ตอนที่ 1185
บทที่ 1617 ต้องขายเท่านั้น
October 22, 2026
บทที่ 1617 ต้องขายเท่านั้น เหมี่ยวเฟิงหวงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ท่านหัวหน้าเผ่า ท่านมีกระบี่โลหิตเทวะของบรรพชนผู้บุกเบิก ขอเพียงแค่ท่านหาเสื้อเกราะเทวะพบ แล้วนำสองสิ่งนี้มารวมเข้าด้วยกัน ข้าเชื่อว่าบรรพชนจะสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาในโลกนี้ได้อีกครั้ง!” ‘กระบี่โลหิตเทวะกับเสื้อเกราะเทวะ..แล้วเทพเจ้าซือโหยวจะสามารถฟื้นคืนชีพได้อีกครั้งงั้นรึ’ ระหว่างที่หลิงหยุนกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจนั้นเสียงร้องตะโกนถามของท่านหมอเสี่ยวก็ดังแทรกเข้ามาในหู “หลิงหยุนตั้งแต่เมื่อครั้งที่เจ้านำกระบี่โลหิตเทวะออกมาให้เฟิงหวงดูนั้น นางก็เปลี่ยนไปมากทีเดียว วันๆก็เอาแต่ไปที่อารามเพื่อสักการะรูปปั้นเทพเจ้าซือโหยว เจ้าอย่าไปฟังคำพูดของนางดีกว่า..” “ท่านปู่เสี่ยวอย่าได้กังวลใจในเรื่องนี้ไปเลยข้าเชื่อว่าจะไม่มีอะไรเป็นปัญหาใหญ่โต!” หลิงหยุนเอ่ยตอบพร้อมกับลุกขึ้นยืนเขาแสร้งทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไร ก่อนจะรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที “ท่านปู่เสี่ยวท่านย่าเหมี่ยว ข้าจากที่นี่ไปมากกว่าสิบวันแล้ว อยากจะไปดูทุ่งชาพลังชีวิตเสียหน่อย พวกเราไปดูพร้อมกันเลยดีหรือไม่” “ตามข้ามาข้าจะพาเจ้าไปเอง!” ท่านหมอเสี่ยวที่รู้สึกร้อนรนราวกับกำลังนั่งอยู่บนปลายเข็มนั้นทันทีที่ได้ยินคำพูดของหลิงหยุน ก็รีบลุกขึ้นยืน และลากแขนของเขาออกไปทันที “ท่านหัวหน้าเผ่า..” เหมี่ยวเฟิงหวงยังต้องการที่จะพูดเรื่องเทพซือโหยวต่อแต่เมื่อเห็นหลิงหยุนถูกลากออกไปเช่นนั้น นางจึงรีบวิ่งตามไปพร้อมกับร้องตะโกนเรียก “ท่านย่า..” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเห็นเช่นนั้นจึงรีบดึงแขนเสื้อของนางไว้ พร้อมกระซิบเสียงเบาว่า “หลิงหยุนเพิ่งจะมาถึง จู่ๆท่านย่าไปบอกเรื่องที่ฟังดูเหลือเชื่อเช่นนี้ คงยากที่หลิงหยุนจะรับได้ ท่านย่าปล่อยให้เขาได้มีเวลาค่อยๆทำความเข้าไปก่อนจะดีกว่า..” “อืมม..ตกลง!”เหมี่ยวเฟิงหวงได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยต่อทันที “เฮ้อ.. ดูเหมือนข้าคงจะรีบร้อนไปสินะ เพียงแต่..”เพียงแต่เวลามิเคยหยุดนิ่งรอคอยผู้ใด..“ไม่มีคำว่าแต่แล้วท่านย่า!