ตอนที่ 1189
บทที่ 1621 ทางเลือกของหลิงหยุน
October 22, 2026
บทที่ 1621 ทางเลือกของหลิงหยุน ในเมื่ออาวุโสทั้งสองต่างก็พูดตรงกันอีกทั้งหลิงหยุนเองก็ไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในลำต้นของไม้ยักษ์นั้นได้ เขาจึงได้แต่ต้องรอคอยด้วยความอดทน แต่หลิงหยุนก็มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าตราบใดที่อสุนีบาตยังคงผ่าลงมาไม่หยุดเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า เหมี่ยวเสี่ยวเหมายังคงมีชีวิตอยู่ ในเมื่ออาวุโสทั้งสองยอมปรากฏตัวเช่นนี้หลิงหยุนก็ไม่ปล่อยโอกาสให้เสียเปล่าไปเช่นกัน เขาจึงรีบหันไปถามคำถามที่ยังคงเป็นคลางแคลงใจต่อ “อาวุโสทั้งสองที่พวกท่านบอกว่า สายเลือดจิ่วหลีในกายของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาถูกปลุกให้ตื่น และนั่นดึงดูดให้เทพแห่งไม้สนใจในตัวนาง มันหมายความเช่นใดกัน” โฉวเปิ่นสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพเอ่ยตอบยิ้มๆ“แม้ว่าธาตุไม้ในตัวแม่นางผู้นั้นจะแข็งแกร่ง แต่หากสายเลือดจิ่วหลีในร่างของนางไม่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น และเทพแห่งธาตุไม้คงจะไม่เลือกนางเป็นผู้สืบทอดเช่นนี้แน่ หรือต่อให้เลือกก็คงไร้ประโยชน์..” “นี่ท่านพูดจริงรึ!” หลิงหยุนถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจแต่แล้วก็เอ่ยถามต่อทันที “แล้วเหตุใดรูปปั้นของเทพเจ้าซือโหยว จึงสามารถปลุกสายเลือดโบราณในตัวของชนเผ่าเหมี่ยวให้ตื่นขึ้นได้ด้วยเล่า” นี่คือข้อสงสัยหลักในใจของหลิงหยุนและเขาก็อยากจะถามมาตั้งนานแล้ว และเมื่อชายชราทั้งสองได้ยินคำถามของหลิงหยุน ทั้งสมุดจักรพรรดิและพู่กันจักรพรรดิ ต่างก็หันไปมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร หลิงหยุนสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางที่ผิดปกติของอาวุโสทั้งสองและรับรู้ได้ถึงความหมายบางอย่างในสายตาที่สื่อออกมา จึงได้แต่เอ่ยถามออกไปว่า “มีอะไรผิดปกติงั้นรึ!อาวุโสทั้งสองได้โปรดบอกให้ข้ารู้บ้างจะได้หรือไม่?” โฉวเปิ่นสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพส่ายหน้าไปมาพร้อมกับเอ่ยออกไปว่า “ไม่มีอะไร! เพียงแต่ข้าคิดว่าเจ้าเองก็น่าจะรู้คำตอบดี!” หลิงหยุนได้แต่ยิ้มขื่นและตอบกลับไปว่า “อาวุโส หากข้ารู้ ข้ายังจะต้องเอ่ยถามท่านทำไมกันเล่า” ฉางเฟิงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ถูเถิง.. เป็นเพราะพลังอำนาจของถูเถิงอย่างไรเล่า เจ้าเข้าใจหรือไม่” “เอ่อ..” หลิงหยุนนับเป็นคนหัวไวไม่น้อยทันทีที่ฉางเฟิงเอ่ยถึงถูเถิงขึ้นมา เขาก็ดูเหมือนว่าจะสามารถเข้าใจพลังอำนาจของถูเถิงขึ้นมาได้ในทันที “นี่อาวุโสกำลังจะบอกข้าว่ารัศมีดุร้ายที่ปกคลุมป่าแห่งนี้อยู่ แท้ที่จริงก็คือพลังจากถูเถิงของชนเผ่าจิ่วหลีโบราณงั้นรึ ท่านกำลังบอกข้าว่า พลังจากถูเถิงช่วยปลุกเร้าสายเลือดโบราณในกายของชนเผ่าเหมี่ยว ให้ตื่นขึ้นทีละเล็กทีละน้อยอย่างนั้นรึ?” “ถูกต้อง!”ฉางเฟิงและโฉวเปิ่นต่างก็พยักหน้าพร้อมกันจากนั้นโฉวเปิ่นก็กล่าวเสริมขึ้นว่า “แต่เนื่องจากเวลาผ่านมาเนิ่นนานกว่าห้าพันปีแล้ว พลังแห่งถูเถิงที่อยู่ในสายเลือดของชนเผ่าเหมี่ยวเวลานี้ จึงได้อ่อนแอลงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ยุคที่มีเทคโนโลยีเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้..”“ในยุคที่ความป่าเถื่อนล่มสลายผู้คนก็ได้บอกลาประเพณีโบราณอย่างการดื่มเลือดสัตว์สดๆ และกาลเวลาก็ได้ควบคุมพลังพลังโบราณเหล่านี้ไว้ แน่นอนว่ายังมีเหตุผลอื่นอีกมากมาย ที่ทำให้สายเลือดจิ่วหลีเกือบเลือนหายไปในที่สุด..”“แต่ถึงกระนั้นชนเผ่าเหมี่ยวในที่นี้ก็ยังคงไม่ลืมบรรพชนของตนเอง พวกเขาเลือกที่จะอาศัยอยู่ในขุนเขาแห่งนี้มานานหลายชั่วอายุคน อีกทั้งส่วนใหญ่ยังปฏิเสธที่จะแต่งงานกับคนภายนอก ทำให้ยังสามารถรักษาสายเลือดโบราณของบรรพชนจิ่วหลีที่มีพลังถูเถิงไว้ได้..”“ไม่เพียงเท่านั้นลูกหลานชาวเหมี่ยวยังคงกราบไหว้ และสักการะบรรพชนตามแบบประเพณีโบราณเสมอมา แม้ชนเผ่าเหมียวหลายคนอาจเห็นเป็นเพียงแค่พิธีกรรมเล็กๆน้อยๆ แต่บางคนกลับเห็นว่า มันเป็นสิ่งสำคัญและมีความหมายยิ่งใหญ่นัก อย่างเช่นเหมี่ยวเฟิงหวงอย่างไรเล่า..”“เปลวเพลิงแห่งถูเถิงจึงมิเคยดับและนี่คือเพลิงแห่งตำนาน!”“ฉะนั้นหลังจากที่เจ้านำกระบี่โลหิตเทวะออกมา จนทำให้ซือโหยวสามารถสร้างภาพจำลองของตนได้สำเร็จนั้น สิ่งแรกที่เขาทำก็คือปลดปล่อยพลังถูเถิง ที่ยังคงไม่ดับไปนี้ขึ้นมาอีกครั้งอย่างไรเล่า..”“มนุษย์เราสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้และสิ่งแวดล้อมก็ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้เช่นกัน ฉะนั้นแล้ว พลังถูเถิงที่ยังมิได้ดับไปนั้น จึงได้ทำการปลุกเร้าพลังถูเถิงซึ่งแฝงอยู่ในเลือดของชนเผ่าเหมี่ยวสายเลือดจิ่วหลี ไฟถูเถิงในกายของเขาถูกจุดขึ้นมาอีกครา ยิ่งสามารถทำให้ลูกหลานชาวเหมี่ยวรู้สึกซาบซึ้งต่อบรรพชนได้มากเพียงใด พลังแห่งศรัทธา และพลังแห่งการสักการะบูชาของชนเผ่าเหมี่ยวซึ่งมีสายเลือดจิ่วหลีโบราณนั้น ก็จะยิ่งทำให้เทพปีศาจซือโหยวสามารถฟื้นคืนชีพได้เร็วขึ้น และเมื่อใดที่เขาสามารถสร้างจิตวิญญาณแท้จริงขึ้นมาได้ ก็ย่อมสามารถทำลายผนึกที่กักขังไว้ได้ แล้วหลังจากนั้น..”โฉวเปิ่นไม่ได้เล่าต่อแต่หลิงหยุนก็เข้าใจได้ดีว่า หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง..หากเป็นเช่นนั้นจริงต่อให้เทพปีศาจซือโยวจะยังไม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริงๆ ก็คงไม่ต่างอะไรจากการฟื้นคืนชีพนัก“เป็นเช่นนี้เองหรอกรึ..”แต่แล้วจู่ๆความคิดหนึ่งก็ได้ผุดขึ้นมาในหัวของหลิงหยุน เขาจึงรีบเอ่ยถามขึ้นทันที “ต่อให้เป็นดังที่อาวุโสกล่าวมาก็ตาม แม้ว่าซือโยวจะเป็นเทพปีศาจที่ทรงพลัง แต่การจะสร้างจิตวิญญาณแท้จริงขึ้นมาได้ ย่อมต้องอาศัยเวลาที่เนิ่นนานมิใช่รึ”“ที่เจ้ากล่าวมาก็ไม่ผิด..”ฉางเฟิงพยักหน้ายอมรับและตอบกลับไปว่า “แต่อย่าลืมว่าซือโหยวนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด! ไม่จำเป็นต้องรอให้สร้างจิตวิญญาณแท้จริงขึ้นมาได้ ขอเพียงแค่มีวิญญาณธาตุปรากฏขึ้น ซือโหยวก็สามารถกระทำการได้หลายสิ่งหลายอย่าง ดูอย่างเวลานี้สิ เขายังสามารถปลุกพลังถูเถิงในกายของชนเผ่าเหมี่ยวได้สำเร็จ แล้วหากวันหนึ่งที่เขาแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้เล่า..”โฉวเปิ่นกล่าวเสริมขึ้นอีกเล็กน้อย“หลิงหยุน เจ้าลองใคร่ครวญดูเอาเองว่า หากเวลานี้เจ้าคือซือโหยว เจ้าคิดจะกระทำการเช่นใดต่อไป”“…” หลิงหยุนได้แต่นิ่งอึ้งไปด้วยความตกตะลึงและเวลานี้ เขาก็กำลังคิดว่า หากเขาเป็นเทพสงครามซือโหยวจริง สิ่งแรกที่จะเขาจะทำเมื่อสามารถสร้างจิตวิญญาณแท้จริงขึ้นมาได้สำเร็จ ก็คือการปลุกเหล่าพันธมิตร และลูกหลานให้ลุกขึ้นมาปกป้องตนเอง จนกว่าจะสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้!“จากที่ฟังอาวุโสทั้งสองกล่าวมาดูเหมือนการฟื้นคืนชีพของซือโหยวคงจะเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จะมิมีผู้ใดยับยั้งเขาได้เลยงั้นรึ”พู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ที่นิ่งเงียบมาตั้งแต่ต้นก็ยังคงนิ่งเงียบต่อไป ในขณะที่โฉวเปิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และเอ่ยบอกหลิงหยุนไปว่า