ไปกลางอากาศด้วยความเร็ว มันคล้ายกับว่า..เขากำลังเหาะไป แต่กลับไม่มีสายลมพัดกระทบเข้าใส่ร่างกายเลยแม้แต่น้อย! เหอเหวินช่านมั่นใจว่าตนเองนั้นกำลังเหาะอยู่กลางอากาศอย่างแน่นอน และหลังจากนั้นไม่ถึงนาที เสียงพูดของหลิงหยุนก็ดังขึ้นข้างหูของเขา “อาวุโส..ลืมตาขึ้นได้แล้ว!” เหอเหวินช่านเปิดเปลือกตาขึ้นแต่แล้วก็รีบหลับตาลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ด้วยความตกใจกลัวอย่างมาก เขาถึงกับทิ้งร่างซุกลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง ในขณะที่ปากก็เฝ้ารำพึงรำพันว่า “นี่..นี่มัน..” หลิงหยุนตอบชายชรากลับไปทันที“ใช่แล้วอาวุโส! ท่านกำลังเหาะอยู่บนท้องนภา และเวลานี้พวกเราสองคนก็กำลังลอยอยู่เหนือท้องทะเลท่กว้างใหญ่!” “ในเมื่อต้องการให้ข้าแสดงอิทธิปาฏิหารย์ให้ดูเหตุใดจึงต้องทำเรื่องน่าเบื่อด้วยการไปเดินเล่นชายหาดด้วยเล่า อาวุโส.. ท่านลองก้มลงมองดูบ้านเมืองที่งดงามของบ้านเกิดตนเองดูสิ!” แม้ว่าหลิงหยุนจะเป็นประหนึ่งเซียนผู้วิเศษในสายตาของเหอเหวินช่านแต่เขาก็ยังคงเป็นห่วงชีวิตของตนเองอยู่ดี “ท่าน..ท่านเซียนหลิน.. พวกเราจะไม่ร่วงตกลงไปแน่ใช่มั๊ย” นั่นเพราะในความรู้สึกของเหอเหวินช่านนั้นหลิงหยุนได้พาเขาเหาะขึ้นมาบนท้องฟ้าที่สูงมากจริงๆ! “อาวุโสได้โปรดวางใจ..จะไม่มีการร่วงหล่นลงไปอย่างแน่นอน บนนี้มิได้แตกต่างจากที่อาวุโสนั่งอยู่ในห้องรับแขกเลยแม้แต่น้อย!” ด้วยคำปลอบโยนและน้ำเสียงที่ให้ความมั่นอกมั่นใจของหลิงหยุน ทำให้เหอเหวินช่านกล้าที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆหันไปมองทางซ้ายที ทางขวางที และเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอีกครู่หนึ่ง หลังจากที่เริ่มปรับตัวได้แล้ว เขาจึงได้ก้มหน้าลงมองไปยังผืนน้ำทะเลเบื้องล่าง และเวลานี้สายตาของเขาก็เห็นเพียงผืนน้ำขนาดใหญ่ที่มีคลื่นลูกแล้วลูกเล่า กำลังซัดสาดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด! “อาวุโส..รู้สึกเช่นใดบ้าง เหมือนกับมองลงมาจากเครื่องบินใช่หรือไม่?” “ใช่ๆ” เหอเหวินช่านพยักหน้าหงึกๆก่อนจะหันไปจ้องมองหลิงหยุนด้วยสีหน้าตกอกตกใจ ในขณะที่ปากก็พล่ามออกไปว่า“ท่านเซียนหลิน..ท่านเป็นเซียนในโลกมนุษย์จริงๆด้วย! ท่านเป็นเซียนจริงๆใช่หรือไม่”“อาวุโส..พวกเราอยู่บนท้องฟ้าแบบนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดมาได้ยินเรื่องที่พวกเราสนทนากัน ฉะนั้น ท่านมีอะไรต้องการจะถามข้า ก็เชิญถามมาได้เลย..”หลิงหยุนรู้ดีว่าเมื่อครั้งที่อยู่ในบ้านนั้น ชายชราได้เอ่ยคำพูดที่เป็นปริศนาออกมามากมาย คล้ายกับว่ายังมีเรื่องที่เขายังไม่สามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้ หลิงหยุนจึงต้องการให้ชายชราเอ่ยปากถามออกมาเพื่อจะได้คลายความสงสัย“ท่านเซียนหลิน..ผมลุกขึ้นยืนพูดจะได้มั๊ย”หลิงหยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า “เชิญอาวุโสตามสบาย ทำตัวให้เหมือนกับที่อาวุโสอยู่ในห้องรับแขกที่บ้านได้เลย!”เวลานี้หลิงหยุนไม่เพียงใช้โล่ลมปราณห่อหุ้มตนเองกับเหอเหวินช่านไว้ แต่ยังปลดปล่อยลมปราณออกมาไว้ที่ปลายเท้าด้วย ทำให้ห้วงอากาศใต้ฝ่าเท้าแข็งเสมือนกับกำลังยืนอยู่บนผืนดินเหอเหวินช่านทดลองใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบและกดลงไปและพบว่า อากาศใต้ฝ่าเท้าของตนนั้น มีลักษณะแข็งเหมือนพื้นดิน เขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะกัดฟันและตัดสินใจลุกขึ้นยืนเหอเหวินช่านยังคงยืนเกร็งและค่อยๆใช้หัวแม่โป้งเท้ากดลงบนอากาศใต้ฝ่าเท้าเบื้องหน้าอีกครั้ง และเมื่อพบว่าไม่มีปัญหาอะไร เขาจึงค่อยกล้ายืดกายยืนตรงได้อย่างเต็มที่“ท่านเซียนหลินไม่ทราบว่านี่เป็นเวทย์มนต์วิเศษของท่านเซียน หรือว่าพวกเรากำลังยืนอยู่บนเมฆในตำนานโบร่ำโบราณที่เล่าขานกันมาแน่” เหอเหวินช่านเอ่ยถามหลิงหยุนด้วยความรู้สึกประหลาดใจเวลานี้ เขารู้สึกว่าตนเองไม่ใช่ชายแก่อายุเก้าสิบกว่าปี แต่กลับกลายเป็นเด็กน้อยอายุเจ็ดแปดขวบ ที่มีแต่ความสงสัยใคร่รู้อยู่มากมายเต็มไปหมด“ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง!” เหอเหวินช่านร้องบอกหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นหลิงหยุนยิ้มให้กับชายชราก่อนจะเริ่มอธิบายให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ความจริงแล้วนี่หาใช่เมฆไม่ แต่มันคือพลังปราณจากภายในร่างกายของข้า พลังปราณที่ถูกผนึกหลอมหลวมจนมีลักษณะคล้ายของแข็ง แต่สายตาของมนุษย์ทั่วไปไม่อาจมองเห็นได้..”“พลังปราณเหล่านี้ไม่เพียงเปลี่ยนเป็นพื้นดินที่มองไม่เห็นดังที่ท่านกำลังยืนอยู่นี้ ข้ายังได้ใช้มันสร้างเป็นโล่กันลมให้กับท่านด้วย เพียงแต่ตาเนื้อของมนุษย์ไม่อาจมองเห็นได้เท่านั้น จึงดูคล้ายกับว่าข้าเป็นเซียนหรือเทพที่มนต์คาถาวิเศษนั่นเอง!”“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เองหรอกรึ!”เหอเหวินช่านพึมพำออกมาเบาๆและในที่สุดเขาก็ได้รู้ความจริงในเรื่องเหนือธรรมชาตินี้..หลังจากนั้นเหอเหวินช่านก็ค่อยๆเดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุนใกล้ๆ ระหว่างนั้นก็ไม่ลืมที่จะกระทืบเท้าลงไปบนอากาศที่ว่างเปล่าไปด้วย และเมื่อไปถึง เหอเหวินช่านก็ได้พูดกับหลิงหยุนด้วยท่าทางเคารพนบนอบ“เหอเหวินช่านบังอาจของถามชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของท่านเซียนจะได้หรือไม่”