ตอนที่ 1177
บทที่ 1609 : ฉางเฟิงกับโฉวเปิ่น
October 22, 2026
บทที่ 1609 : ฉางเฟิงกับโฉวเปิ่น ทันทีที่ลืมตาขึ้นหลิงหยุนก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออกสำรวจไปทั่วบริเวณโดยรอบ และพบว่าเวลานี้ ภูเขานับแสนลูกกำลังรายล้อมอยู่รอบตัว ที่นี่ไม่ใช่ชายแดนประเทศพม่า แต่กลับเป็นจุดตัดระหว่างหยุนหนานกับกุ้ยโจวในประเทศจีนนั่นเอง และด้วยภูมิประเทศที่รายล้อมไปด้วยภูเขาเช่นนี้แน่นอนว่าหลิงหยุนย่อมต้องรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นเพราะในช่วงที่เขาเดินทางมาเผ่าเหมี่ยวเจียงนั้นเขาได้เหาะสำรวจดูภูมิทัศน์ของหมู่บ้านแห่งนี้หลายต่อหลายครั้ง เพื่อหาสถานที่สำหรับฝึกบ่มเพาะ เรียกได้ว่าเขาสำรวจจนสามารถจดจำภูมิทัศน์แถบนี้ได้เป็นอย่างดี แต่เพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้นหลิงหยุนจึงได้เรียกเครื่องมือสื่อสารออกมาเปิดดู เพื่อตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของที่นี่อีกครั้ง และก็เป็นดังที่เขาคิดไว้จริงๆ จากที่นี่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราวหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตร ก็จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเหมี่ยวเจียง จากนั้นหลิงหยุนจึงได้ใช้เครื่องมือสื่อสาร ลองคำนวณระยะทางจากเมืองมิตจินาประเทศพม่า มาจนถึงจุดที่เขายืนอยู่ และพบว่าเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตรเลยทีเดียว ทำให้หลิงหยุนได้แต่นิ่งอึ้งไปด้วยความตกตะลึง นั่นเพราะภายใต้ระยะทางที่ยาวหลายพันกิโลเมตรนี้สมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพ กลับพาเขามาถึงปลายทางได้ด้วยเวลาเพียงแค่สองอึดใจ อัตราความเร็วในการเคลื่อนที่ของสมุดจักรพรรดินั้น เรียกได้ว่าเหนือกว่าผู้ที่มีพลังบ่มเพาะในขั้นแก่นปราณทองคำเสียอีก! และนี่ก็เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพ มิได้เดินทางด้วยการเหาะเหินเดินอากาศอย่างแน่นอน! “อาวุโส!นี่ท่าน.. ท่านใช้วิธีย่อปฐพีงั้นรึ!”หลิงหยินเอ่ยถามออกไปตามตรง “เจ้าคาดเดาได้เก่งไม่น้อยทีเดียว!” สมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพยังคงยืนด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ในขณะที่เอ่ยชมหลิงหยุน ก็แอบที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อยไม่ได้ “อาวุโส..เหตุในท่านจึงนำข้ามาที่นี่” หลิงหยุนหันมองสำรวจไปรอบตัวตอนนี้เป็นเวลาห้านาฬิกาของเช้าวันใหม่แล้ว ทั่วทั้งบริเวณจึงยังคงมืดสนิทอยู่ แต่ผืนนภาทางด้านทิศตะวันออก กลับเริ่มมีแสงสว่างสีขาวเจิดจ้าปรากฏขึ้นบ้างแล้ว “หากข้าไม่นำเจ้ามาที่นี่ด้วยเจ้าก็คงต้องใช้วิธีเดิมในการกลับประเทศอยู่ดีมิใช่รึ” สมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพย้อนถามแต่ดูเหมือนไม่คิดที่จะอยากได้คำตอบจากหลิงหยุน เขายกมือขึ้นชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งท้องนภายังคงมืดครึ้ม พร้อมกับเอ่ยต่อทันที “เจ้าดูนั่นสิ!” หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองตามนิ้วมือของสมุดจักรพรรดิไปและพบว่าไกลออกไปนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายดาวตกสีทอง กำลังพุ่งผ่านท้องนภามืดมิดตรงมายังที่เขายืนอยู่ เพียงแค่พริบตาเดียวแสงสีทองสุกสว่างนั้นก็มาปรากฏขึ้นตรงหน้าของคนทั้งสอง และได้กลายร่างเป็นชายชราผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์นั่นเอง!