ตอนที่ 1170
บทที่ 1601 : ที่มีสมบัติล้ำค่า
October 22, 2026
บทที่ 1601 : ที่มีสมบัติล้ำค่า ในระหว่างที่ถล่มสำนักภูติผีหมื่นพิษนั้นหลิงหยุนได้สังหารยอดฝีมือในขั้นก่อสร้างรากฐานไปหกคน และด่านสุดท้ายขั้นพลังชี่ไปอีกมากกว่าร้อยคน แต่เนื่องจากพลังหยินรุนแรงในร่างของยอดฝีมือเหล่านี้ล้วนบ่มเพาะจากพลังชี่ของเด็กทารกที่ถูกนำมาทำเป็นกุมารทอง หลิงหยุนไม่ต้องการให้พลังเหล่านี้สูญเปล่า จึงได้ใช้กระแสวนหยิน–หยางดูดซับเอาพลังทั้งหมดเข้ามาไว้ในร่าง อีกทั้งภายในสำนักภูติผีหมื่นพิษแห่งนี้ได้ก่อตั้งมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ภายในบริเวณโดยรอบจึงมีพลังหยินอยู่หนาแน่นมาก แต่เวลานี้กลับถูกหลิงหยุนดูดซับเข้าไปจนหมดไม่มีเหลือแล้ว และด้วยเหตุนี้ทำให้หลิงหยุนที่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นปาเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-8) เริ่มมีสัญญาณใกล้ทะลวงเข้าสู่ขั้นพลังที่สูงขั้นมากแล้ว ฉะนั้น..หลังจากที่ถล่มสำนักภูติผีหมื่นพิษไปแล้ว หลิงหยุนจึงมิได้รีบจากไปนัก แต่มองหายอดเขาเงียบๆสักแห่ง เมื่อพบแล้วจึงได้เหาะขึ้นไป และจัดการใช้เปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยาง หลอมกลั่นพลังหยินที่ดูดซับเข้าไปในร่าง เพื่อไม่ให้ต้องกังวลใจอีก หลิงหยุนใช้เวลาหลอมกลั่นพลังหยินที่ดูดซับเข้าไปนานมากกว่าหนึ่งชั่วโมงจนกระทั่งเข้าสู่เวลาตีสี่ของเช้าวันใหม่ จึงได้เปิดเปลือกตาขึ้น และพบว่าไวยกำลังยืนมองเขาอยู่ห่างๆ “ท่านอาจารย์หลิงการฝึกฝนของท่านทำให้ผู้น้อยได้เปิดหูเปิดตาอย่างมาก!” หลังจากที่เห็นว่าหลิงหยุนลืมตาขึ้นแล้วไวยจึงได้ก้าวเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเขาพร้อมกับหรี่ตามอง แม้ว่าเวลานี้ไวยจะถูกทำลายวรยุทธและพลังบ่มเพาะในตัวไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะกลายเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการฝึกฝนอีกเลย “ไวย..เจ้าไร้ประโยชน์ต่อข้าแล้ว!” หลิงหยุนมิได้สนใจคำพูดของไวยเลยแม้แต่น้อยแต่กลับถามเขาอย่างตรงไปตรงมาว่า “เอาล่ะ.. บอกข้ามาว่าเจ้าต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ หรือต้องการที่จะตาย” หลังจากที่ได้ยินหลิงหยุนถามเช่นนั้นไวยถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า ถึงคราที่ตนเองจะต้องถูกหลิงหยุนตัดสินโทษ และเวลานี้ชีวิตของเขาก็อยู่ในเงื้อมือของหลิงหยุน ไวยจึงได้รีบคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมกับโขกศรีษะลงต่อหน้าหลิงหยุน ความจริงแล้วเวลานี้ไวยเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งด้วยขั้นพลังบ่มเพาะของเขานั้น ควรจะต้องถูกหลิงหยุนสังหารตายไปก่อนหน้าแล้ว หากมิใช่ว่าเขาสามารถใช้ภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว และหลิงหยุนต้องการนำตัวมาเป็นล่าม แต่ถึงอย่างนั้น ไวยก็รู้ตัวดีว่าสุดท้ายตนเองก็ต้องถูกสังหารตายอยู่ดี แต่หลังจากที่ได้ติดตามหลิงหยุนมานานหลายชั่วโมงทำให้ไวยสัมผัสได้ว่า หลิงหยุนหาใช่คนเลือดเย็น และเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้เหตุผลไม่ ด้วยเหตุหนี้ เมื่อได้ยินหลิงหยุนถามเช่นนั้น เขาจึงกล้าที่จะตอบหลิงหยุนไปตามความจริง อีกทั้งตลอดระยะทางที่ออกเดินทางจากสำนักหมื่นพุทธรูปนั้นหลิงหยุนไม่เพียงไม่ทรมานตน