ตอนที่ 1165
บทที่ 1596 : รนหาที่ตาย!
October 22, 2026
บทที่ 1596 : รนหาที่ตาย! เวลานี้..ภายในลานจตุรัสด้านนอกของสำนักหมื่นพุทธองค์ เริ่มเกิดความโกลาหลวุ่นวายมากขึ้น หลังจากที่หลิงหยุนได้ถล่มสำนักเทียนหลิงไปจนกระทั่งบุกมาถึงหน้าประตูสำนักหมื่นพุทธรูปนี้ เวลาก็ได้ล่วงเลยไปมากกว่าสองชั่วโมง ในช่วงระยะเวลานี้ สำนักหมื่นพุทธรูปจึงพอมีเวลาที่จะเชื้อเชิญศิษย์และอาจารย์จากสำนักต่างๆทั่วประเทศ ให้มาร่วมกันรับมือกับศัตรูที่กำลังจะบุกมา และเวลานี้ศิษย์และอาจารย์จากสำนักต่างๆ ก็ได้มารวมตัวกันอยู่หน้าลานจตุรัสแห่งนี้แล้ว ในบรรดาพระสงฆ์กว่าสองร้อยรูปนี้มีทั้งผู้ที่อยู่ในขั้นก่อสร้างรากฐาน และอยู่ในขั้นพลังชี่ระดับต่างๆแล้ว ในสายตาของพวกเขา การรับมือกับผู้บุกรุกเพียงแค่คนเดียว ด้วยกำลังคนที่มากมายเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ออกจะเกินไป ด้วยเหตุนี้เมื่อหลิงหยุนบุกเข้ามา อาจารย์หลายท่านกลับไม่เห็นด้วย ที่จะช่วยกันรุมเขาเพียงคนเดียว และดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจกับการกระทำเช่นนี้สักเท่าไหร่ พวกเขาไม่เชื่อว่า ผู้บุกรุกเพียงแค่คนเดียว จะสามารถทำอะไรได้มากนัก แต่เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังอาจารย์หลายท่านก็เริ่มตระหนักว่า ความคิดของพวกตนนั้นช่างไร้สาระสิ้นดี เพราะความแข็งแกร่งของชาวยุทธจากเมืองจีนผู้นี้ น่าสะพรึงกลัวกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มากนัก! นั่นเพราะหลิงหยุนสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วอย่างน่าอัศจรรย์เขาเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระ แม้จะมีศัตรูรอบกายคอยขัดขวาง แม้แต่ศิษย์ และอาจารย์ที่มีฝีมือสูงส่งของสำนักหมื่นพุทธรูป ก็ยังถูกหลิงหยุนจับตัวได้อย่างง่ายดาย และต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า “หนีเร็ว!” หลังจากที่เห็นหลิงหยุนจับร่างของพยัคฆ์ซึ่งอยู่ในขั้นก่อสร้างรากฐานแต่เวลานี้กลับมีสภาพที่ไม่ต่างจากตายทั้งเป็นโยนออกมานั้น ศิษย์หมื่นพุทธรูปหลายคนต่างก็พากันหวาดกลัว และต้องการที่จะหนีเอาชีวิตรอด! และกลุ่มที่หนีไปก่อนใครๆก็คือกลุ่มที่อาจารย์พายุฝากน้องชายไว้ในความดูแลนั่นเอง ศิษย์กลุ่มนี้ล้วนเข้าสู่ขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) แล้ว แต่ทุกคนกลับไม่ลังเลที่จะหนีเอาชีวิตรอด และรีบพาร่างสลบไสลของพยัคฆ์พุ่งตรงไปที่หน้าประตู หลิงหยุนได้เปิดจิตหยั่งรู้ครอบคลุมไว้ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสำนักหมื่นพุทธรูปทำให้เขาสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวทุกอย่างได้ชัดเจน มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยให้ศัตรูหนีรอดไปได้ง่ายๆ หลิงหยุนกระโดดหมุนตัวตามศิษย์กลุ่มนั้นของสำนักหมื่นพุทธรูปไปอย่างรวดเร็วและเพียงแค่พริบตาเดียว ก็ไปยืนขวางหน้าพวกเขาทั้งหมดไว้ได้แล้ว.. ในสายตาของหลิงหยุนเวลานี้ยอดฝีมือในขั้นจิ่วเฉิงชี่ ล้วนไม่แตกต่างจากลูกแกะในกำมือ ที่เขาสามารถลงมือสังหารได้อย่างง่ายดาย หลิงหยุนจัดการจี้จุดของพวกเขาทีละคน ไม่นานนักทั้งหมดก็ไม่ต่างจากหุ่นกระบอก ที่ถูกหลิงหยุนลากกลับไปที่เดิมได้อย่างง่ายดาย “คิดจะหนีงั้นรึ!