ตอนที่ 1169
บทที่ 1600 : ลุล่วงไปด้วยดี
October 22, 2026
บทที่ 1600 : ลุล่วงไปด้วยดี “พอใจ!” หลิงหยุนยกมือขึ้นคว้ากระจกวิเศษบานนั้นไว้หลังจากที่ใช้พลังจิตตรวจสอบจึงพบว่า ท่านอาจารย์จันทร์ได้ตัดขาดการเชื่อมต่อกับกระจกวิเศษบานนั้นก่อนแล้ว ทำให้ความคิดที่จะสังหารอาจารย์จันทร์อันตรธานหายไปในทันที กระจกวิเศษบานนี้อย่างน้อยก็ต้องจัดอยู่ในยุทธภัณฑ์ระดับสมบัติขั้นสุดยอด หลังจากที่เก็บเข้าไปไว้ในแหวนจักรวาลของตนเองแล้ว หลิงหยุนก็หันไปมองอาจารย์จันทร์ที่ยังคงนั่งสงบนิ่ง “ใช่ว่าข้าจงใจข่มเหงรังแกพวกเจ้าแต่เป็นเพราะการกระทำของพวกเจ้าเองทั้งสิ้น การที่สำนักหมื่นพุทธรูปต้องมีจุดจบเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่สมควรยิ่งแล้ว!” ไวยทำหน้าที่แปลให้ท่านอาจารย์จันทร์ฟังอย่างรวดเร็ว.. อาจารย์จันทร์ที่ได้ทำลายพลังบ่มเพาะและวรยุทธในร่างแล้วได้แต่ยกมือขึ้นเช็ดโลหิตและน้ำตาบนใบหน้า พร้อมกับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง “ผู้น้อยเข้าใจดี..” หากเขามิใช่คนที่เข้าใจเหตุและผลข้อนี้ดีมีหรือที่จะยอมทำอะไรเช่นนี้! “พายุกับกระทิงยอมสู้จนตัวตายก็จริงแต่ท่านจันทร์กลับมีจิตใจที่กว้างขวางกว่าพวกเขาสองคนมากนัก ท่านยินดีทำลายพลังบ่มเพาะและวรยุทธของตน อีกทั้งยังยอมอดทนอดกลั้นต่อความอัปยศอดสู เพียงเพื่อรักษาชีวิตตนเองไว้ให้สามารถเป็นที่พึ่งของศิษย์ และเพื่อให้ได้มีโอกาสสั่งสอนศิษย์สำนักหมื่นพุทธรูปต่อไป ความจริงแล้ว.. ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของท่านจันทร์ยิ่งนัก นี่ต่างหากที่ควรเป็นรากฐานแท้จริงของผู้ฝึกบ่มเพาะตนทั่วหล้า..” คนภายนอกอาจมองเห็นว่าคำพูดของหลิงหยุนนั้นเป็นเพียงความซาบซึ้งใจ และความเมตตาจอมปลอม แต่คนอย่างท่านอาจารย์จันทร์ ซึ่งเข้าสู่สภาวะรู้แจ้งแล้วนั้น ย่อมรับรู้ได้ว่า คำพูดของเขาล้วนมาจากก้นบึ้งของจิตใจจริงๆ ในทางตรงกันข้ามหากเปลี่ยนเป็นหลิงหยุนที่มิได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ สำนักหมื่นพุทธรูปคงจะไม่คิดเมตตาหลิงหยุน ดังที่หลิงหยุนกำลังเมตตาศิษย์พุทธองค์อยู่ในเวลานี้เป็นแน่ “ขอบคุณที่เมตตา!นี่คือชะตากรรมที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!” ท่านอาจารย์จันทร์เงยหน้าขึ้นมองท้องนภา พร้อมกับรำพึงรำพันออกมา “แต่ข้ายังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำ..”หลิงหยุนเอ่ยขึ้น ภายใต้การควบคุมด้วยพลังจิตของหลิงหยุนกระบี่เหินเงาธนูขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับพุ่งทะยานเข้าไปในประตูอุโบสถ พร้อมกับทะยานกลับไปกลับมาอยู่ครู่หนึ่ง ครืน..ครืน.. เสียงดังครืนๆดังอยู่ไม่นานนักพระพุทธรูปสูงใหญ่ที่อยู่ด้านในก็ค่อยๆ ล้มครืนลงมา จนเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนดินบริเวณนั้น หลิงหยุนจำเป็นต้องทำลายสำนักหมื่นพุทธรูป! ท่านอาจารย์จันทร์จ้องมองพระพุทธรูปสูงใหญ่ และอุโบสถสีทอง ที่ค่อยๆถล่มลงมาด้วยสีหน้าท่าทางสงบนิ่ง และไม่เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้ทำการเรียกอาวุธ และของวิเศษที่ตกอยู่บนพื้น เข้าไปเก็บไว้ในแหวนของตนทันที ก่อนจะหันไปมองไวย พร้อมกับบอกท่านอาจารย์จันทร์ว่า “ข้าจำต้องนำคนผู้นี้ติดตามไปด้วย..”