ตอนที่ 1168
บทที่ 1599 : เงื่อนไข
October 22, 2026
บทที่ 1599 : เงื่อนไข หลิงหยุนยืนอยู่กลางลานจตุรัสพร้อมกับจับร่างของไวยที่ไร้ประโยชน์แล้ว โยนลงไปที่พื้น สำนักหมื่นพุทธรูปกลายสภาพเป็นนรกบนดินในทันทีซากศพเกลื่อนกลาดลานจตุรัส โลหิตสีแดงไหลเจิ่งนองราวกับสายน้ำ เสียงร้องโหยหวนดังระงม บ่งบอกถึงความหวาดกลัวสิ้นหวังของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และกำลังจะตาย ถึงแม้ว่าหลิงหยุนจะทำการสังหารครั้งใหญ่แต่เขาก็ลงมือเฉพาะกับยอดฝีมือในขั้นก่อสร้างรากฐาน ผู้ที่เข้าสู่ด่านสุดท้ายขั้นพลังชี่ และผู้ที่คิดจะหนีเท่านั้น ส่วนผู้ที่อยู่ในด่านกลางขั้นพลังชี่ลงมา เขายังคงปราณีไว้ชีวิต.. แต่แน่นอนว่าผู้ที่หลิงหยุนไว้ชีวิตนั้น ก็ได้ถูกเขาดูดเอาพลังปราณเข้าไปในร่างจนหมดแล้ว และนับจากนี้ไป คนเหล่านี้จะไม่สามารถฝึกบ่มเพาะพลังได้อีก การที่หลิงหยุนทำเช่นนี้ย่อมต้องมีเหตุผล.. เขาต้องการสร้างความหวาดผวาให้กับชาวยุทธพันธมิตรหนานหยางและให้ผู้ที่รอดชีวิตในวันนี้ ได้จดจำค่ำคืนอันน่าสะพรึงกลัว และสยดสยองนี้ไปตลอด จะได้นำไปเล่าสู่ให้ผู้อื่นฟัง เพื่อมิให้ใครหน้าไหนกล้าคิดที่จะเข้าไปก่อความวุ่นวายให้กับประเทศของเขาอีก! และเวลานี้กลางลานจตุรัสก็มีเพียงคนสามคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่.. หลิงหยุนยืนอยู่ตรงข้ามท่านอาจารย์กระทิงกับท่านอาจารย์จันทร์และดูหมือนว่าเวลานี้ทั้งคู่จะเหนื่อยล้าอ่อนแรงยิ่งนัก พวกเขาได้พยายามอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะต้านทานเทพแห่งสงครามอย่างหลิงหยุนได้ จึงได้แต่มองศิษย์พุทธองค์ถูกเข่นฆ่าราวกับผักปลา โดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ แม้กระทั่งปรมาจารย์ที่มีฝีมือสูงส่งทั้งสองคนยังไม่สามารถแม้แต่จะทำลายเกราะป้องกันของหลิงหยุนได้ นับประสาอะไรกับการที่จะไล่ล่าให้ทันกับความเร็วของหลิงหยุนเวลานี้ ทั้งคู่จึงทำได้เพียงแค่จ้องมองศิษย์พุทธองค์ถูกสังหารไปคนแล้วคนเล่า ด้วยความรู้สึกเศร้าโศก อัปยศอดสู และเวลานี้ความหวาดกลัวก็ได้ครอบงำพวกเขาอย่างสมบูรณ์! ใบหน้าของท่านอาจารย์กระทิงถึงกับซีดขาวและในระหว่างที่กวาดสายตามองหายนะรอบตัวนั้น ภายในใจก็ได้แต่คิดว่า ครานี้สำนักหมื่นพุทธรูปเป็นอันต้องจบสิ้นลงแล้วจริงๆ! ท่านอาจารย์จันทร์จ้องมองหลิงหยุนด้วยดวงตาแดงก่ำแววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น พร้อมกับร้องตะโกนใส่หน้าหลิงหยุนอย่างไม่นึกเกรงกลัว “เหตุใดจึงต้องทำถึงเพียงนี้นี่เจ้าไม่หวาดกลัวเวรกรรมเลยหรืออย่างไร จึงได้กล้าเข่นฆ่าศิษย์พุทธองค์ตายมากมายถึงเพียงนี้?” หลิงหยุนยังคงยืนสงบนิ่งจิตใจของเขามิได้รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจคำพูดของท่านอาจารย์จันทร์ แต่ก็พอคาดเดาความหมายได้จากสีหน้าท่าทางของอีกฝ่าย หลิงหยุนลังเลเล็กน้อยก่อนจะหันมองไปทางบูชาที่นอนกองอยู่กับพื้นไกลๆ พร้อมกับร้องสั่งด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “เจ้าแปลสิ่งที่เขากล่าวให้ข้าฟัง..” “ข้าไม่ต้องการให้เจ้าศิษย์ชั่วทำหน้าที่นี้อีก!”