ตอนที่ 1154
บทที่ 1585 : เส้นลมปราณสุกสว่าง
October 22, 2026
บทที่ 1585 : เส้นลมปราณสุกสว่าง เวลานี้ทั้งหลิงหยุนและโจวเหวินอี้ต่างก็เป็นอาวุโสของหน่วยนภา ทั้งคู่จึงนับว่ามีศัตรูคนเดียวกัน เมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนสามารถยึดเรือพิฆาตของทหารอเมริกันมาได้ โจวเหวินอี้ก็ถึงกับยิ้มกว้างออกมาทันที แต่เมื่อได้ยินคำพูดประโยคต่อมาของหลิงหยุน รอยยิ้มนั้นกลับอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว “ส่งคนมาขับเรือกลับไปได้เลยอย่างนั้นหรือ!” โจวเหวินอี้ได้แต่ตกตะลึงและเมื่อได้สติ เขาจึงรีบถามหลิงหยุนกลับไปทันที “แล้วคนบนเรือเล่า อย่าบอกนะว่าเจ้าสังหารพวกเขาตายหมดแล้ว!” โจวเหวินอี้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลหน่วยนภาแม้เขาจะมิได้สนใจเรื่องของกองทัพนัก เพราะหน้าที่ของเขาคือดูแลเหล่าชาวยุทธ แต่เขาก็รู้ว่าเรือพิฆาตนั้นใหญ่โตเพียงใด อีกทั้งยังมีถึงสามลำ ฉะนั้นบรรดาลูกเรือของเรือทั้งสามลำ คงจะมีไม่ต่ำกว่าพันแน่ หากหลิงหยุนลงมือสังหารพวกเขาตายหมด ย่อมต้องเกิดเรื่องใหญ่โตอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้! หลิงหยุนถึงกับหัวเราะร่วนอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินน้ำเสียงตกอกตกใจของโจวเหวินอี้ “ฮ่าๆๆๆ ขวัญอ่อนเหลือเกินนะอาวุโสโจว! ข้าย่อมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร จึงมิได้สังหารพวกมันเลยแม้แต่คนเดียว เวลานี้เรือทั้งสามลำไม่มีทหารเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว ข้าไม่มีเวลาดูแลจัดการ จึงได้โทรมาขอความช่วยเหลือจากท่านอย่างไรเล่า!” “โอ้..ขอบคุณสวรรค์!” โจวเหวินอี้ถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความโล่งอกแต่หลังจากนั้น จึงเอ่ยถามหลิงหยุนด้วยความสงสัย “เจ้ามิได้สังหารผู้ใดแม้แต่คนเดียวงั้นรึ!เช่นนั้น.. เหตุใดพวกเขาจึงยอมทิ้งเรือไปง่ายๆโดยไม่ขัดขืนเช่นนี้? เท่าที่ข้ารู้มา เรือพิฆาตของอเมริกันมีอาวุธทันสมัยมากมาย อีกทั้งยังมีถึงสามลำเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เจ้าจะยึดมาโดยที่พวกเขาไม่ตอบโต้!” “ไม่เห็นมีอะไรจะต้องแปลกใจ!ในเมื่ออาวุธของข้าเหนือกว่าอาวุธของพวกมันหลายเท่านัก!” หลิงหยุนเอ่ยตอบพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์“อาวุธของข้าก็คือกระแสไฟแรงสูง.. พวกมันถึงได้หวาดกลัวจนยอมทิ้งเรือหนีไปอย่างไรเล่า” “กระแสไฟแรงสูงงั้นรึหมายความเช่นใดกัน” โจวเหวินอี้ร้องถามด้วยสีหน้างุนงง“ข้าลืมไป!ข้ายังไม่ได้บอกกับท่านสินะ คืนนี้ข้าเพิ่งจะทะลวงขั้นได้ จึงเหาะมารับทัณฑ์สวรรค์ที่นี่ ทัณฑ์เมฆาก็ได้ลอยตามร่างของข้ามาด้วย เฮ้อ.. ต้องโทษที่พวกมันโชคร้ายเองต่างหาก!”“….”โจวเหวินอี้ได้แต่นิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออกเขาอดที่จะจินตนาการภาพอันน่าสยดสยองนั้นไม่ได้ เพราะเพียงแค่คนตระกูลหลิงสามคนรับทัณฑ์สวรรค์ในคืนนั้น ยังน่ากลัวและสยดสยองยิ่งนัก แต่นี่เป็นหลิงหยุน!โจวเหวินอี้ได้แต่ส่ายศรีษะไปมาอย่างนึกเห็นใจก่อนจะถามหลิงหยุนต่อ..“เจ้าปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาแล้วปล่อยพวกเขากลับไปเช่นนี้ มิเท่ากับเปิดเผยฐานะของตนเองให้พวกเขารู้หรืออย่างไร”“เฮ้อ..อาวุโสโจว! นี่ท่านคิดว่าพวกมันจะมีโอกาสได้เห็นใบหน้าของข้างั้นรึ”โจวเหวินอี้ยังคงไม่เข้าใจและได้แต่เอ่ยถามหลิงหยุนออกไปว่า “อ่อ.. นี่เจ้าคงจะปิดหน้าปิดตา ทำตัวเป็นโจรสลัดปล้นเรือสินะ”หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆ“ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ที่แน่ๆ พวกมันกลับไป คงไปบอกเล่าให้ผู้อื่นฟังว่า พวกมันได้พบกับเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติเป็นแน่!”“ฮ่าๆๆๆๆๆ”โจวเหวินอี้หัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุขก่อนจะบอกกับหลิงหยุนต่อว่า “เอาล่ะข้าเข้าใจแล้ว! เจ้ารีบส่งตำแหน่งของเรือมาให้ข้า และช่วยอยู่เฝ้าเรือทั้งสามลำไว้ก่อน ข้าจะรีบส่งคนไปจัดการเดี๋ยวนี้!”เรือพิฆาตลำหนึ่งมีมูลค่านับพันล้านหลิงหยุนยึดมาได้ถึงสามลำเช่นนี้ มีหรือที่โจวเหวินอี้จะไม่ตื่นเต้นดีใจ และเวลานี้เขาก็วุ่นวายอยู่กับวิทยุสื่อสารในมือส่วนหลิงหยุนนั้นหลังจากที่ส่งตำแหน่งของเรือให้โจวเหวินอี้ไปแล้ว ก็ได้อยู่เฝ้าเรือให้ตามที่เขาบอก แต่เนื่องจากเป็นเวลาตีสามครึ่งพอดี หลิงหยุนจึงมิได้รออยู่บนเรือ แต่เหาะขึ้นไปบนท้องนภาฝึกวิชาดาราคุ้มกายแทน