ตอนที่ 1162
บทที่ 1593 : สังหารคนยะโส
October 22, 2026
บทที่ 1593 : สังหารคนยะโส ความจริงแล้วก่อนที่หลิงหยุนจะปรากฏตัวขึ้นใกล้ๆกับห้องโถงสี่เหลี่ยมนี้ ปรมาจารย์ทั้งสามท่าน ก็ได้รับรู้ถึงการมาของหลิงหยุนก่อนหน้าแล้ว ปรมาจารย์ทั้งสามนี้ก็คือผู้ที่มีฝีมือสูงส่งที่สุดภายในสำนักหมื่นพุทธรูปแห่งนี้ ซึ่งได้แก่ท่านอาจารย์กระทิง ท่านอาจารย์จันทร์ และท่านอาจารย์พายุ การปรากฏตัวของหลิงหยุนทำให้ท่านอาจารย์กระทิงถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับตื่นตระหนกตกใจนัก เขายังคงนั่งสงบนิ่ง และเพียงแค่ปรายตามองอาจารย์จันทร์ กับอาจารย์พายุเท่านั้น ในเวลานั้นอาจารย์จันทร์ยังคงนั่งหลับตานิ่ง ราวกับว่ากำลังดำดิ่งอยู่ในสมาธิ แต่ทุกคนในห้องโถงกลับมองเห็นชัดเจนว่า แสงสว่างที่เปล่งประกายออกจากศรีษะของเขานั้น ค่อยๆหดตัวลง และหายเข้าไปในร่างอย่างรวดเร็ว จากนั้นสีหน้าของอาจารย์จันทร์ก็เปลี่ยนไปทันที แม้จะแอบถอนหายใจอยู่ภายใน แต่ภายนอกกลับยังคงนั่งสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว ทางด้านอาจารย์พายุที่มีรูปร่างสูงใหญ่แตกต่างจากชายไทยทั่วไปนั้นเวลานี้ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด จึงเผยให้เห็นผิวสีเนื้อทองแดงที่ดูแข็งแกร่งดุดัน บ่งบอกว่ามีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะออกไปเผชิญหน้ากับศัตรู และหากมิใช่เพราะมีท่านอาจารย์กระทิงและท่านอาจารย์จันทร์อยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้ด้วยอาจารย์พายุคงจะพุ่งทะยานออกไปประมือกับหลิงหยุนแล้วเป็นแน่ เวลานี้อาจารย์กระทิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิผสานมือไว้ด้านหน้า ศรีษะก้มต่ำลงเล็กน้อยนั้น หลังจากที่ได้ปรามอาจารย์พายุแล้ว สายตาของเขาก็เหลือบมองไปทางศิษย์สำนักหมื่นพุทธรูปสองคน ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ทั้งคู่ก็คือไวยและบูชา.. ทั้งสองคนไม่เพียงเป็นศิษย์กลุ่มแรกของสำนักหมื่นพุทธรูปแต่ยังเป็นผู้ที่สำนักหมื่นพุทธรูป ส่งไปเป็นตัวแทนเมื่อมีการจัดงานชุมนุมของชาวยุทธพันธมิตรหนานหยางทุกครั้งด้วย และที่อาจารย์กระทิงปรายตามองไปทางพวกเขาทั้งสองคนนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่เข้าใจภาษาจีนและสามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดีนั่นเอง “ไวย..เขาเป็นใคร แล้วเมื่อครู่พูดว่าอะไร?” อาจารย์กระทิงเจ้าสำนักเอ่ยถามขึ้น ไวยตอบกลับด้วยท่าทางนอบน้อมเคารพยิ่ง“เรียนท่านเจ้าสำนัก ผู้บุกรุกเข้ามาแจ้งว่าตนเองชื่อหลินเทียน เขามาที่นี่เพื่อขอคำชี้แนะจากพวกเราชาวยุทธแห่งพันธมิตรหนานหยางครับ..” “หลินเทียน!นี่เขาคือหลินเทียนจริงๆหรือนี่!” บูชาร้องคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเสียงเคียดแค้นดวงตาทั้งสองข้างมีไฟโทสะลุกโชนคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน พร้อมกับเอ่ยต่อในทันที “ท่านเจ้าสำนัก..ท่านอาจารย์คุนปาที่พันธมิตรของเราส่งไปปฏิบัติภารกิจที่เกาะมาเก๊า ก็ถูกคนผู้นี้สังหารตายด้วยเช่นกัน!” “หึ!!”