ตอนที่ 1158
บทที่ 1589 : ขั้นปาเฉิงชี่
October 22, 2026
บทที่ 1589 : ขั้นปาเฉิงชี่ “พอล..เหตุใดเจ้าจึงได้บินช้านัก เจ้ากลายร่างเป็นค้างคาวมิดีกว่ารึ?” หลังจากที่หลิงหยุนและพอลเหาะออกจากฝั่งได้ไม่นานนักหลิงหยุนก็ต้องหันกลับไปมองพอลที่บินตามมาอย่างเชื่องช้า จนอดที่จะกระแนะกระแหนไม่ได้ พอลในร่างของนกยักษ์ถึงกับทำสีหน้ากระอักกระอ่วนในขณะที่ร้องตะโกนตอบหลิงหยุนกลับไปว่า “เจ้านายที่เคารพท่านเหาะเร็วถึงเพียงนั้น ต่อให้ข้ากลายร่างเป็นค้างคาว ก็ไม่สามารถบินตามเจ้านายได้ทันอยู่ดี..” หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมา“ที่ข้าให้เจ้ากลายร่างเป็นค้างคาวนั้น มิใช่เพื่อให้เจ้าบินไล่ตามข้าให้ทัน แต่ข้าจะให้เจ้าเกาะข้าไปต่างหากเล่า!” “อ่อ..ข้าเข้าใจแล้ว!” พอลร่ายมนต์แวมไพร์แปลงร่างเป็นค้างคาวตัวเล็กทันทีแต่เนื่องจากมันไม่ใช่แวมไพร์ชั้นต่ำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ถึงแม้จะกลายร่างเป็นค้างคาว แต่ก็เป็นค้างคาวที่มีขนาดใหญ่โตกว่าหนึ่งฟุต และมีรัศมีสีม่วงทอประกายเจิดจ้าออกมาอีกด้วย “ข้อดีของแวมไพร์อย่างพวกเจ้าก็คือมีมนต์คาถาที่สามารถทำให้ตนเองกลายร่างเป็นอะไรก็ได้!” หลิงหยุนบ่นพึมพำพร้อมกับยื่นมือออกไปคว้าร่างค้างคาวสีม่วงมาไว้ในมือ พร้อมกับร้องตะโกนบอกพอลว่า “เอาล่ะรีบไปกันดีกว่า!” หลิงหยุนต้องการไปให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยเร็วเขาจึงเหาะไปด้วยความเร็วสูงสุดของตน ซึ่งมีอัตราความเร็วสูงถึงยี่สิบเจ็ดกิโลเมตรต่อวินาทีเลยทีเดียว! นอกจากพอลจะตกตะลึงกับอัตราความเร็วอันน่าอัศจรรย์นี้มันยังหวาดกลัวอย่างมากด้วย และไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามองไปรอบตัว แต่ถึงแม้พอลจะลืมตามอง มันก็คงมองไม่เห็นอะไรอยู่ดี เพราะภาพที่เห็นคงจะเบลอจนแยกแยะไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร.. หลิงหยุนเองก็รู้ดีว่าด้วยอัตราความเร็วเช่นนี้ กายเนื้อของพอลย่อมไม่อาจทานทนได้แน่ เขาจึงได้ใช้โล่ลมปราณครอบร่างของพอลไว้อีกที ส่วนตัวเขาเองนั้น เหาะไปโดยไม่มีเครื่องป้องกันใดๆ มีเพียงแค่ดวงตาของเขาเท่านั้นที่ไม่อาจทานทนต่อแรงเสียดทานที่รุนแรงได้หลังจากที่เหาะไปได้ไม่กี่อึดใจ ดวงตาของหลิงหยุนก็เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา และในที่สุด เขาก็ต้องใช้โล่ลมปราณปกป้องดวงตาทั้งสองข้างของตนเองไว้ หลังจากที่เหาะไปได้อีกสักระยะหนึ่งหลิงหยุนก็เริ่มรู้สึกว่า ด้วยอัตราความเร็วเช่นนี้ กายเนื้อของเขาก็เริ่มจะทานทนไม่ได้เช่นกัน คล้ายกับว่าจะสามารถถูกสายลมรุนแรงฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเมื่อใดก็ได้ เขาจึงได้ลดความเร็วลงเหลือกึ่งหนึ่ง.. หลังจากที่ลดความเร็วลงแล้วหลิงหยุนก็ไม่จำเป็นต้องมีโล่ลมปราณปกป้องอีก พอลเองก็ร้องตะโกนออกมาอย่างสนุกสนาน “สนุกจริงๆ!” หลังจากที่สัมผัสได้ว่าหลิงหยุนเริ่มลดอัตราความเร็วในการเหาะลงแล้ว พอลจึงกล้าลืมตาขึ้นมองสิ่งรอบตัว แต่เนื่องจากยี่สิบวินาทีก่อนหน้านี้ที่หลิงหยุนเหาะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นเส้นตรง