ตอนที่ 1173
บทที่ 1605 : หลิงหยุนตกอยู่ในอันตราย
October 22, 2026
บทที่ 1605 : หลิงหยุนตกอยู่ในอันตราย แม้หลิงหยุนจะกล่าวออกมาเหมือนเป็นเรื่องง่ายดายแต่ความจริงแล้ว การเผชิญหน้ากับดวงจิตปีศาจนั้น เป็นเรื่องที่อันตรายไม่ต่างจากการเผชิญหน้ากับยอดฝีมือเลยทีเดียว นั่นเพราะการที่ดวงจิตปีศาจสามารถสร้างรูปร่างคล้ายมนุษย์ขึ้นมาได้อีกทั้งยังสามารถสัมผัสได้ถึงการมาของหลิงหยุนนั้น เป็นเครื่องบ่งบอกว่า ดวงจิตปีศาจเหล่านี้ทั้งแข็งแกร่งและมีปัญญา และปัญหาที่น่ากลัวก็คือดวงจิตปีศาจเหล่านี้ฆ่าไม่ตาย นั่นเพราะร่างกายของพวกมัน ล้วนเกิดจากการรวมตัวของพลังวิญญาณ แม้จะถูกฟันจนร่างแหลกสลาย ก็จะกลายเป็นพลังงานกระจัดกระจายอยู่ในห้วงอากาศ ไม่นานนัก ก็สามารถหลอมรวมเป็นร่างได้ดังเดิมใหม่ ในเมื่อฆ่าไม่ตายดวงจิตปีศาจเหล่านี้จึงไม่รู้จักคำว่าตาย และไม่เข้าใจความหมายของความตาย พวกมันจึงไม่กลัวตาย และรู้จักเพียงแค่การสลายตัว และหลอมรวมเข้ากันใหม่อีกครั้งเท่านั้น การกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสามารถเสริมสร้างกำลังของตัวเอง ให้แข็งแกร่งอย่างไม่มีขอบเขตจำกัดเท่านั้น จึงเป็นสัญชาติญาณเดียวของดวงจิตปีศาจเหล่านี้ ดวงจิตปีศาจเหล่านี้ทำงานคล้ายๆกับดวงจิตของพญางูโอโรชิ ที่เคยถูกหลิงหยุนสังหารตาย จะแตกต่างกันก็เพียงแค่รูปลักษณ์เท่านั้น หลังจากที่พินิจดูดวงจิตปีศาจที่กำลังล่องลอยเข้ามาใกล้อย่างละเอียดหลิงหยุนก็สังเกตเห็นความดุร้ายโหดเหี้ยมในดวงตาที่แดงก่ำประหนึ่งอ่างโลหิตของพวกมัน ทำให้เขามั่นใจได้ในทันทีว่า ดวงจิตปีศาจเหล่านี้ น่าจะต้องโหดเหี้ยมไม่น้อยไปกว่าพญางูโอโรชิแปดหัวแน่! แต่ถึงอย่างนั้นหลิงหยุนก็ได้แต่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาทั้งคู่เป็นประกายเจิดจ้าพร้อมกับร้องตะโกนท้าทายออกไป “เข้ามาเลย!เดี๋ยวก็รู้ว่าระหว่างพวกเจ้ากับข้า ผู้ใดจะถูกกลืนกินกันแน่” หลิงหยุนไม่รอช้าพุ่งทะยานเข้าใส่เหล่าดวงจิตปีศาจที่ดุร้ายเหล่านั้นในทันที! บูม! ระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ได้ปลดปล่อยเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางออมาปกป้องร่างกายไว้ และยังมีหงส์ไฟไว้สำหรับจู่โจมอีกด้วย! หงส์ไฟนี้เกิดจากการที่หลิงหยุนฝึกวิชาหงส์เล่นไฟท่ามกลางภูเขาเพลิงที่ร้อนระอุ และได้หลอมกลั่นเอาเปลวไฟร้อนแรงเหล่านั้น มาสร้างเป็นหงส์ไฟขึ้นมา และควบคุมมันด้วยพลังจิตของตนเอง ทำให้มันดูประหนึ่งสัตว์เลี้ยงของหลิงหยุนไปหลังจากที่หลิงหยุนเรียกหงส์ไฟออกมาแล้วมันก็บินทะยานเข้าจู่โจมเหล่าดวงจิตปีศาจทันที พร้อมกับพ่นเปลวเพลิงร้อนแรงเข้าใส่ จนเหล่าดวงจิตปีศาจล้วนถูกเปลวเพลิงร้อนแรงนี้แผดเผาและแน่นอนว่าหงส์ไฟได้กลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวของเหล่าดวงจิตปีศาจ เพราะทันทีที่มันพ่นเปลวเพลิงออกแผดเผา ดวงจิตเหล่านั้นก็จะถูกเผาไหม้ และสลายตัวเป็นเพียงแค่อากาศธาตุในทันทีหลิงหยุนพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศรอบตัวยังคงปลดปล่อยเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางออกมา ทำการหลอมกลั่นปราณปีศาจที่สลายอยู่ในห้วงอากาศทันทีดวงจิตปีศาจนับสิบถูกเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางหลอมกลั่นจนกลายเป็นพลังปราณที่บริสุทธิ์ จากนั้น หลิงหยุนจึงได้ทำการดูดซับพลังปราณจำนวนมากเหล่านั้น เข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็ว และตะกละตะกลามหลิงหยุนดีอกดีใจอย่างมากแม้เขาจะยังไม่รู้ว่า ตนเองจะสามารถค้นหารากปราณพบหรือไม่ แต่อย่างน้อย วันนี้เขาก็ได้รับสิ่งล้ำค่ากลับไปอย่างมากมาย“เอ๊ะ..” แต่ในระหว่างที่กำลังดูดซับเอาปราณปีศาจที่ถูกหลอมกลั่นด้วยเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางจนบริสุทธิ์เข้าไปในร่างแล้วภายในรัศมีจิตหยั่งรู้ของเขา ก็ได้สำรวจพบกระแสพลังสีแดงดวงหนึ่งในห้วงอากาศ มันกำลังหลบหลีกเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยานที่กำลังลุกโชน“ดวงจิตปีศาจดวงนี้ดูเฉลียวฉลาดยิ่งนัก!”หลังจากที่เฝ้าสังเกตและเพ่งพินิจอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดหลิงหยุนก็เริ่มรู้ว่า พลังงานสีแดงที่เขาเห็นอยู่นั้น แท้ที่จริงก็คือพลังชีวิตที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากรากปราณ และได้ถูกดวงจิตปีศาจครอบงำอยู่และดูเหมือนว่าเปลวเพลิงจากหงส์ไฟ จะสามารถแยกพลังชีวิตและปราณปีศาจออกจากกันได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถเผาผลาญดวงจิตปีศาจที่ดุร้ายนั้นได้“ดูท่าเจ้าจะแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มากทีเดียว!” หลิงหยุนเฝ้าสังเกตพลังงานสีแดงแปลกประหลาดนั้นอยู่ครู่หนึ่งและนอกจากรัศมีโหดเหี้ยมที่สัมผัสได้ เขาก็ไม่พบเห็นสิ่งใดอีกการที่ดวงวิญญาณเหล่านี้สามารถหลอมรวมเป็นรูปดุร้ายเช่นนั้นได้ ก็เพราะพลังงานชั่วร้ายนี้ พลังงานชั่วร้ายนี้ได้แผ่กระจายเข้าปกคลุมดวงวิญญาณนับสิบ จึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่า หลิงหยุนนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใดแต่พลังงานชั่วร้ายนี้จะเข้าใจคำพูดของหลิงหยุนหรือไม่นั้นเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้!พลังงานสีแดงดุร้ายนี้แม้จะอยู่ภายใต้เปลวเพลิงร้อนแรงของหงห์ไฟ มันก็ยังปลดปล่อยรัศมีโหดเหี้ยมออกมาไม่หยุด ในขณะเดียวกันก็คอยหลบหลีกให้พ้นจากรัศมีของเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยาง ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของหลิงหยุนไปด้วย และตัวมันเองก็เป็นเพียงแค่พลังงานสีแดง มิได้หลอมรวมเป็นรูปร่างใดๆ