“ยินดีที่ได้พบอาวุโสอีกครั้ง!”ทันทีที่สมุดจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ปรากฏกายขึ้นหลิงหยุนก็รีบเอ่ยทักทายอย่างรวดเร็ว หลังจากที่สังเกตดูอย่างละเอียดแล้ว หลิงหยุนก็พบว่า ครั้งนี้สีหน้าของสมุดจักรพรรดิดูไม่สู้ดีนัก แววตาที่เคยเปล่งประกายสดใส ก็ดูเหมือนจะหม่นลงกว่าก่อนมาก และเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเขาดูหงุดหงิดรำคาญใจไม่น้อย..หลิงหยุนนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนที่สมุดจักรพรรดิจะหายวับไป เมื่อครั้งที่ปรากฏกายขึ้นใต้ดินเพื่อช่วยเขานั้น สมุดจักรพรรดิได้พูดขึ้นว่า เขาจะไปคิดบัญชีกับศัตรูเก่าแก่ และดูจากสีหน้าท่าทางของเขาเวลานี้ ก็คล้ายกับว่าเพิ่งจะผ่านศึกหนักที่ค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยมาไม่น้อยแต่ยังไม่ทันที่หลิงหยุนจะได้เอ่ยถามอะไรออกไปสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพก็เป็นฝ่ายร้องถามขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้นเสียก่อน“สะกดไว้ได้หรือไม่”“ได้!”พู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์เอ่ยตอบพร้อมกับพยักหน้า “แต่กว่าจะสะกดไว้ได้ ข้าก็ต้องเสียพลังไปมากมาย! ครั้งนี้พลังของเขาเพิ่มขึ้นมากจนน่ากลัว ข้าต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเลยทีเดียว!”หลิงหยุนได้แต่ฟังอยู่อย่างเงียบๆเพราะไม่รู้ว่าอาวุโสทั้งสองกำลังสนทนาเรื่องใดอยู่กันแน่ แต่แล้วก็อดรนทนไม่ได้ จนต้องเอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้ “อาวุโสทั้งสอง!พวกท่านกำลังเอ่ยถึงผู้ใดกันแน่ ศัตรูที่พวกท่านกล่าวถึงคือเทพแห่งน้ำก้งกงงั้นรึ?”“เทพแห่งน้ำก้งกงอะไรกันเล่า”สมุดจักรพรรดิทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจนักพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุน และเอ่ยต่อในทันที “ก้งกงใช้ศรีษะโขกเขาปู้โจวจบชีวิตตนเองไปแล้ว!”“นี่เจ้าเด็กดื้อรั้น!ข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้งว่า คราวหน้าคราวหลังเมื่อเข้าสู่ดินแดนของเผ่าเหมี่ยวเจียว ห้ามเจ้านำกระบี่โลหิตเทวะเล่มนั้นออกมาใช้โดยเด็ดขาด!”“แล้ววันหน้าหากต้องเผชิญกับความเป็นความตายขึ้นมาอีก อย่าได้อายที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากพวกข้าทั้งสอง อย่าได้เชื่อมั่นในความสามารถของตนเองจนเกินไปนัก!”“…”หลิงหยุนได้แต่ยืนนิ่งฟังพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ตำหนิ ด้วยสีหน้าที่งุนงง และไม่เข้าใจว่าตนเองทำความผิดอะไรสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่กระแอมออกมาเบาๆสองสามครั้ง ก่อนจะเอ่ยเตือนพู่กันจักรพรรดิว่า“ฉางเฟิงอย่าได้ใช้อารมณ์ส่วนตัวนัก ท่านจะโมโหโทโสไปใยเล่า ลืมคำสั่งของเจ้านายแล้วรึ?!”‘ฉาง..เฟิง..’