ด้วยความเร็วสูงสุดนั้น ทำให้สิ่งที่พอลเห็นคือโลกที่เป็นทรงกลม! หากมีใครสักคนได้เห็นภาพที่หลิงหยุนเหาะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นจะพบว่าร่างของเขาไม่ต่างจากขีปนาวุธที่ถูกยิงขึ้นจากท้องทะเลเบื้องล่าง และกำลังทะยานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นการที่พอลมองลงไปเห็นเส้นโค้งวงกลมของโลกนั้น จึงมิใช่เรื่องโอ้อวดเกินจริงนัก! “จะ..เจ้านาย.. นี่พวกเราอยู่ที่ไหน”“พอล..เจ้าไม่ดีใจรึที่ได้ออกมาสัมผัสชั้นบรรยากาศนอกโลกเช่นนี้” หลิงหยุนเอ่ยถามในขณะที่ยังคงพุ่งทะยานสูงขึ้นไปเรื่อยๆ“เจ้านายที่เคารพนี่ท่านอยากให้ข้ามีประสบการณ์ที่ดี หรือต้องการฆ่าข้ากันแน่”พอลในร่างของค้างคาวได้แต่ยืนตัวแข็งไม่ไหวติงมีเพียงศรีษะของมันเท่านั้นที่ส่ายไปไปมา ราวกับต้องการจะประท้วงการกระทำของหลิงหยุน“ถึงแม้จะเป็นบริวารแต่ข้าก็มีหัวใจนะเจ้านาย ท่านฆ่าข้าได้ แต่ไม่ควรทำให้ข้าหวาดกลัวถึงเพียงนี้!”“ฮ่าๆๆตกลง! เช่นนั้นพวกเราค่อยมาเที่ยวนอกโลกใหม่วันหลัง!”หลิงหยุนลดความเร็วลงและคิดได้ว่าเขายังมีภารกิจที่ต้องไปสะสางให้เสร็จสิ้น ร่างของหลิงหยุนค่อยๆเอียงลง และกำลังเบนศรีษะลงสู่ผืนทะเลเบื้องล่างแทน “อ๊าก!!!”พอลกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวจนหลิงหยุนต้องตวาดกลับไป“หยุดร้องตะโกนเสียที!ข้าหนวกหูจะแย่อยู่แล้ว!”และด้วยความโมโหหลิงหยุนจึงได้เอื้อมมือขึ้นมาบีบคอของค้างคาวพอลไว้ เพื่อมิให้มันสามารถส่งเสียงร้องออกมาได้อีก ในเมื่อไม่มีทางเลือก พอลจึงได้แต่หลับตาปี๋“เอาล่ะลืมตาขึ้นได้แล้ว! พอล.. เจ้ามันช่างขี้ขลาดยิ่งนัก!”หลังจากกลับสู่โลกและกำลังเหาะอยู่เหนือท้องทะเลนั้นหลิงหยุนก็เอ่ยบอกพอล พร้อมกับปล่อยมือออกจากลำคอของมัน“เอาล่ะพวกเรามาถึงซานย่าแล้ว!”ระยะทางจากฮ่องกงมาถึงซานย่านั้นหากบินเป็นเส้นตรงก็จะราวหกร้อยกิโลเมตร และหลิงหยุนก็สามารถเหาะมาถึงที่นี่ได้ โดยใช้เวลาเพียงแค่สองนาทีกว่าๆเท่านั้น นับเป็นความเร็วที่น่าตกใจยิ่งนัก เพราะแม้แต่แวมไพร์ขั้นแกรนด์ดยุคที่แข็งแกร่งอย่างพอล ยังถึงกับหวาดกลัวจนต้องกรีดร้องออกมาพรึบ!พอลกลายร่างกลับเป็นนกยักษ์ในร่างมนุษย์ตามเดิมพร้อมกับบินหนีห่างจากร่างของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว แล้วจึงร้องตะโกนบอกหลิงหยุนไปว่า“เจ้านายที่เคารพหากข้าจำไม่ผิด เจสเตอร์เองก็พูดได้หลายภาษาเช่นกัน..”หลิงหยุนถึงกับหัวเราะร่วนเมื่อได้ฟังคำพูดของพอลมันอับอายเกินกว่าจะบอกหลิงหยุนไปตามตรง จึงได้บอกกับเขาเป็นนัยๆว่า หากวันหน้าหลิงหยุนต้องการทำอะไรเช่นนี้อีก สามารถเรียกใช้เจสเตอร์แทนตนเองได้นั่นเอง“อืมม..เจ้ากล่าวได้มีเหตุมีผล เจสเตอร์ไม่ขี้ขลาดเหมือนเจ้า!” หลิงหยุนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เจ้านายที่เคารพข้าไม่เข้าใจจริงๆ หากท่านเหาะมาด้วยความเร็วตามปกติ ก็สามารถมาถึงที่นี่ได้อย่างรวดเร็วแล้ว เหตุใดยังต้อง..”พอลไม่กล้าที่จะเอ่ยคำพูดที่อยู่ในใจออกไปจึงได้หยุดไว้เพียงเท่านั้น หลิงหยุนหันไปมอง พร้อมกับพูดแทนว่า“ทำอะไรบ้าๆแบบนั้นรึ”