พวกเจ้าฝันไปแล้ว!” หลิงหยุนเกือบตายเพราะความปราณีเมื่อครั้งที่ปล่อยศิษย์สำนักเทียนหลิงไป เขาจะไม่ยอมทำผิดพลาดเพราะความใจอ่อนเป็นครั้งที่สองแน่! บูม!หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้ปลดปล่อยกระแสวนหยิน–หยางออกมาจากร่าง พายุหมุนลูกใหญ่ปกคลุมไปทั่วทั้งลานจตุรัสแห่งนี้ ก่อนจะเริ่มดูดเอาพลังปราณจากศิษย์ที่อยู่ในขั้นก่อสร้างรากฐานเข้ามาอย่างคลุ้มคลั่งก่อนหน้านี้หลิงหยุนไม่สามารถใช้กระแสวนหยิน–หยาง ดูดเอาพลังปราณในขั้นก่อสร้างรากฐานจากศิษย์สำนักหมื่นพุทธรูปเข้าไปได้ แต่หลังจากที่ได้รับพลังพุทธะบริสุทธิ์เข้าไปก่อนหน้านี้ ทำให้เขาสามารถดูดซับเอาพลังของยอดฝีมือเหล่านี้เข้าไปได้อย่างไร้ซึ่งอุปสรรคในเวลาเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวกระแสวนหยิน–หยางก็ได้ดูดเอาพลังปราณจากพระสงฆ์นับร้อยรูปที่อยู่ในบริเวณนั้นเข้าไป หลังจากที่พลังปราณถูกดูดเข้าไปจนหมด เสียงกรีดร้องก็ดังระงมขึ้นทั่วทั้งบริเวณอีกครั้ง!“ท่านเจ้าสำนักช่วยข้าด้วย!”“ท่านผู้คุ้มกฏช่วยพวกเราด้วย!พลังปราณของพวกเราถูก…”“อ๊าก!!”กรแสวนหยิน–หยางนั้นหมุนไปด้วยความเร็วที่สูงยิ่งจึงยากที่จะมีผู้ใดหนีรอดจากรัศมีของมันได้ ผู้ที่ถูกพายุหมุนดูดเอาพลังปราณออกไปจากร่าง ต่างก็พากันกรีดร้องโหยหวนจนดังระงมไปทั่ว“โอ้!ไม่นะ..” อาจารย์พายุไม่คิดไม่ฝันว่าความมุทะลุของตนเอง จะนำพาหายนะใหญ่หลวงมาสู่สำนักหมื่นพุทธรูปได้มากถึงเพียงนี้ จึงได้แต่กรีดร้องออกมาด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ บุกเข้าจู่โจมหลิงหยุนด้วยคทาในมืออีกครั้งบูม!เวลานี้หลิงหยุนเองก็มีของวิเศษเช่นเดียวกันเขาจึงได้แต่ยืนนิ่ง และไม่คิดที่จะหลบหนีแม้แต่น้อย ทันทีที่อาจารย์พายุบุกจู่โจมเข้ามา เขาก็ได้เรียกตราจักรพรรดิเข้ามาขวางกั้นคทาในมือของอาจารย์พายุไว้ เกิดเป็นแสงสีทองสุกสว่างปะทะกับแสงสีขาวเจิดจ้า และมีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณในขณะเดียวกันนั้นกระแสวนหยิน–หยางก็ยังคงทำหน้าที่ดูดซับเอาพลังปราณเข้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง พระสงฆ์บางรูปถึงกับตกใจจนตายไปเลยก็มีการจู่โจมของอาจารย์พายุดูเหมือนจะไม่มีผลใดๆกับหลิงหยุนแม้เขาจะเคียดแค้นมากเพียงใด แต่ก็รู้ตัวดีว่าไม่อาจเอาชนะหลิงหยุนได้ หากยังฝืนต่อไปก็เท่ากับรนหาที่ตายอาจารย์พายุได้แต่ล่าถอยกลับมาและตรงเข้าไปหาอาจารย์กระทิงกับอาจารย์จันทร์ ที่ยังคงนั่งสงบนิ่งราวกับผืนน้ำ พร้อมกับพูดขึ้นว่า“ท่านกระทิงท่านจันทร์ หลินเทียนบุกมาอาละวาดเข่นฆ่าศิษย์ภายในสำนักราวกับผักปลาเช่นนี้ พวกท่านทั้งสองยังจะวาดฝันถึงการไม่สูญเสียเลือดเนื้อ หรือการเจรจาต่อรองอีกงั้นรึ”“แต่สำหรับข้า– พายุ.. ต่อให้คืนนี้ต้องสิ้นชีพ ก็จะต้องนำเจ้าคนชั่วช้านี้ไปลงนรกให้ได้!”