ตอนที่ 1167
บทที่ 1598 : สิ้นชื่อ
October 22, 2026
บทที่ 1598 : สิ้นชื่อ บูม! เมื่อท่านอาจารย์พายุสิ้นใจตายเงาพุทธองค์ขนาดใหญ่จึงแตกสลายไปด้วย และได้กลายเป็นพลังพุทธะบริสุทธิ์จำนวนมหาศาล! หลิงหยุนพุ่งทะยานเข้าไปอยู่ท่ามกลางพลังพุทธะบริสุทธิ์นี้จุดฝังเข็มทั่วร่างของเขาเปิดออก เผยให้เห็นแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าที่อยู่ภายใน จากนั้นพลังพุทธะบริสุทธิ์ทั้งหมด ก็ถูกดูดซับเข้าไปในร่างของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ได้สำรวจเข้าไปดูภายในร่างกายของตนเอง และพบว่า จุดฝังเข็มทั่วทั้งร่างของเขาที่มีรัศมีวงกลมสว่างเจิดจ้าประหนึ่งดวงตะวันนั้น เวลานี้ดวงตะวันเล็กๆแต่ละดวง กลับสุกสว่างยิ่งกว่าเดิม และทอประกายแสงต่อเนื่องกันเป็นทางยาว ราวกับเส้นไหม หากมองเพียงผิวเผินอาจดูคล้ายกับดวงดาราบนท้องฟ้า ที่กำลังห้อยอยู่กับตาข่ายสีขาวขนาดใหญ่ จุดฝังเข็มทุกจุดทั่วร่างกายเปล่งประกายด้วยพลังแห่งศรัทธา แสงสว่างสีขาวที่เชื่อมต่อกันไปทั่วทุกจุดฝังเข็มตามร่างกายนั้น ดูราวกับเป็นเส้นทางใหม่ที่ลี้ลับของพลังชี่ ซึ่งอยู่นอกเหนือจากเส้นลมปราณ แม้พลังปราณภายในร่างของหลิงหยุนจะไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณแต่แน่นอนว่าย่อมต้องผ่านจุดฝังเข็มทั่วร่าง และทุกครั้งที่พลังปราณเคลื่อนผ่านแสงสว่างจากดวงตะวันเล็กๆเหล่านั้น ก็เปรียบเสมือนกับการชะล้างสิ่งสกปรก ทำให้พลังปราณที่เคลื่อนเข้าสู่จุดซือไห่นั้นบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น และเวลานี้ จุดซือไห่ของหลิงหยุนก็สามารถกลั่นเสินหยวนได้เร็วขึ้นมาก จนร่างกายสามารถดึงไปพัฒนาดินแดนในสมองได้อย่างเต็มที่ “พลังศรัทธาซึ่งเกิดจากการสวดมนต์ภาวนามีอานุภาพถึงเพียงนี้เชียวรึ” หลิงหยุนถึงกับพึมพำออกมาด้วยความตกใจเมื่อค้นพบอานุภาพแห่งพลังศรัทธา! แต่เดิมนั้นหลิงหยุนไม่เคยมีความศรัทธาในเรื่องความเชื่อทางศาสนาเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเสมอว่านั่นเป็นเรื่องหลอกลวง เขาเชื่อว่าความก้าวหน้าของตนเองนั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ที่ผ่านๆมาเขาจึงปฏิเสธในเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด และลึกลงไปในจิตใจก็ไม่เคยยอมรับ แต่ตอนนี้เขากลับตระหนักและสัมผัสได้ว่า พลังศรัทธานั้นมีอยู่จริง และพลังนี้ก็ได้ช่วยรักษาจุดฝังเข็มของเขา และช่วยให้เส้นลมปราณภายในร่างแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย.. ถึงแม้ว่าหลิงหยุนจะไม่สามารถใช้พลังศรัทธานี้ในการต่อสู้ได้แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันมีอยู่.. เมื่อครั้งที่อยู่จิงฉูนั้นหลิงหยุนเพียงแค่ต้องการช่วยเหลือคนยากคนจนที่ถูกไล่ที่ จึงได้แจกเงินให้กับทุกคนในจำนวนที่สามารถตั้งตัวได้เลยทีเดียว และไม่ได้คิดว่าเป็นบุญเป็นคุณอะไร แต่สิ่งที่ชาวจิงฉูตอบแทนเขากลับมานั้นกลับเป็นพลังศรัทธาซึ่งเกิดจากการสวดมนต์ภาวนาของพวกเขา และพลังศรัทธานี้ก็เปรียบเสมือนยาอายุวัฒนะสำหรับหลิงหยุน หาไม่แล้ว เขาก็คงไม่สามารถดูดซับเอาพลังพุทธะเข้าไปในร่างได้ แล้วพลังศรัทธาที่เกิดจากคนเป็นพันเป็นแสน เป็นล้าน และเป็นพันๆล้านเล่า จะทรงอานุภาพมากเพียงใด หลายคนต่างก็รู้ว่าศาสนาพุทธถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนานสองพันกว่าปีแล้ว อีกทั้งยังมีพุทธศาสนิกชนกระจายอยู่ทั่วโลก และหากผู้ที่ศรัทธาในพุทธศาสนาทั่วทั้งโลก สวดมนต์ภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกัน จะเกิดเป็นพลังศรัทธาที่มีอานุภาพสูงส่งมากเพียงใดกัน.. ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้นก็มีผู้ศรัทธาในพุทธศาสนาอยู่มากมาย ศิษย์พุทธองค์ที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่เขาจากมา จึงมีนับพันๆล้าน แต่เมื่อคิดมาได้ถึงตอนนี้หลิงหยุนก็พลันรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที และถึงกับต้องถอนหายใจออกมา‘นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องอะไรเหล่านี้..’ศิษย์สำนักหมื่นพุทธรูปที่อยู่ภายใต้หลังคาของฉัตรห้าสีนั้นหลังจากที่เห็นหลิงหยุนสังหารท่านอาจารย์พายุตาย ก็ได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวหลิงหยุนเห็นว่าของวิเศษทั้งสี่ชิ้นไม่สามารถทำลายพลังป้องกันของฉัตรห้าสีได้ จึงได้เรียกกลับคืนมา เขาชี้ปลายกระบี่โลหิตเทวะในมือ ไปทางเหล่าศิษย์พุทธองค์ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของฉัตรห้าสี พร้อมกับร้องตะโกนท้าทาย“ผู้ใดกล้าประมือกับข้าก็ออกมาได้เลย!”อาจจะดูเหมือนว่าหลิงหยุนกำลังท้าทายทุกคนแต่สายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่ร่างของท่านอาจารย์กระทิง กับท่านอาจารย์จันทร์เท่านั้น! นั่นเพราะคนอื่นๆล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา และผู้ที่มีคุณสมบัติจะประมือกับเขาได้ในเวลานี้ ก็มีเพียงท่านอาจารย์ทั้งสองนี้เท่านั้น!ทันทีที่รัศมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวของกระบี่โลหิตเทวะแผ่กระจายออกมาเหล่าศิษย์ของสำนักหมื่นพุทธองค์ก็ถึงกับขนลุกขนชันด้วยความสยดสยอง–ท่านจันทร์..ทำเช่นใดดี-ท่านอาจารย์กระทิงเห็นสีหน้าท่าทางดุดันของหลิงหยุนก็ได้แต่ปรึกษาท่านอาจารย์จันทร์ผ่านทางกระแสจิตท่านอาจารย์จันทร์ตอบกลับด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความขมขื่น..–หากยังไม่เกิดการประมือและเข่นฆ่ากันเกิดขึ้นข้าย่อมมีวิธีที่จะทางรอดได้ แต่เวลานี้ ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้ว การยอมจำนนจึงไม่เกิดประโยชน์อันใดอีกต่อไป!-–แล้วการหนีเล่า-–ชาวยุทธผู้นี้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งนักต่อให้คิดจะหนี ก็ยากที่จะหนีพ้นได้!-ท่านอาจารย์กระทิงได้แต่กัดฟันกรอดพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนที่อยู่ตรงหน้า –เช่นนี้ก็คงต้องยอมสู้จนตัวตายทั้งหมด!-ท่านอาจารย์จันทร์หลับตาลงเล็กน้อยพร้อมกับตอบไปว่า –ขอข้าเจรจากับเขาก่อน ดูว่าเขาจะมีท่าทีเช่นใด-หลังจากที่ท่านอาจารย์ทั้งสองปรึกษากันแล้วอาจารย์จันทร์ก็กระโดดออกจากร่มเงาของฉัตรห้าสีไปหาหลิงหยุนทันที และเวลานี้ เขาก็อยู่ห่างจากหลิงหยุนไปเพียงแค่สองเมตรเท่านั้นท่านอาจารย์จันทร์ยกฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นกลางอกเขาโน้มศรีษะลงเล็กน้อยพร้อมเอ่ยกับหลิงหยุนว่า“สหาย..ข้าคือผู้คุ้มกฏแห่งสำนักหมื่นพุทธรูปนามว่าจันทร์ พวกเราได้ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของท่านแล้ว ไม่ทราบว่าพอมีสิ่งใดที่ทางสำนักของเรา จะสามารถทำให้กับท่านเพื่อเป็นการไถ่โทษได้บ้าง” หลังจากกล่าวจบท่านอาจารย์จันทร์ก็ได้หันหน้าไปทางบูชา ซึ่งเป็นผู้เดียวที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาจีนได้ในเวลานี้