แต่ยังได้ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสให้อีกด้วย และยังปล่อยให้เขาได้สามารถทำทุกอย่างเป็นปกติ จากเดิมที่สิ้นหวังและคิดว่าตนเองต้องตายอย่างแน่นอน จนไม่เกิดความรู้สึกกลัวตาย พลันเปลี่ยนเป็นมีความหวัง และความหวาดกลัวต่อความตายจึงพุ่งพรวดขึ้นมาในจิตใจแทนแต่การที่หลิงหยุนรักษาอาการบาดเจ็บให้กับไวยนั้นหาใช่เพราะเขาเกิดจิตเมตตาขึ้นมาอย่างกะทันหันไม่ แต่เป็นเพราะเขาไม่ต้องการที่จะหอบร่างไร้วิญญาณไปด้วยนั่นเอง แต่ความคิดที่จะสังหารไวยอีกครั้งนั้นก็ยังมิได้หมดไปจากใจของหลิงหยุนเสียทีเดียว!“ท่านอาจารย์หลิงผู้น้อยอยากมีชีวิตอยู่ต่อ! ผู้น้อยต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ขอท่านอาจารย์หลิงได้โปรดเมตตาไว้ชีวิตผู้น้อยด้วยเถิด!”คุณไวยร้องบอกหลิงหยุนพร้อมกับโขกศรีษะลงกับโคลนตมตรงหน้า โดยไม่สนใจว่าใบหน้าของตนนั้นจะเลอะเทอะเปรอะเปื้อนสักเพียงใด“อ่อ..เจ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่องั้นรึ”หลิงหยุนพยักหน้ารับรู้ก่อนจะถามต่อว่า “เช่นนั้นก็จงบอกข้ามา.. ในฐานะที่เจ้าเคยทำงานในกลุ่มพันธมิตรหนานหยาง นอกเหนือจากสี่สำนักสำคัญที่ข้าถล่มไปก่อนหน้านี้ ยังมีสำนักใดที่แข็งแกร่ง และเป็นอันตรายอีกหรือไม่”“เรียนท่านอาจารย์หลิงสิ่งที่ข้าน้อยจะกล่าวต่อไปนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นผู้น้อยสาบานว่าจะบอกเล่าทุกอย่างที่รู้เห็น ให้ท่านอาจารย์หลิงฟังโดยไม่ปิดบังแต่แต่น้อย..”ไวยเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยโคลนของตนเองขึ้นจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เรียนท่านอาจารย์หลิงตำแหน่งผู้นำของกลุ่มพันธมิตรหนานหยางนั้น ใช้ระบบหมุนเวียน และเมื่อเดือนกรกฏาที่ผ่านมานี้ ผู้น้อยก็เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งนั้นมา..”“โอ๊ะ!”หลังจากร้องอุทานออกมาหลิงหยุนก็ถึงกับหัวเราะร่วน พร้อมกับเอ่ยกับไวยต่อทันที “นี่นับเป็นความโชคดีของข้ามากทีเดียว ที่เลือกจับผู้ที่เป็นถึงหัวหน้าของกลุ่มพันธมิตรหนานยางมา..”ไวยรีบอธิบายต่อทันที“ท่านอาจารย์หลิง.. ความจริงแล้วตำแหน่งผู้นำกลุ่มพันธมิตรหนานหยาง ก็หาได้ทำหน้าที่สำคัญอะไรมากมายไม่ เพียงแต่ดูแลกิจกรรมต่างๆผู้น้อยสาบานว่าจะบอกเล่าทุกอย่างที่รู้เห็น ให้ท่านอาจารย์หลิงฟังโดยไม่ปิดบังแต่แต่น้อย..”ไวยเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยโคลนของตนเองขึ้นจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เรียนท่านอาจารย์หลิงตำแหน่งผู้นำของกลุ่มพันธมิตรหนานหยางนั้น ใช้ระบบหมุนเวียน และเมื่อเดือนกรกฏาที่ผ่านมานี้ ผู้น้อยก็เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งนั้นมา..”“โอ๊ะ!”หลังจากร้องอุทานออกมาหลิงหยุนก็ถึงกับหัวเราะร่วน พร้อมกับเอ่ยกับไวยต่อทันที “นี่นับเป็นความโชคดีของข้ามากทีเดียว ที่เลือกจับผู้ที่เป็นถึงหัวหน้าของกลุ่มพันธมิตรหนานยางมา..”ไวยรีบอธิบายต่อทันที“ท่านอาจารย์หลิง.. ความจริงแล้วตำแหน่งผู้นำกลุ่มพันธมิตรหนานหยาง ก็หาได้ทำหน้าที่สำคัญอะไรมากมายไม่ เพียงแต่ดูแลกิจกรรมต่างๆภายในกลุ่ม อีกทั้งยังต้องดูแลงานสำคัญที่เหล่าอาวุโสในกลุ่มมอบหมายให้ด้วยเท่านั้นเอง..”เพื่อให้สามารถมีชีวิตรอดจากการถูกสังหารในครั้งนี้ไวยจึงได้พยายามลดทอนความสำคัญของตนในฐานะผู้นำกลุ่มพันธมิตรหนานหยางที่ได้รับลง แต่ความจริงแล้ว หน้าที่ของเขาก็มีเพียงแค่นั้นจริงๆ