อาจารย์จันทร์ทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจหลังจากที่ได้ฟังคำบอกเล่าของศิษย์ ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกายด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมกับคำรามออกมา“หากไม่ใช่เพราะความโง่เขลาและความโลภโมโทสันของชาวพันธมิตรหนานหยางบางคน ที่คิดอยากจะครอบครองทรัพย์สมบัติของตระกูลเหอแล้วล่ะก็ สำนักหมื่นพุทธรูปของเรา คงจะไม่ต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่นี้แน่!”แม้บูชาจะไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่กล้าโต้เถียงอาจารย์จันทร์ จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตานิ่งเงียบ และไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองอีกเลย ทางด้านอาจารย์พายุที่นั่งขัดสมาธิอยู่นั้นหันไปมองอาจารย์จันทร์พร้อมกับตอบโต้กลับไปว่า “นี่อาจารย์จันทร์ ในเมื่อศัตรูก็มาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว การพูดเช่นนี้ยังจะมีประโยชน์อะไรอีกเล่า”“และถึงแม้ผมจะไม่สามารถมองเห็นขั้นพลังของคนผู้นี้ได้แต่ผมเชื่อว่า หากพวกเราทั้งสามร่วมมือกัน ต้องสามารถเอาชนะได้แน่!”ดูเหมือนอาจารย์พายุจะไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับอาจารย์จันทร์เป็นอย่างมาก..อาจารย์พายุเป็นคนที่มีนิสัยมุทะลุดุดันและตอนนี้เขาก็กำลังต้องการที่จะประมือกับศัตรูอย่างหลิงหยุนมากอาจารย์จันทร์แสร้งทำเป็นหูทวนลมและไม่ได้นึกถือสาคำพูดของอาจารย์พายุเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปมองอาจารย์พายุด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา พร้อมกับพูดขึ้นว่า“แต่จากความรู้สึกของผมคุณไม่มีทางเอาชนะคนผู้นี้ได้แน่! และในที่นี้ ก็ไม่มีใครสักคนที่จะสามารถเอาชนะเขาได้เช่นกัน ใบหน้าและรูปลักษณ์ของเขาที่พวกเราเห็นอยู่ในเวลานี้ ก็ไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของเขา แต่เป็นใบหน้าที่ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อปิดบังใบหน้าที่แท้จริงไว้ต่างหาก!”‘และในคืนนี้ทุกคนที่นี่จะไม่มีใครสามารถมีชีวิตรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!’ แต่คำพูดประโยคนี้อาจารย์จันทร์กลับมิได้เอ่ยออกไปแต่หากไม่มีการกระทบกระทั่งหรือต่อสู้กันเกิดขึ้น ไม่แน่ว่าอาจจะมีศิษย์สองหรือสามคน ที่จะรอดชีวิตไปได้!“ผมไม่เชื่อ!ผมไม่เชื่อว่าพวกเราจะเอาชนะคนผู้นี้ไม่ได้!”หลังจากนั้นอาจารย์พายุก็หันไปสั่งลูกศิษย์ทั้งห้าของตนเองว่า “พวกเจ้าทั้งห้า ออกไปพร้อมกับข้า!”นอกเหนือจากไวยและบูชาแล้ว ทั้งสามคนต่างก็เป็นศิษย์รุ่นน้องของคนทั้งคู่ และหนึ่งในนั้นชื่อว่าพยัคฆ์ กมีศักดิ์เป็นน้องชายของอาจารย์พายุด้วย!ร่างของอาจารย์พายุกระโดดนำศิษย์ทั้งห้าออกจากห้องโถงสี่เหลี่ยมไปที่ลานจตุรัสกลางแจ้งทันที และเวลานี้ทั้งหมดก็ไปยืนประจันหน้าอยู่กับหลิงหยุน ทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างกันราวสามสิบเมตรได้หลิงหยุนได้เห็นและได้ยินสิ่งที่คนของสำนักหมื่นพุทธรูปสนทนากันหมดแล้ว และในความเห็นของเขา อาจารย์จันทร์น่าจะเป็นผู้ที่มีนิสัยรักสงบ มากกว่าจะมีเรื่องหลิงหยุนไม่รีบร้อนเอ่ยปากเจรจาออกไปเพราะทั้งสองฝ่ายต่างพูดกันละภาษา ต่อให้เขาจะพูดอะไรก็คงจะไร้ประโยชน์ เขาจึงได้แต่ยืนนิ่ง และกำลังรอคอยให้ทุกคนออกมาจากห้องโถงให้หมด