ท่านอย่าลืมว่าสิ่งที่ท่านบอกกับหลิงหยุนนั้น ล้วนเป็นตำนานปรัมปราที่เล่าขานกันมาหลายพันปี แม้ว่าบรรพชนรุ่นผ่านๆมาต่างก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถทำสำเร็จภายในสองหรือสามวันมิใช่รึ”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเห็นเหมี่ยวเฟิงหวงเริ่มมีท่าทีสงบลงบ้างแล้วจึงได้แต่แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติม “ต่อให้ท่านย่าจะพูดอีกกี่ครั้งหรือร้อนใจไปมากเพียงใด แต่กระบี่โลหิตเทวะก็เป็นของหลิงหยุน หากเขาไม่ยินดีทำตามที่ท่านย่าต้องการ ท่านร้อนใจไปจะเกิดประโยชน์อันใด เพราะไม่เคยมีผู้ใดบังคับหลิงหยุนให้ทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการทำได้!”“…”หลังจากนิ่งฟังและตรึกตรองอยู่นานในที่สุดเหมี่ยวเฟิงหวงก็ได้แต่พยักหน้ายอมรับ เพราะหลิงหยุนเองก็ยืนยันชัดเจนแล้วว่า จะไม่มีการนำกระบี่โลหิตเทวะออกมาอีกแล้ว ต่อให้นางจะอ้อนวอนขอร้องอีกเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง ก็คงไร้ประโยชน์อยู่ดีหลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้ไปชมทุ่งพลังชีวิตที่ตนเองสร้างไว้ก่อนที่จะจากไป โดยมีท่านหมอเสี่ยวกับเหมี่ยวเสี่ยวคอยบอกเล่ารายละเอียดต่างๆให้เขาฟัง ส่วนเหมี่ยวเฟิงหวงเพียงแค่เดินตามเงียบๆระหว่างทางที่เดินไปยังทุ่งพลังชีวิตอยู่นั้นชาวบ้านต่างก็พากันเดินเข้าเดินออก และเอ่ยทักทายเหมี่ยวเสี่ยวเหมาไปตลอดทาง และนี่ก็คือการที่ผู้นำของชนเผ่าลงไปพบปะลูกบ้านอย่างหนึ่งแม้ดูภายนอกจะคล้ายเป็นการพบปะชาวบ้านตามปกติแต่ความจริงแล้ว หลิงหยุนได้แอบใช้จิตหยั่งรู้ของตนเองสำรวจดูชาวบ้านว่า พลังงานประหลาดที่ปกคลุมอยู่นั้น ได้ไปกระตุ้นเลือดในกายของลูกหลานเผ่าเหมี่ยวเจียงได้อย่างไรและในที่สุดทั้งสามคนก็เดินมาถึงบริเวณที่ปลูกชาพลังชีวิต..“หลิงหยุนชาพลังชีวิตชุดใหม่น่าจะเก็บเกี่ยวได้ภายในวันนี้แล้ว ทั้งหมดกว่าเก้าสิบส่วนล้วนเป็นฝีมือของเสี่ยวเหมาทั้งสิ้น เจ้าจะนำกลับไปทั้งหมดเลยก็ได้”ท่านหมอเสี่ยวเอ่ยบอกหลิงหยุนต่อด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข“เสี่ยวเหมาใช้เวลาเพียงแค่สิบวันฝึกวิชาพฤกษาขจีตลอดทั้งวันทั้งคืนก่อนหน้า หลังจากที่ชาพลังชุดแรกถูกส่งออกไป..” “ถูกส่งออกไปงั้นรึ!”หลิงหยุนร้องอุทานออกมาเสียงดังในขณะเดียวกันก็เฝ้าครุ่นคิดถึงงานเลี้ยงวันเกิดของหลิงเสี่ยว ครั้งนั้นเขายังอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดภายในงานจึงได้มีชาพลังชีวิตมากมายจนแทบเสริฟไม่หมดคิดแล้วหลิงหยุนก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดายก่อนจะเอ่ยบอกท่านหมอเสี่ยวไปว่า