ท่านอาจารย์จันทร์หันไปมองหลิงหยุนแน่นิ่งจนหลิงหยุนต้องเอ่ยถามออกมาว่า “ท่านมิยินยอมงั้นรึ”ท่านอาจารย์จันทร์ส่ายหน้าไปมา“ประสกต้องการจะทำเช่นใดกับไวย อาตมาคงไม่อาจทัดทานได้..”ไวยรู้ตัวว่าชีวิตของตนอยู่ในเงื้อมือของหลิงหยุนเขาจึงไม่กล้าที่จะขัดขืน และยังคงทำหน้าที่เป็นล่ามแปลสิ่งที่ทั้งคู่ตอบโต้กันอย่างดีที่สุดท่านอาจารย์จันทร์หันมองไปรอบตัวก่อนจะหยุดนิ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า“ฟ้าเอียงพายัพดินทรุดอาคเนย์..”หลิงหยุนกระแอมเบาๆแน่นอนว่าเขาย่อมเคยได้ยินคำพูดประโยคนี้มาก่อน..คำกล่าวนี้มาจากตำนานปรัมปราของจีนโบราณซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับก้งกง เชื่อกันว่าก้งกงเป็นเทพแห่งน้ำ ตำนานระบุว่าก้งกงรบแพ้ก็โกรธจึงใช้ศีรษะชนกับปู้โจวซานซึ่งเป็นเสาค้ำฟ้าหัก ทำให้ฟ้าเอียงทางพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) ดังนั้นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว จึงเคลื่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ดินทรุดเอียงทางอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้)ทำให้สายน้ำไหลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นตำนานเล่าถึงความเป็นไปของธรรมชาติที่เห็นในโลก“ท่านกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน”หลิงหยุนเอ่ยถามขึ้นมา“ประสกอย่าได้คิดมากไปเลย..อาตมารู้เพียงแค่ว่า พายัพคือคุนหลุนประเทศจีน อาคเนย์คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!”จากนั้นท่านอาจารย์จันทร์ก็ได้แต่นิ่งเงียบไป จนหลิงหยุนต้องถามย้ำ “ท่านยังต้องการกล่าวอะไรอีกหรือไม่”ท่านอาจารย์จันทร์ตอบกลับไปว่า“ไม่มีแล้ว.. เป็นเพราะประสกคือผู้ที่ถูกลิขิตมา ผู้น้อยเช่นอาตามจึงมีประโยคที่จะกล่าวเพียงเท่านั้น”หลิงหยุนจ้องมองท่านอาจารย์จันทร์พร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า “ขอบคุณท่านยิ่งนัก! เอาล่ะ.. สิ่งที่ข้าควรทำ ข้าก็ทำหมดแล้ว! ตราบใดที่ท่านรักษาคำพูดที่ได้ลั่นวาจาไว้ก่อนหน้านี้ ข้าก็รับปากจะปกป้องท่านและศิษย์ หากวันหน้าถูกผู้ใดข่มเหงรังแก ขอให้ท่านบอกแก่ข้า..”ท่านอาจารย์จันทร์พยักหน้าพร้อมกับประสานมือโน้มศรีษะลงเล็กน้อย “น้อมส่งแต่เพียงเท่านี้..”ทันทีที่ร่างของหลิงหยุนหายวับไปร่างของท่านอาจารย์จันทร์ก็ทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากมีโลหิตสีแดงไหลพุ่งออกมา“บุรุษผู้นั้นถือกำเนิดแล้วโลกใบนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงสินะ”……การที่หลิงหยุนจำต้องนำตัวไวยมาด้วยนั้นเพราะเขาเข้าใจ และสามารถสื่อสารภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับหลิงหยุนอย่างมากเวลานี้สำนักเทียนหลิงและสำนักหมื่นพุทธรูป ก็ได้ถูกหลิงหยุนถล่มจนสิ้นชื่อแล้ว ยังคงเหลืออีกสองสำนักที่รอให้เขาไปจัดการ สำนักทายาทเทวะและภูติผีหมื่นพิษ!“ไวย..สำนักทายาทเทวะอยู่ที่ใดรึ”