ท่านอาจารย์จันทร์ร้องคำรามออกมาเสียงดังร่างทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยความโกรธ เขายกฝ่ามือขึ้นซัดใส่ศรีษะของบูชาทันที!ปัง!กะโหลกศรีษะของบูชาแยกออกจากกันสมองไหลออกมากองนอกร่าง ก่อนจะกลายเป็นเพียงแค่ซากศพไร้ลมหายใจที่นอนกองอยู่กับพื้นท่านอาจารย์จันทร์ลงมือสังหารบูชาผู้ที่เป็นต้นเหตุนำหายนะ และความตายมาสู่เหล่าศิษย์พุทธองค์ด้วยตัวเอง แล้วจึงหันไปสั่งไวยที่กำลังนอนพะงาบๆกำลังจะตายอยู่บนพื้น พร้อมกับถ่ายเทพลังพุทธะบริสุทธิ์ให้“ไวย..เจ้าแปลให้เขาฟัง!”หลิงหยุนเพียงแค่ยืนมองและไม่คิดห้ามปรามท่านอาจารย์จันทร์เลยแม้แต่น้อย เพราะเข้าใจดีว่า อีกฝ่ายต้องการสื่อสารกับตนเอง“ท่านอาจารย์..ศิษย์.. ศิษย์ผิดไปแล้ว! ศิษย์เสียใจที่ไม่ฟังคำทัดทานของท่านอาจารย์ตั้งแต่แรก ดึงดันที่จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรหนานหยางให้ได้ ศิษย์คิดไม่ถึงจริงๆว่า การตัดสินใจครั้งนั้น จะนำพาหายนะใหญ่หลวงมาสู่สำนักของเรา..”หลังจากได้รับพลังพุทธะบริสุทธิ์ที่ท่านอาจารย์จันทร์ถ่ายเทให้จนมีเรี่ยวแรงคำพูดมากมายก็พร่างพรูออกจากปากของไวยด้วยความสำนึกผิด“ไวย..ในเมื่อเวลาก็ได้ล่วงเลยมาถึงจุดนี้แล้ว เจ้าคิดได้ตอนนี้ยังจะมีประโยชน์อะไรอีกเล่า”ท่านอาจารย์จันทร์เอ่ยขัดขึ้นมาและตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “เจ้าเองก็พอจะเข้าใจจุดประสงค์ของสหายผู้นี้ดีแล้ว เขาบุกมาถึงที่นี่ก็เพื่อทำลายสำนักหมื่นพุทธรูปของเรา ผู้ที่มีพลังบ่มเพาะเหนือด่านกลางขั้นพลังชี่ขึ้นไป ล้วนแล้วแต่ถูกสังหารตายจนสิ้น ฉะนั้น ทั้งข้าและท่านกระทิงก็คงจะถูกเขาสังหารในอีกไม่ช้า แต่ก่อนที่จะตาย ข้ามีคำพูดที่อยากจะบอกกับเขาให้เข้าใจ..”“ฉะนั้นคำพูดของข้าหลังจากนี้ เจ้าต้องแปลให้เขาฟังหมดทุกคำ อย่าให้ตกหล่นแม้แต่คำเดียว เข้าใจหรือไม่”ไวยพยักหน้าหงึกพร้อมตอบกลับไปทันที“ศิษย์เข้าใจดีท่านอาจารย์!”“ดีมาก!”ท่านอาจารย์จันทร์เงยหน้าขึ้นจ้องมองหลิงหยุนครู่หนึ่งในที่สุดจึงตัดสินใจเอ่ยออกไปว่า “สหาย.. ถึงแม้ข้าไม่อาจสู้ท่านได้ แต่ก็พอที่จะมองออกว่า ใบหน้าที่ข้าเห็นอยู่ในตอนนี้ หาใช่ใบหน้าที่แท้จริงของท่านไม่ ไม่ทราบว่าสหายจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้ข้าได้เห็นจะได้หรือไม่”คำขอนี้นับไม่ว่าไม่เกินไปและอีกฝ่ายก็แสดงออกว่ายอมจำนนแล้ว หลิงหยุนจึงได้แต่ยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับคืนใบหน้าที่แท้จริงให้กับตนเอง!“ข้าจะให้ท่านได้รู้ก่อนตาย..ข้าคือหลิงหยุน ผู้นำตระกูลหลิงแห่งปักกิ่งคนปัจจุบัน!”