ตอนที่ 1151
บทที่ 1582 : เข้าสู่ด่านสุดท้ายขั้นพลังชี่! มู่หลงเฟยจื่อถึงกับนิ่งเงียบขึ้นมาทันที!
October 22, 2026
บทที่ 1582 : เข้าสู่ด่านสุดท้ายขั้นพลังชี่! มู่หลงเฟยจื่อถึงกับนิ่งเงียบขึ้นมาทันที! หลิงหยุนเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวจึงได้แต่เลิกคิ้วสูงพร้อมกับถามขึ้นด้วยความสงสัย “นี่..มีคนข่มเหงรังแกเจ้าจริงๆงั้นรึ พวกมันรนหาที่ตายชัดๆ!” “ไม่..ไม่ใช่อย่างนั้น!” มู่หลงเฟยจื่อรีบร้องบอกหลิงหยุนและอธิบายให้เขาฟังอย่างรวดเร็ว “ฉันอยู่ที่นี่ไม่มีใครข่มเหงรังแกอะไร ธุรกิจก็ราบรื่นดี เพียงแต่…” คิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยและหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังคิดหาคำพูด แล้วจึงเล่าให้หลิงหยุนฟังว่า “มีผู้ชายที่มีฐานะแล้วก็มีอำนาจอิทธิพลเพียงแค่สองคนเท่านั้น ที่ชอบอ้างเรื่องธุรกิจกับงานเลี้ยง เพื่อมาคอยตามติดฉันไม่หยุด.. หลิงหยุนได้แต่ฟังนิ่งเงียบ.. มู่หลงเฟยจื่อมาอยู่เกาะฮ่องกงนานขนาดนี้หากไม่มีชายหนุ่มให้ความสนอกสนใจหญิงสาวหน้าตางดงามอย่างนางเลย ย่อมแสดงว่าผู้ชายฮ่องกงคงจะตาบอดกันไปหมดแล้วแน่ๆ แต่หลิงหยุนก็รู้ดีว่ามู่หลงเฟยจื่อนั้นสามารถเอาตัวรอดจากชายหนุ่มที่คอยตามตื๊อได้ไม่ยาก นางจึงคร้านที่จะเล่าเรื่องไร้สาระเหล่านี้ให้เขาฟัง แต่การที่นางเอ่ยถึงชายทั้งสองคนนี้ขึ้นมา ย่อมแสดงให้เห็นว่า นางเองคงเริ่มจะหมดความอดทนกับอีกฝ่ายแล้วจริงๆ “มีมากกว่าหนึ่งด้วยงั้นรึ!เอาล่ะ.. บอกข้ามาว่าพวกมันเป็นใคร?” หลิงหยุนเอ่ยถาม พร้อมกับแสยะยิ้ม “นี่นายอย่าเข้าใจฉันผิดนะ!” มู่หลงเฟยจื่อหันไปมองหลิงหยุนและจากสีหน้าของเขาเวลานี้ ก็บ่งบอกว่ากำลังโมโหไม่น้อย เธอจึงรีบอธิบายให้เขาฟังอย่างรวดเร็ว “ปกติแล้วผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้ามาตามตื๊อฉัน ฉันแค่บอกว่ามีแฟนแล้ว พวกเขาก็จะยอมล่าถอยทันที..” “มีเพียงแค่สองคนนี้เท่านั้นล่ะที่ไม่ยอมไปไหนสักที! อาจเป็นเพราะทั้งคู่มีธุรกิจที่ต้องติดต่อกับศาลาเทียนสี่ก็ได้ พวกเขาก็เลยตามติดฉันทุกวันอย่างกับพวกสต๊อกเกอร์ แต่โชคดีที่กฏหมายฮ่องกงค่อนข้างเข้มงวด พวกเขาก็ทำได้แค่ตามตื๊อฉันไปวันๆ แต่ไม่กล้าทำอะไรเกินเลยมากไปกว่านั้น..” “หึ!ก็ลองทำดูสิ!” หลิงหยุนทำเสียงเย้ยหยัน “เอาล่ะ บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าพวกมันสองคนเป็นใคร” “นี่นายหึงฉันเหรอ”มู่หลงเฟยจื่อเหลือบมองหลิงหยุน พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ แต่สายตาของหลิงหยุนกลับบอกว่า– ถ้าพวกมันไม่กลัวตายก็ลองดู ข้าจะฆ่ามันทิ้งเสีย แล้วเอาเนื้อไปโยนให้สุนัขกิน!“ไม่ต้องห่วง..ฉันเอาตัวรอดได้!” มู่หลงเฟยจื่อรีบร้องบอกหลิงหยุนให้มั่นใจ“คนแรกชื่อว่าหลิวชุนเซียงเป็นนักลงทุนของเกาะฮ่องกง ตอนนี้อายุห้าสิบกว่าปี เรียกได้ว่าอยู่เกินครึ่งชีวิตมาแล้วล่ะ!”“ส่วนอีกคนเป็นหนุ่มเพลย์บอยชื่อเปาเฉียงเป็นลูกชายเปาต้าเฉิง นักธุรกิจเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงเกาะฮ่องกง!”‘หลิวชุนเซียงกับเปาเฉียงงั้นรึ’หลิงหยุนจดจำชื่อนี้ไว้ในใจก่อนจะถามออกไปเพื่อความมั่นใจ “แน่ใจนะว่าพวกมันจะไม่กล้าทำอะไรเจ้า”“ไม่กล้าแน่!”มู่หลงเฟยจื่อตอบกลับยิ้มๆ“ถ้าพวกเขากล้าทำไม่ดีกับฉัน ฉันคงขอให้ท่านปู่โทรบอกนายตั้งนานแล้วล่ะ!”หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะย้ำกับหญิงสาวว่า “แต่ในเมื่อพวกมันสองคนบังอาจมาตามตื๊อเจ้า ข้าคงไม่ปล่อยมันไปง่ายๆแน่ ต้องให้บทเรียนเล็กๆน้อยๆบ้าง พวกมันจะได้หลาบจำ..”“แล้วแต่นาย!”มู่หลงเฟยจื่อไม่ขัดและได้แต่จ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ที่นี่ไม่ใช่จิงฉู แต่เป็นเกาะฮ่องกง ซึ่งเสมือนโลกส่วนตัวของมู่หลงเฟยจื่อกับหลิงหยุน เธอจึงรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ และสามารถพูดจากับเขาได้อย่างสบายอกสบายใจมากขึ้น“เฟยจื่อ..ข้ามีบางอย่างจะให้เจ้าดู!”“หืมม..อะไรเหรอ!”“เจ้าเห็นก็จะรู้เอง!”หลิงหยุนจัดการเรียบตราหยกจักรพรรดิออกมาหว่างคิ้วจากนั้น ตราหยกขนาดเล็กนิดเดียว ก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆต่อหน้าต่อตาหญิงสาว“พระเจ้า!นี่มันตราหยกเทียนสี่ที่ฉันให้นายไปนี่!” มู่หลงเฟยจื่อร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ“ใช่แล้ว!นี่เป็นมรดกตกทอดของตระกูลเจ้าที่เคยมอบให้กับข้า แต่ข้าเรียกมันว่าตราหยกจักรพรรดิ เจ้าจับตาดูให้ดีนะ!”