ตอนที่ 1166
บทที่ 1597 : เจ้ามีลำแสง ข้ามีสายฟ้า!
October 22, 2026
บทที่ 1597 : เจ้ามีลำแสง ข้ามีสายฟ้า! นับว่าโชคดีที่เป็นเพียงแค่เงาพุทธองค์มิใช่การอัญเชิญพุทธองค์มาจริงๆ หาไม่แล้ว ด้วยพลังบ่มเพาะและความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ คงยากที่จะสามารถต้านทานได้ หลิงหยุนพอคาดเดาได้ว่าวิชาที่อาจารย์พายุใช้อยู่นี้ น่าจะต้องคล้ายคลึงกับพญางูโอโรชิซึ่งนินจาญี่ปุ่นเคยจะใช้สังหารตน และพญามารทมิฬที่ซูกงถูแห่งพรรคมาร เคยอัญเชิญมาสู้กับตนเช่นกัน ในบางสำนักนั้นจะมีวิชาที่ใช้อัญเชิญดวงจิตของเหล่าปีศาจต่างๆ ลงมาต่อสู้กับศัตรูแทนตนเอง แต่ต้องใช้ร่างกายเป็นเครื่องบูชา แลกด้วยเลือดเนื้อ และอายุที่ถูกลดทอนลง แต่ผู้ที่จะทำเช่นนี้ได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายและพลังแกร่งกล้ามากเช่นกัน และสำนักที่บูชาปีศาจนั้นจะถนัดในการใช้วิชานี้มากที่สุดแต่ละสำนักก็จะบูชาปีศาจแตกต่างกันไป ในเมื่อบูชาปีศาจอยู่ทุกวี่ทุกวันย่อมต้องรู้จักวิธีที่จะอัญเชิญดวงจิตของปีศาจที่ตนบูชา มาต่อสู้กับศัตรูแทนตนเองได้ เมื่อถึงคราวคับขันหรือจำเป็น แต่เงาพุทธองค์ที่อาจารย์พายุใช้อยู่นั้นแตกต่างกับการอัญเชิญปีศาจของเหล่าสำนักบูชามารในจุดนี้ เพราะเงาพุทธองค์นี้หาใช่ร่างขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าจริงๆไม่ เป็นเพียงแต่การเปลี่ยนพลังพุทธะในกาย ให้เป็นเงาของพระองค์เท่านั้น จึงเรียกว่าเงาพุทธองค์! แต่ผู้ที่จะสามารถเปลี่ยนพลังปราณในร่างให้เป็นเงาพุทธองค์ได้นั้นข้อแรก.. จะต้องปวารณาตนเป็นศิษย์พุทธองค์ และสำเร็จพลังปราณในขั้นก่อสร้างรากฐานเสียก่อน อีกทั้งดวงตาเห็นธรรมต้องปรากฏ หาไม่แล้วก็จะไม่สามารถเปลี่ยนพลังพุทธะบริสุทธิ์ในร่าง ให้เป็นเงาพุทธองค์ได้ ข้อที่สอง..จะต้องเป็นผู้ที่สวดมนต์ภาวนาอยู่ตลอดวันตลอดคืน และภายในจิตใจจะต้องมีองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าสถิตตราตรึงมิรู้เลือน หากแม้แต่ภาพของพุทธองค์ภายในใจยังไม่แจ่มชัด จะสามารถสร้างเงาพุทธองค์ขึ้นมาได้อย่างไรกัน และข้อสุดท้ายหากคนผู้นั้นได้ตัดสินใจเปลี่ยนพลังพุทธะในร่างให้เป็นเงาพุทธองค์แล้ว แม้จะสามารถรอดตายจากการถูกสังหารมาได้ ก็จะต้องสูญสิ้นพลังพุทธคุณในกาย และต้องใช้ไม่ต่ำกว่าแปดหรือสิบปี กว่าที่จะสามารถฟื้นฟูพลังทั้งหมดให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ แม้ข้อสุดท้ายนี้จะเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดแต่ก็มีประโยชน์ไม่น้อย เพราะถึงแม้ว่าหลังจากนั้นจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูพลังอีกนานหลายปี แต่หากสามารถฟื้นฟูพลังกลับมาได้สำเร็จ ระดับความเข้าใจในแก่นพุทธศาสนาก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และด้วยเหตุนี้อาจารย์พายุจึงค่อนข้างลังเลก่อนที่จะตัดสินใจใช้วิชานี้ แต่ในที่สุด เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะกลั่นพลังพุทธะบริสุทธิ์ในร่าง ให้เป็นเงาพุทธองค์ออกมาจัดการหลิงหยุน และเวลานี้ดวงจิตของเขาก็คือเงาพุทธองค์! นี่คือข้อแตกต่างจากการอัญเชิญปีศาจออกมาต่อสู้แทนของสำนักบูชาปีศาจเพราะทั้งร่างและจิตใจล้วนเป็นของปีศาจตนนั้น! หลิงหยุนใช้กระบี่โลหิตเทวะกระหน่ำฟันเข้าไปที่ฝ่ามือพุทธองค์นับสิบครั้งแต่ไม่มีสักครั้งเลยที่จะสามารถตัดทำลายฝ่ามือที่แข็งแกร่งนี้ได้ เมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์กระทิงเจ้าสำนักและท่านอาจารย์จันทร์ยอมลงมือแล้ว อาจารย์พายุจึงไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลใจอีก เขาได้รวบรวมพลังบีบฝ่ามือพุทธองค์ให้แน่นมากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อที่จะสังหารหลิงหยุนให้จงได้อาจารย์พายุจึงไม่สนใจว่า จะต้องสูญเสียอะไรไปมากเพียงใด ขอเพียงแค่ให้สามารถสังหารเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ก็เป็นพอ! “อ๊าก!!” หลิงหยุนซึ่งถูกบีบแน่นอยู่ภายในฝ่ามือใหญ่นั้นแม้จะโคจรดาราคุ้มกายขั้นสุดไว้ ทำให้ไม่มีบาดแผลใดๆเกิดขึ้นกับร่างกาย แต่ภายใต้แรงบีบคั้นที่รุนแรงเช่นนั้น ร่างกายของเขาจึงถูกบีบจนบิดเบี้ยว กระดูกแทบจะหักรวมกันเป็นลูกบอล เสียงกระดูกลั่นกร๊อบๆแต่ละครั้ง ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับหลิงหยุน จนถึงกับหน้าซีดขาวเลยทีเดียวนับตั้งแต่การต่อสู้ที่ทะเลสาปผอหยางมาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากที่สุด!ก่อนหน้าที่หลิงหยุนจะเดินทางมาที่สำนักหมื่นพุทธรูปนี้เขาคิดเพียงแค่ว่าจะมาจัดการกับเจ้าสำนักและระดับหัวหน้าเพียงแค่สองสามคนเท่านั้น หลังจากนั้นจะดูดซับเอาพลังปราณในร่างของศิษย์ทุกคนก่อนจะจากไป มิได้คิดที่จะเข่นฆ่าอะไร เพราะอย่างน้อยอีกฝ่ายก็คือศิษย์พุทธองค์!แต่เวลานี้ดูเหมือนหลิงหยุนได้เปลี่ยนความคิดแล้ว! “โล่ลมปราณ!”ภายใต้แรงบีบคั้นและความเจ็บปวดหลิงหยุนได้ปลดปล่อยพลังปราณในร่างออกมา สร้างเป็นโล่ลมปราณปกคลุมร่างกายของตนเองไว้ พร้อมกับค่อยๆขยายพื้นที่ภายในให้กว้างขึ้นฟิ้ว!หลิงหยุนใช้พลังจิตของตนควบคุมหอกมังกรทองที่อยู่ด้านนอกให้พุ่งเข้าใส่ร่างของอาจารย์พายุอย่างรวดเร็ว เพราะหากไม่มีอาจารย์พายุ ฝ่ามือยักษ์นี้ก็จะไม่สามารถทำอะไรเขาได้อีกแต่หลิงหยุนกลับพบว่าสิ่งที่เขาคิดว่าง่ายนั้น กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด!ไม่รู้ว่าอาจารย์พายุล่วงรู้ความคิดของตนได้อย่างไรฝ่ามือยักษ์อีกข้างปรากฏขึ้น พร้อมกับฟาดเข้าใส่หอกมังกรทองที่พุ่งทะยานเข้ามาใกล้ จนกระเด็นออกไปทันที!บูม! หลังจากนั้นฝ่ามือขนาดใหญ่ที่บีบรัดร่างของหลิงหยุนอยู่นั้น ก็เปลี่ยนมาจับร่างของเขากระแทกลงกับพื้นแทน ราวกับต้องการที่จะให้กลายร่างของเขาแหลกเหลว กลายเป็นเพียงก้อนเนื้อก้อนหนึ่งเท่านั้นในเมื่อหอกมังกรทองเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำอะไรอาจารย์พายุได้หลิงหยุนจึงได้บังคับของวิเศษทั้งสี่ชิ้นของตน ให้พุ่งเข้าจู่โจมอาจารย์พายุพร้อมกันในคราเดียวในเมื่อจิตใจของอาจารย์พายุเป็นหนึ่งกับเงาพุทธองค์หากเขาสามารถสังหารอาจารย์พายุได้ เงาพุทธองค์นี้ก็จะสลายไปด้วยเช่นกัน!ท่านอาจารย์จันทร์ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้กระจกวิเศษของเขาหันไปทางร่างของอาจารย์พายุทันที แล้วลำแสงสีขาวสว่างเจิดจ้า ก็พุ่งเข้าปกคลุมร่างของอาจารย์พายุไว้ได้ทันท่วงทีแน่นอนว่าของวิเศษทั้งสี่ของหลิงหยุนนั้น ต่อให้สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วเพียงใด ก็ไม่อาจเร็วไปกว่าความเร็วของลำแสงจากกระจกวิเศษของอาจารย์จันทร์ได้ ทำให้อาวุธทั้งสี่ชิ้นของหลิงหยุน ไม่สามารถแม้แต่จะสัมผัสร่างของอาจารย์พายุได้หลิงหยุนได้แต่แอบคิดในใจว่าสมแล้วที่สำนักหมื่นพุทธรูปมีสารานุศิษย์สืบทอดมานานนับพันปี และยืนหยัดเป็นหนึ่งในสำนักที่แข็งแกร่งแห่งพันธมิตรหนานหยางที่ผ่านมานั้นยอดฝีมือแข็งแกร่งที่สุดที่หลิงหยุนเคยประมือมาด้วยนั้น เห็นจะมีเพียงแค่ตี๋เฮ่ออี้แห่งสำนักกระบี่เทียนซานเท่านั้น แต่ยังไม่เคยพบเจอผู้ใดที่แข็งแกร่งกว่าเลย แต่ตอนนี้หลิงหยุนเข้าใจแล้วว่า การที่เขายังไม่พบเจอผู้ที่แข็งแกร่งกว่าขั้นก่อสร้างรากฐานนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี..